ข่าว

 'ปริญญา'ชี้มธ.ไม่ห้ามใช้พท.เคลื่อนแก้ม.112

'ปริญญา'ชี้มธ.ไม่ห้ามใช้พท.เคลื่อนแก้ม.112

31 ม.ค. 2555

“ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” ชี้มติกก.บห.ไม่ห้ามใช้พื้นที่มธ. เคลื่อนไหวทางวิชาการกรณี ม.112 เพียงแสดงความห่วงใย ยืนยันเสรีภาพในทางวิชาการเป็นสิ่งที่ธรรมศาสตร์ต้องคุ้มครอง “เพื่อไทย” ย้ำแก้รธน.ม.291 ไม่แตะม.112

              31ม.ค.2555 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงมติคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีมติห้ามไม่ให้มีการใช้สถานที่เคลื่อนไหวแก้ ม.112 ว่า แม้ว่าตนจะเห็นแตกต่างกับคณะนิติราษฎร์ในหลายเรื่อง แต่เสรีภาพในทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเคารพและคุ้มครอง ทั้งนี้ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่กับความคิดเห็นนั้น

               อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้อยู่ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2555 ที่ผ่านมา จึงไม่ทราบรายละเอียดของการประชุมและมตินี้ของที่ประชุม แต่เข้าใจว่ามติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยน่าจะเป็นเรื่องความห่วงใยที่มีการใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยในการเคลื่อนไหวแก้ไข มาตรา 112 ที่อาจจะนำไปสู่ความแตกแยกของคนในสังคม แต่ไม่น่าจะเป็นการห้ามมิให้ใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรมในทางวิชาการ เพราะเสรีภาพในทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในขอบเขตของกฎหมาย เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คุ้มครองเสมอมา และควรจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป


“เพื่อไทย”ย้ำแก้รธน.ม.291ไม่แตะม.112

               เมื่อเวลา 16.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงผลการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมนั้น ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า พรรคเพื่อไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 แน่นอน โดยให้มีสสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง และจะไม่แตะต้องมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาโดยเด็ดขาดตามที่มีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งจากนี้ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการหารือร่วมกันระหว่างพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาล
 
               นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับพ.ร.ก.กู้เงิน 4 ฉบับของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่ล่าสุดสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ เพื่อให้ส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพื่อโอนหนี้ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 184 นั้น ที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงการคลังและสภาพัฒน์ฯ มาให้ข้อมูลกับส.ส.ว่า การประเมินตัวเลขความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมานั้นสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท กระทบทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทั้งนี้ พรก.กู้เงินทั้ง 4 ฉบับนั้นก็เพื่อแก้ปัญหาภาพใหญ่ของทั้งประเทศ ดังนั้นการที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะทำให้พรก.กู้เงินเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ได้เพียงแค่ 2 ฉบับ ทำให้ประชาชนต้องเสียโอกาสในการที่รัฐบาลจะวางยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาและบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ

               “การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพรก. 2 ฉบับของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เข้าตำรามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เพราะสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังออกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านโดยอ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่เมื่อรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์จะออกพรก.เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำให้กับประชาชนบ้าง พรรคประชาธิปัตย์กลับทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง ซึ่งเท่ากับเป็นการจับประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อเล่นเกมการเมือง” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ออกมาคัดค้านว่าไม่มีความจำเป็นต้องออกพรก. นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า คนที่เกี่ยวข้องและมีความเชี่ยวชาญได้มาชี้แจงต่อที่ประชุมส.ส.พรรคแล้วว่ามีความจำเป็น อยากให้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ด้วยความเป็นธรรมด้วยว่า รัฐบาลมองประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพราะถ้าไม่มีการดำเนินการใดๆ ปี 2555 อาจจะเกิดความเสียหายหนักกว่าเดิมก็ได้ ส่วนกรณีที่หากพรก.ดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกทั้งคณะนั้น ถือเป็นมุมมองที่คับแคบ เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองมากกว่าส่วนรวม ทั้งนี้ เชื่อว่ารัฐบาลสามารถชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน

  'ปริญญา'ชี้มธ.ไม่ห้ามใช้พท.เคลื่อนแก้ม.112  'เพื่อไทย'ย้ำแก้รธน.เฉพาะม.291


"สมศักดิ์"เตรียมส่งตีความพรก.โอนหนี้-กู้เงิน1ก.พ.

               นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ส.ส. จำนวน 128 คน ที่ได้เข้าชื่อขอให้ตนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความพระราชกำหนด (พรก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงินกู้ 3.5แสนล้านบาท และ พรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 (การโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ วงเงิน 1.14 ล้านบาท) เรียบร้อยแล้ว ไม่พบว่ามีปัญหาใด ดังนั้นในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ตนจะลงนามและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา

 
ปชป.ชี้ส่งตีความพรก.2ฉบับแม้ขัดรธน.ไม่มีผลย้อนหลัง

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีของพ.ร.ก.เงินกู้และแก้ไขปัญหาหนี้ 4 ฉบับนั้น ขณะนี้ถือว่ามีผลบังคับใช้ได้แล้วทั้ง 4 ฉบับ แต่สำหรับพรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพื่อโอนหนี้ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้ประธานสภาฯ ส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 184 หรือไม่นั้น หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญก็สามารถดำเนินการต่อเนื่องต่อไปได้ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 184 พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวก็จะต้องหยุดดำเนินการทันที แต่จะไม่มีผลย้อนหลัง


ปชป.จี้รัฐบาลสร้างบรรทัดฐานหากพรก.กู้เงินขัดรธน.

               นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หาก  พรก.2 ฉบับ ที่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรแสดงสปิริต และตั้งมาตรฐานการทำงานของรัฐบาลให้น่าเชื่อถือ เพราะการที่รัฐบาลเสนอกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น การแสดงความรับผิดชอบด้วยการยุบสภาหรือลาออกก็เกิดขึ้นในหลายประเทศ แต่ก็คงจะหวังกับรัฐบาลชุดนี้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ควรจะมีการแสดงออกเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับประเทศด้วย


ซ้อมอภิปรายพรก.กู้เงิน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคปชป.และการประชุมส.ส.พรรค เพื่อกำหนดกรอบการอภิปรายร่างพ.ร.ก.ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หลังพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นเรื่องให้ประธานสภาฯส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก. 2 ฉบับ จากทั้งหมด 4 ฉบับ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมว่า พรรคประชาธิปัตย์หวังว่ารัฐบาลคงจะมีมารยาท ไม่ให้มีการอภิปรายพิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับ ที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ส่วนพ.ร.ก.อีก 2 ฉบับที่เหลือนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำชับให้ส.ส.ได้มีส่วนร่วมอภิปรายมากที่สุด โดยมอบหมายให้นายกรณ์ จาติกวณิช และนายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าพรรคซึ่งเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคเป็นผู้รับผิดชอบแนะนำประเด็นอภิปราย โดยโดยนอกจากจะอภิปรายถึง 2 ฉบับที่ไม่ได้ยื่นตีความแล้ว จะมีการชี้ให้เห็นถึงเหตุผลว่าทำไมปชป.จึงต้องยื่นตีความพ.ร.ก.อีก 2 ฉบับ ด้วย

 

จี้"ทักษิณ"ปลด"อัมสเตอร์ดัม"หากไม่เกี่ยวแก้ม.112
 

              นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาปฏิเสธไม่เคยมีแนวคิดในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 พร้อมระบุผู้ที่สวมเสื้อแดงไปฟังการอภิปรายของกลุ่มนิติราษฎร์ที่ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นกลุ่มเสื้อแดงเทียมนั้นว่า ขณะนี้เกิดแนวคิดเดิมๆในการชิ่งหนีเอาตัวรอด เหมือนการสละเรือ และคณะนิติราษฎร์ไม่ได้ตายที่ ม.ธรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ได้ตายคาแผ่นดินไทยไปแล้ว และทั้งนี้ตนอยากเห็นความจริงใจผู้ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลทั้งหมด โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คิดอย่างไรกับเรื่องนี้กันแน่ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเองก็เคยให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ อาทิ ไทม์ออนไลน์ โดยมีคำพูดจาหมิ่นเหม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสถาบันมาตลอด  ขณะเดียวกันก็ได้ตั้งนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เป็นทนายส่วนตัวอยู่ทั้งๆที่ไปร่วมกับการลงชื่อแก้ม.112

              นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ จงรักภักดีกับสถาบันฯจริงต้องปลดนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมส์ออก เช่นเดียวกับนายณัฐวุฒิ ที่ต้องไปตบปากนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ว่าอย่าพูดอะไรเช่นนี้อีกและต้องบอกให้ชัดว่าเสื้อแดงที่ไปฟังคณะนิติราษฎร์คือกลุ่มเสื้อแดงเทียมทั้งหมด จะได้รู้ว่ามีแดงเทียมแฝงทุกเรื่องที่สังคมไม่เห็นด้วย

 

"ภท."ระบุยังไม่ถึงเวลาแก้รธน.

               นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงภายหลังการประชุมพรรคในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ว่า ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีหลายส่วนที่ไม่ได้ส่งเสริมการปกครองที่เกี่ยวข้องกับระบอบประชาธิปไตย ปล่อยให้บางอำนาจเข้ามาแทรกแซงการบริหารประเทศไทย หรือ ม.237 เกี่ยวกับการยุบพรรค ที่จะตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่มีอำนาจใช้กลไกเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ กลั่นแกล้งได้ รวมถึงยังมีมาตรการอื่นๆที่สมควรจะแก้ไข แต่เวลานี้พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าการจะแก้รัฐธรรมนูญต้องขึ้นกับเวลาและสถานการณ์ว่าช่วงใดเหมาะสม แต่เวลานี้ประเทศชาติมีหลายเรื่องที่ต้องทำ อีกทั้งยังไม่ถึงเวลา บ้านเมืองเราไม่อยากให้เกิดบรรยากาศขัดแย้งเกิดขึ้นมาอีก เรื่องนี้ไม่ควรสุมฟืนเข้ากองไฟ

ออกโรงอัดรัฐบาลคลอดพรก.กู้เงินขัดรธน.

               นายศุภชัย  กล่าวว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 1 ก.พ.นี้ วิปรัฐบาลจะเสนอให้พิจารณา พ.ร.ก. 4 ฉบับ ที่ได้ประกาศลงราชกิจจานนุเบกษา เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 3.5แสนล้านบาท เพราะ ส.ส.เป็นห่วงเรื่องการบริหารงบประมาณที่ไปใช้สุ่มเสี่ยงไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ อีกทั้งเกรงว่าจะเกิดปัญหาทุจริต เนื่องจากวงเงินมหาศาล และพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังเพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 (การโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ1.14ล้านบาท) ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยบริหาร ตรงนี้ไม่น่าจะชอบธรรมด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญเพราะไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน รัฐบาลควรเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเป็น พ.ร.บ. จะเหมาะสมมากกว่า


จี้กลุ่มนิติราษฎร์ยุติเคลื่อนไหว

               นายศุภชัย กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนิติราษฎร์ว่า พรรคภูมิใจไทยได้แสดงจุดยืนต่อต้านแนวความคิดนี้มีโดยตลอด เพราะเป็นเรื่องไม่บังควร เพราะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันปกป้องไม่ให้มาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง โดยกลุ่มนิติราษฎร์เป็นกลุ่มที่แสดงความคิดเห็นทางวิชาการสามารถทำได้ แต่เมื่อเสนอแล้วสังคมไม่ตอบรับก็อยากให้ยุติความคิดนี้ เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยก็อยากให้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนเพราะก่อนหน้าที่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ผ่านมามีส.ส.ของพรรคเพื่อไทย มีความพยายามที่จะเสนอญัตติกรณีกลุ่มนิติราษฎร์เข้าสู่ที่ประชุม ดังนั้นเพื่อความชัดเจนไม่อยากให้สังคมมองว่า เล่นหลายบทบาทและมีความเห็นสอดคล้องกับกลุ่มนิติราษฎร์ควรให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยถอนญัตติดังกล่าวออกไป


“ชทพ.”วอนวรเจตน์ยุติแนวคิดวิชาการสร้างสังคมแตกแยก

               นายวัชระ  กรรณิการ์  โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา  กล่าวเรียกร้องให้กลุ่มนิติราษฎร์ ยุติการเคลื่อนไหวแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 ที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพราะกังวลว่าหากเดินหน้าต่อไปท่ามกลางการต่อต้านจากประชาชน กลุ่มนักวิชาการ ข้าราชการ และทหาร อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางคิด และสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้นหากกลุ่มนิติราษฎร์รักประเทศจริง ขอให้ยุติการเดินหน้า เพื่อคืนความสุขสงบให้กับชาติ

               สำหรับนายวรเจตน์  ภาคีรัตน์  แกนนำกลุ่ม  ขอให้ฉุกคิดด้วยว่าหากแนวคิดทางวิชาการที่นำเสนอนั้นสร้างความแตกแยกให้กับสังคมควรยุติทันที