ข่าว

ล้อมคอกก่อน..หมากัด

ล้อมคอกก่อน..หมากัด

01 ก.พ. 2555

ล้อมคอกก่อน..หมากัด

               "หมากัด" อย่ากัดตอบ เห็นทีจะไม่ใช่แค่คำเตือนใจ เพราะสมัยนี้เปิดหน้าหนังสือพิมพ์ทีไรเป็นอันต้องเห็นข่าวสุนัขทำร้ายคนอยู่ถี่ยิบ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ล้วนเป็นเหยื่อสัญชาตญาณของสัตว์สี่ขาได้ทั้งนั้น ขนาดเหล่าคนดังผู้รักหมา ชนิดที่ว่าเลิฟมี เลิฟมายด็อก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตูบสายพันธุ์เล็กใหญ่ก็ยังต้องหันมาใส่ใจกับมาตรการดูแลและระวังตัวเองให้ไกลจากความดุร้ายกันอย่างเคร่งครัด เหตุเพราะเดี๋ยวนี้ทั้งอากาศ และสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างง่ายดาย สัตว์เลี้ยงที่ว่าเชื่องแล้วอาจมีหงุดหงิดกันได้ง่ายๆ พาลจะเกิดเหตุร้ายในอนาคตก็เป็นแน่

               วัตถุประสงค์ของการเลี้ยงสุนัขของแต่ละคนแตกต่างกัน สาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นใจบุญ "คุณจีน" ม.ล.นภาศิริ ชยางกูร ที่ไม่เพียงมีเลี้ยงสุนัขของตัวเอง ยังเก็บเจ้าสี่ขาจากข้างทางมาดูแลด้วยความรักต่อเพื่อนร่วมโลก บอกว่าได้รับทราบข่าวสุนัขดุและทำร้ายคนมาตลอด สำหรับตัวเองมองว่าจะโยนบาปให้สัตว์เลี้ยงอย่างเดียวก็ไม่ถูก อยู่ที่การเอาใจใส่เพราะสุนัขก็เหมือนคน ถ้าได้รับความรักความอบอุ่นก็ทำให้จิตใจอ่อนโยนขึ้น

               "หมาที่เลี้ยงไว้สังเกตจากนิสัยแล้ว แรกๆ อาจหวาดระแวงแต่พออยู่กับเราไปนานๆ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นขี้อ้อนเหมือนเด็กๆ เพราะตัวเองไม่ใช่แค่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน แล้วปล่อยปละละเลยไม่เคยกอดเขาแต่จะดูแลเหมือนเป็นสมาชิกในบ้าน ส่วนกรณีที่หมาทำร้ายเด็กเล็กๆ จีนไม่เคยมีลูกที่บ้านก็มองไม่ออก แต่จะมองจากเพื่อนที่มีลูก ก็เข้าใจว่าเพื่อนรักลูกห่วงลูกจนกันหมาให้ไปไกลๆ เคยอ่านหนังสือพบว่าหมามีจิตวิทยาเหมือนคน มีอิจฉาบ้าง ในมุมมองของหมาเด็กไม่ใช่เจ้าของ จึงอาจจะมาแย่งความรักจากเจ้าของไป ทำให้เขาดูก้าวร้าวขึ้น ยิ่งเจ้าของไม่ค่อยเอาใจใส่เหมือนเดิม เขาก็ยิ่งเก็บกด จนคนรู้สึกว่าหมาไม่น่ารักแล้ว วันหนึ่งพอไม่ต้องการก็เอาไปปล่อย แต่หมาบางพันธุ์ก็ดุจริงโดยธรรมชาติอย่างหมาไทยพันธุ์ชื่อดังคุณหมอบอกว่ามันรักเจ้าของมาก พร้อมจะทำร้ายคนที่ไม่ใช่เจ้าของได้ทุกเมื่อหากเข้าใกล้ แต่จีนว่าอยู่ที่การเลี้ยงดู สร้างความคุ้นเคยมากกว่า" สาวผู้รักสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ กล่าว

