ข่าว

นายกฯสั่งปรับทัวร์ลุ่มน้ำ9จว.

นายกฯสั่งปรับทัวร์ลุ่มน้ำ9จว.

01 ก.พ. 2555

นายกฯ สั่งปรับทัวร์ลุ่มน้ำ 9 จังหวัด หาความชัดเจนลุ่มน้ำยม-หาพื้นที่รองรับน้ำในอยุธยา สั่ง 'กิตติรัตน์' กำหนดเกณฑ์เยียวยา ถกภาคเอกชนรับมือน้ำท่วม พร้อมยกครม.ค้างคืน 4 จว. 'ปราโมทย์' ชี้ทำถูกปล่อย 2 เขื่อนใหญ่ เหลือน้ำ45 % ด้าน กทม.เร่งมือขุดลอกคลอง รับมือ

          แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การเดินทางทัวร์ลุ่มน้ำ 9 จังหวัดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ พร้อมคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาน้ำ จะพักค้างคืนใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี

          ทั้งนี้ มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วมคณะ ประกอบด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง นายธีระ วงษ์สมุทร รมว.เกษตรฯ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

          นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาคาทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายวิทยา บูรณศิริ รมว.สาธารณสุข

          นายวิเชียร ชวลิต เลขาฯ กยน. เลขาสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการนายกฯรี เลขาธิการครม. อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท อธิบดีกรมเจ้าท่า และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.)

          แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สำหรับกำหนดการลงพื้นที่ของนายกฯ และครม. เสร็จแล้ว 90 % โดยในวันที่ 31 ม.ค.55 นายกฯให้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียด ในส่วนของจ.พิษณุโลก และจ.พระนครศรีอยุธยา เพราะนายกฯเห็นความสำคัญในการจัดการลุ่มน้ำตอนบน และลุ่มน้ำตอนล่าง ซึ่งจ.พิษณุโลก จะอยู่ในส่วนของลุ่มน้ำยม

          ทั้งนี้ นายกฯให้ก.มหาดไทย ไปดูเรื่องของงบประมาณ เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่า งบประมาณจะลงไปจุดไหนบ้าง พร้อมทั้งให้กยน.ลงไปทำแผนงานก่อนนายกฯลงพื้นที่

           ส่วนพื้นที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นลุ่มน้ำตอนล่าง นายกฯได้เน้นให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมทั้งหาพื้นที่รับน้ำ 2 ล้านไร่ทั่วประเทศ ตามที่กยน.เสนอ โดยนายกฯให้ไปดูว่า จ.พระนครศรีอยุธยา จะใช้พื้นที่ไหนรองรับน้ำ เนื่องจากต้องเรื่องของการเยียวยา โดยมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ รับผิดชอบในเรื่องนี้

          นอกจากนี้ นายกฯยังขอให้นายกิตติรัตน์ หารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางร่วมกัน โดยเบื้องต้น รัฐบาลวางแนวทางในการหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ในการสร้างคันกั้นน้ำในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งรายละเอียดทั้งหมด ต้องเสร็จเรียบร้อยภายในศุกร์ที่ 3 ก.พ.55 นี้

          แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยด้วยว่า สำหรับความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในกยน.นั้น ผู้ใหญ่ในรัฐบาล มองว่า เป็นเกมการเมือง ที่ผู้ออกมาให้ข่าว ต้องการเรียกความสำคัญให้กับตัวเอง และตัว กยน. เองทำหน้าที่ในวางแผนเท่านั้น และจะหมดวาระไปโดยปริยาย หลังจากมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีกชุด เพื่อบริหารจัดการเรื่องน้ำโดยเฉพาะ

          ทั้งนี้ เชื่อว่า กรรมการที่ออกมาพูด ก็เพื่อต้องการเข้าไปเป็นคณะทำงาน ในชุดที่จะตั้งขึ้นหลังจากนี้

 