               ฝั่งคุณแม่ยังสวย "มะปราง" ปัทมวดี เสนาณรงค์ ที่ออกตัวเลยว่าลูกชาย "น้องจา" ชื่นชอบการเลี้ยงสัตว์มากๆ ภายในบ้านพื้นที่ 2 ไร่ คลาคล่ำไปด้วยสัตว์นานาชนิด โดยเฉพาะสุนัขที่ลูกชายชื่นชอบเป็นพิเศษ และตัวโปรดที่สุดก็คือสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ที่เลี้ยงมาตั้งแต่ลูกชายเรียนอนุบาล แม้ตอนนี้สุนัขจะมีอายุมากแล้ว แต่ก็ยังให้ความรักและดูแลอย่างใกล้ชิด

               "ปรางเป็นคนชอบสุนัขพันธุ์เล็กอย่างชิสุ และยอร์กเชียร์ เทอร์เรีย มีซื้อจากฟาร์มบ้าง มีคนให้มาบ้าง แต่น้องจากับคุณพ่อเขาจะชอบเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ เราเลยซื้อพันธุ์โกลเด้นมาเลี้ยง ก่อนซื้อเราต้องดูนิสัยใจคอของสุนัขด้วยว่าเป็นอย่างไร อย่างโกลเด้นเป็นสุนัขใจดีเป็นสายพันธุ์ที่อยู่กับเด็กได้ ก่อนหน้านี้น้องจาเคยอยากจะเลี้ยงพิทบูล กับสุนัขพันธุ์หนึ่งที่ตัวใหญ่มาก พอๆ กับขนาดลูกวัว แต่พอศึกษาสุนัขพันธุ์นี้แล้วรู้สึกว่าเลี้ยงยาก เพราะเขาต้องอยู่ในห้องแอร์ ต้องทำห้องให้อยู่ รู้สึกว่าเยอะเกินไปเลยไม่อนุญาตให้เลี้ยง ยิ่งสุนัขพันธุ์ไหนถ้ารู้ว่าดุจะไม่ให้เลี้ยงเด็ดขาด แต่โชคดีที่สุนัขทั้งหมดที่อยู่ในบ้านใจดีไม่เคยกัดเจ้าของ แต่ถ้าเมื่อไรกัดคงจะตีและสอนให้จำว่าทำไม่ได้ คงไม่ถึงกับเอาเขาไปปล่อยเพราะถึงอย่างไรก็เป็นคนเลี้ยงเขามา ต้องให้ความดูแลเอาใจใส่จนวันสุดท้ายของเขา แล้วสุนัขเป็นสัตว์ที่รักเจ้าของคนเดียวไม่เคยนอกใจ ถึงใครจะมาดูแลแทนเขาเขาก็ยังรักเจ้าของของเขาคนเดียว" มะปราง อธิบาย

               ขณะที่สาวหน้าหวาน "จุ๋ย" จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เจ้าของน้องหมาหลากสายพันธุ์ทั้งชิวาวาตัวน้อย ไชนีส เครสเต็ด รวมทั้งเจ้าหมาพันธุ์ใหญ่อย่างร็อตไวเลอร์ และโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ บอกว่า การที่จะเลือกสุนัขแต่ละตัวมาเลี้ยงนั้น จะดูจากความชอบและถูกชะตาก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะศึกษาจากสายพันธุ์ว่าจะเหมาะที่จะนำมาเลี้ยงหรือไม่

               "ที่บ้านจุ๋ยเลี้ยงสุนัขไว้หลายตัวค่ะ สายพันธุ์เล็กอย่าง ชิวาวากับไชนีส เครสเต็ด จะเลี้ยงไว้ในบ้านแบบใกล้ชิด แต่หมาพันธุ์ใหญ่อย่างร็อตไวเลอร์จะอยู่นอกบ้านเท่านั้น เพราะมันเป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างดุร้าย อย่างเวลาที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านก็มีเห่าบ้าง แต่ก็ไม่ได้วิ่งเข้าไปทำร้ายอย่างที่เคยเห็นข่าวในทีวี แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งโจรปีนเข้ามาในบ้านก็โดนเจ้านี่กัดเหมือนกันแต่ก็วิ่งหนีออกไปได้ จุ๋ยว่าถ้าเราเลี้ยงมันผูกพันกับมันและอยู่ด้วยกันจนคุ้นชินแล้วมันก็จะไม่ทำอันตรายเรา คือจุ๋ยเชื่อว่าหมาทุกตัวมันมีสัญชาตญาณรักเจ้าของและจะไม่ทำร้ายเจ้าของ ส่วนเจ้าโกลเด้นของจุ๋ยขี้เล่นมาก เวลาเห็นคนแปลกหน้ามันจะเห่าบ้างแต่ก็ยังไม่เคยทำร้ายใคร" เจ้าของน้องหมาหลากสายพันธุ์ให้ความเห็น
 ฟากนักบริหารลูกสอง "ใหม่" สยาม เศรษฐบุตร ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รับอุปการะสุนัขจรจัดพันธุ์ผสมตามสถานสงเคราะห์ มาดูแลอยู่เสมอ โดยยึดหลักไม่จำเป็นต้องรับมาดูแลตั้งแต่เด็กๆ เพราะไม่ว่าสุนัขจะอยู่วัยไหนถ้าให้ความรักดูแลเอาใจใส่เหมือนลูกแท้ๆ ก็จะเกิดความไว้ใจกันและกัน ไม่คิดทำร้ายเจ้าของเป็นอันขาด

               "ที่บ้านผมรับหมาที่ถูกทิ้งมาเลี้ยงอยู่ 3 ตัว แม้เราจะไม่ใช่เจ้าของเขาตั้งแต่แรก ก็พยายามให้ความเมตตาจนเขารักเรา เราต้องเข้าใจว่าการที่หมาเกิดอาการดุร้ายมาจากสัญชาตญาณในการป้องกันตัวเขาก็เหมือนคนที่มีอารมณ์โกรธอาจจะหวงลูก หรือโดนทำร้ายมาก่อน อยู่ดีๆ จะกระโจนเข้ากัดคนเลยคงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีเหตุผลมาก่อน ดังนั้นเราต้องระวังตัวเองด้วยการเข้าใจพฤติกรรมเขาในแต่ละตัว เหมือนที่เราคอยดูว่าตอนนี้คนรอบข้างเรารู้สึกอย่างไร วันนี้อารมณ์ดีไหม ส่วนลูกๆ ก็ต้องสอนเขาตั้งแต่เด็กให้คุ้นชินและเป็นมิตรกับสัตว์ทั้งในบ้านและนอกบ้าน จะสอนเขาว่าอย่าไล่สุนัข อย่าวิ่งหนี เพราะถ้าเขารู้ว่าเรากลัวก็จะยิ่งตามมา และจะบอกให้ลูกรู้จักแบมือให้เขาดมหรือจับก่อนเพื่อความเป็นมิตร เด็กๆ ก็จะคุ้นเคยและรู้เองว่าตอนไหนควรหรือไม่ควรเล่น และรอบๆ บ้านจะมีสุนัขจรจัดอีกกว่า 30 ตัว ที่ต้องคอยซื้ออาหารมาให้เป็นการทำบุญที่เราสบายใจ ถึงแม้เขาจะสร้างความรำคาญให้บ้าง แต่การที่เราให้บ่อยๆ เขาก็จะจำได้ และตอบแทนเราด้วยการเฝ้าบ้านให้ ตอนนี้ไม่ต้องจ้างยามเลยเพราะมีพวกเขาดูแลให้อย่างดี" สยามแจงวิธีการเลี้ยงอย่างเป็นมิตร

               ทั้งคนทั้งสัตว์ ยังไง้...ยังไง ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจ มีความรู้สึกเหมือนกัน หากจะหาซื้อเพื่อนรักสี่ขามาอยู่ด้วยกันทั้งทีก็ต้องเลี้ยงกันให้ดี รักเขาให้นานๆ ไม่ทิ้งขว้างให้โดดเดียว แค่นี้เจ้าตูบสุดรักก็ยังเป็นมิตรแท้ของมนุษย์อยู่เสมอล่ะ