'ปราโมทย์' ชี้ทำถูก ปล่อย 2เขื่อนใหญ่ เหลือน้ำ 45 %

          นายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการ กยน. กล่าวถึงกรณีที่ยังมีน้ำค้างอยู่ในทุ่งต่าง ๆ ว่า เขาไม่ทราบ และไม่มีข้อมูลที่เป็นรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ แต่คาดว่า ในบางพื้นที่ยังมีท่วมขัง ที่ระบายออกไม่ได้ เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำทำการเกษตร แต่ก็ยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และไม่เป็นพิษภัย เพราะยังสามารถใช้น้ำดังกล่าวปลูกข้าวนาปรัง

          ทั้งนี้ ตามสถาพภูมิศาสตร์ คิดว่า พื้นที่ลุ่มต่ำอยู่ในพื้นที่ อ.มหาราช อ.ผักไห่ จ.อยุธยา รวมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำท่าจีน เช่น อ.สองพี่น้อง จ.สพรรณบุรี ที่เป็นพื้นที่ต่ำ มีลักษณะแอ่งกระทะแต่พื้นที่นี้ก็เป็นธรรมดาอยู่แล้ว และเชื่อว่าน้ำค้างทุ่งดังกล่าว ไม่น่าจะมีปัญหาต่อฤดูฝนหน้า เพราะขณะนี้กำลังเข้าสู้หน้าร้อนแล้วก็จะไม่มีน้ำไหล โดยน้ำที่ยังค้างทุ่งอยู่ก็ต้องค่อยๆระบายออกไป

          สำหรับการระบายน้ำออกจากเขื่องภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์ นั้น นายปราโมทย์ กล่าวว่า การปล่อยน้ำออกจากทั้ง 2 เขื่อนใหญ่ ให้เหลือเพียง 45 % ในต้นฤดูฝน เป็นการดำเนินการถูกต้อง ซึ่งจะระบายให้น้ำในเขื่อนเกลี้ยงไม่ได้ เพราะภายในเขื่อน ก็ต้องมีน้ำที่ค้างไว้หรือเรียกว่า น้ำตายต้องเก็บไว้ตลอดปีประมาณ 30 % เนื่องจากช่วงต้นหน้าฝนต้องสนับสนุนการเพาะปลูกช่วงนี้ด้วย ซึ่งการพร่องน้ำดังกล่าว เชื่อว่า จะไม่มีปัญหาอะไร

          นายปราโมทย์ ยังกล่าวถึงการทำความเข้าใจ ในพื้นที่ที่ต้องมีการทำคันกั้นน้ำหรือประตูระบายน้ำ เพื่อรับน้ำในฤดูฝนนี้ว่า หากประตูระบายน้ำยังเป็นของเดิม ก็ไม่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน แต่หากที่ใดจะต้องสร้างขึ้นใหม่ แต่มีการคัดค้าน บ้านเมืองก็วิปริตไปแล้ว เพราะเรื่องนี้ทำเพื่อบ้านเมือง และหากเป็นเช่นนี้ ผู้ใหญ่ก็ต้องทำความเข้าใจด้วย

          "บ้านเมืองมีกติกา ไม่ใช่จะปล่อยให้มีการก่อม๊อบ หากเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นใหม่ ก็ต้องทำความเข้าใจกับผู้คนที่มีผลกระทบ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว"

          ด้านนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) กล่าวว่า ขณะนี้ เขากำลังให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เกี่ยวกับน้ำทุ่ง ที่ยังอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ว่า มีอีกจำนวนมากหรือไม่

          ส่วนแผนระยะสั้นของกยน.นั้น ขณะนี้ กำลังให้มีการจัดทำแผนที่ระบุจุดที่จะมีการซ่อมประตูระบายน้ำ หรือทำคันกั้นน้ำในจุดใด เพราะมีข้อมูลจำนวนมาก โดยจะมีการเสนอเข้าที่ประชุมกยน.ในวันที่ 3 ก.พ.นี้

          ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งของกรรมการกยน.บางคนนั้น นายเสรี กล่าวว่า ทุกคนมีความคิดเป็นของตนเอง แต่ไม่ควรจะออกมาพูดข้างนอก และการที่ทุกคนมีประสบการณ์ ก็ควรคุยให้ตกผลึกภายในกยน. แต่เห็นว่า บางคนอาจไม่ได้รู้ข้อมูลเชิงลึกมาก จึงออกมาพูดภายนอกแล้วทำให้ไม่ดี

          ทั้งนี้ ยืนยันว่า ในกยน.มีการติดตามแผนงานจากหน่วยงานราชการ ที่ได้ไปดำเนินการทำงานอยู่แล้ว เรื่องนี้ เปรียบเสมือนผู้ใหญ่ทะเลาะกันให้เด็กดู  

 

กทม.เร่งมือขุดลอกคลองรับมือน้ำท่วมกรุง หวั่นมวลน้ำมาเร็ว

          มีรายงาน จากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า สำหรับภารกิจการขุดลอกคูคลองในกรุงเทพฯ ขณะนี้สำนักการระบายน้ำ (สนน.) ได้รายงานแผนดำเนินการ ต่อคณะผู้บริหารกทม.ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้สั่งการสำนักการระบายน้ำเร่งขุดลอกคูคลองสายหลังในกรุงเทพฯ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพ.ค.นี้

          ทั้งนี้ เพราะเกรงว่า มวลน้ำในปีนี้จะมาเร็วกว่าปกติ เนื่องจากส่วนหนึ่งสำนักการระบายน้ำมีสถิติพบว่า ช่วงเดือน ม.ค.ถึงมี.ค.จะมีฝนตกมากขึ้น จากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนเดือน ม.ค.วัดได้ที่ 90 มิลลิเมตร มากขึ้นกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2554 อยู่ที่ 20.6 มิลลิเมตร

          รายงานระบุว่า ในส่วนแผนการดำเนินการหลัก ของการขุดลอกคูคลองของกทม. จะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ประกอบด้วย

          1.การขุดลอกคูคลองด้านตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ ความยาวรวม 154,200 เมตร วางกรอบดำเนินการตั้งแต่เดือนเม.ย.-มิ.ย. แบ่งเป็น ด้านตะวันออก จำนวน 16 คลอง อาทิ คลองหม้อแตก คลองพระยาสุเรนทร์ ลองเปรมประชากร ส่วน ด้านตะวันตก จำนวน 13 คลอง อาทิ คลองพระยาราชมนตรี คลองบางกอกใหญ่ คลองโพธิ์ โดยทั้งหมดจะมีการโอนภารกิจและงบประมาณให้กองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการ

          2.แผนการป้องกันน้ำท่วมเนื่องจากน้ำฝน สำนักการระบายน้ำจะมีการขุดลอกจำนวน 7 คลอง ความยาวรวม 10,680 เมตร วางกรอบดำเนินการตั้งแต่เดือนเม.ย.-มิ.ย. อาทิ คลองสะแก คลองไผ่สิงห์โต คลองสาหร่าย เป็นต้น

          3.การระบายน้ำ ในการขุดลอกคลองเพิ่มเติมอีกจำนวนวน 33 คลองความยาวรวม 177,220 เมตร วางกรอบดำเนินการตั้งแต่เดือนเม.ย.-ส.ค. คลองทวีวัฒนา คลองภาษีเจริญ คลองสนามชัย รวม 3 ภารกิจการขุดคลองและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายในกรุงเทพฯ 69 คลอง ความยาวรวม 342,150 เมตร หรือ 342.150 ก.ม.

          “ในช่วงฤดูฝนนี้ สำนักการระบายน้ำ จะเดินเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำ และลดระดับน้ำในคลอง โดยรักษาระดับน้ำในคลองให้ต่ำกว่า 1 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อรองรับปริมาณฝนที่จะตก รวมทั้งเตรียมความพร้อมของอุโมงค์ยักษ์ แก้มลิง และศูนย์ควบคุมระบบน้ำท่วมของกทม. โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” รายงาน ระบุ