
เฉลิมลั่นย้ายนักโทษค้ายาไปเรือนจำเขาบิน
"เฉลิม"ลั่นย้ายนักโทษค้ายา 500-700 คน ไปเรือนจำเขาบินแน่นอน จวกประชาธิปัตย์ไม่ได้แก้ปัญหายาเสพติดปล่อยปละละเลยมา 2 ปี 7 เดือน เขียนป้ายเพียงอย่างเดียวว่าไม่ฆ่าตัดตอน เพิ่มโทษผู้ค้า
วันที่ 31 ม.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่มีแนวคิดจะย้ายนักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ไปเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรีว่า ได้ข้อยุติแล้ว สำหรับตนนั้นแก้ปัญหาต้องแก้เป็นระบบและแก้ที่ต้นเหตุ ผู้ค้ารายใหญ่ที่ถูกจำคุกอยู่แต่ยังมีอิทธิพลและเงินคือคำพูดติดต่อ ผู้ผลิตก็ส่งยาเสพติดมาให้ คนที่โดนจับส่วนใหญ่รับจ้างขนยาเสพติด และคดีชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฆ่าคนตายนั้นคนกลุ่มนี้เป็นโจร เมื่อไปรวมกับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่จึงกลายเป็นมหาโจร จึงคิดการชั่วร้าย ฉะนั้นต้องแยกผู้ค้ารายใหญ่ไปไว้ที่เดียว โดยรายใหญ่ ค่อนข้างใหญ่และระดับกลางจริง ๆ น่าจะมี 500 - 700คน ส่วนผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพจะไม่นำไปเพราะไม่มีฤทธิ์เพียงแค่เดินขาย ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และกองทัพบกช่วยเยอะในเรื่องนี้ที่นำรั้วลวดหนามไปกั้นไว้ริมแม่น้ำแม่สาย จ.เชียงราย ทำให้เข้าออกลำบาก และยังส่งกองกำลังผาเมืองออกตรวจเข้มแข็งจนปะทะคนร้ายตายไปสามราย จากนั้นตำรวจตระเวนชายแดนจึงเข้าไปช่วยเสริม
รองนายกฯกล่าวว่า เดิมนั้นตนคิดจะสร้างเรือนจำใหม่แต่ช้าไปและบอกกับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการ ปปส.ไปแล้วว่าให้ไปหาข้อยุติให้ได้และนำไปไว้ที่เรือนจำกลางเขาบินเพราะตรงนี้ตัดสัญญาณโทรศัพท์ได้ และภายในเดือนก.พ.นี้น่าจะเสร็จ โดยจะสลับนักโทษจากเรือนจำกลางเขาบินกับเรือนจำอื่น และเชื่อว่าจะดีขึ้น แต่จะดีมากหรือน้อยนั้นต้องติดตามประมวลผลตรวจสอบต่อไป
เมื่อถามว่า มั่นใจว่านำผู้ค้ารายใหญ่มาขังรวมกันจะแก้ไขได้หรือไม่และจะเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองในการติดสินบนเจ้าหน้าที่เรือนจำหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ดีขึ้น เรื่องนี้ตนมีวิธีการเพราะคิดเป็น มันไม่มีการต่อรองกับผู้ค้ายาเสพติดที่ต้องติดคุกลูกเดียว ตนทำงานนี้มาตั้งแต่เป็นร.ต.ท. เมื่อปี 2516 ตนเข้าใจถ่องแท้ ถามว่ายาเสพติดจะหมดหรือไม่ ตอบได้ว่าไม่หมดแต่น้อยลง หมดเลยคงยาก ยืนยันว่าโทษในคดียาเสพติดนั้นรุนแรงคือประหารชีวิต ยาบ้า 4,000 เม็ดก็ประหารชีวิตแล้ว
" เรื่องนี้มีวิธีการหากไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่เดิม ๆ ก็รับใหม่ให้มีคุณสมบัติพิเศษโดยมีการฝึกอบรมพิเศษ แล้วติดตามความประพฤติ หากพูดแบบนี้ผู้คุมทั่วไปอาจน้อยใจ แต่ขอเวลานิดตนได้เริ่มต้นแล้ว" รองนายกฯกล่าว
เมื่อถามว่านายนัทที จิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์แสดงความเห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นการนำสุ่มไก่ไปขังเสือไว้ รองนายกฯกล่าวว่าเป็นวิธีคิดของนายนัททีซึ่งเป็นอดีตอธิบดีที่ไม่เคยจับโจรผู้ร้ายที่คิดได้เท่านี้ก็เก่งแล้ว แต่ตรงนี้เป็นวิธีคิดของรองนายกฯที่คิดไม่เหมือนกัน ส่วนยาเสพติดที่ยังระบาดรุนแรงในช่วงนี้มาจากเหตุใดนั้น รองนายกฯกล่าวว่า รัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้ทำอะไรเลย ปล่อยปละละเลยมา 2 ปี 7 เดือนและเขียนป้ายเพียงอย่างเดียวว่าไม่ฆ่าตัดตอน เพิ่มโทษผู้ค้า โดยโทษนั้นศาลมีเกณฑ์อยู่แล้วว่ายาเสพติดเท่าใดที่ต้องโทษประหารชีวิตหรือจำคุก โดยไม่ต้องไปเพิ่มโทษให้ผู้ค้า
เมื่อถามว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้รองนายกฯได้ขู่ผู้ค้ายาเสพติดว่าอาจโดนฆ่าตัดตอน รองนายกฯกล่าวว่าไม่ได้ขู่ แต่เตือนเพราะตอนนี้จับผู้ค้ารายใหญ่ได้เยอะ คนที่เป็นลูกพี่จึงคิดว่าโดนหักหลังจึงฆ่ากันเอง ตนจึงเตือนว่าการฆ่าตัดตอนกันเองจะเกิดขึ้นอีกแล้ว แต่ตนไม่ได้ไปฆ่า ไม่มี ตนใจดีจะตาย บวชมาแล้วสองครั้ง
ส่วนการไปให้นโยบายผู้ประกอบการสถานบันเทิงในกทม.เพื่อขอความร่วมมือเกี่ยวกับการกวดขันยาเสพติดนั้น รองนายกฯกล่าวว่าสถานบริการที่มีชื่อเสียงนั้น ตนเรียกนายตึ่งซึ่งรู้จักกับตนมาตั้งแต่สมัยกองปราบปรามและเป็นเจ้าของนาร์ซีซัสและปาร์กีซัสมาพบ และได้บอกไปว่ามีคนแจ้งมาว่าสถานบริการแห่งนี้ชาวต่างชาติและคนรวยไปเที่ยว ตนขอร้องว่าอย่าให้มีการจำหน่ายยาเสพติด และในหลายแห่งย่านอาร์ซีเอ ทองหล่อ ห้วยขวาง คลองตัน บางแห่งตั้งโต๊ะขายโดยเจ้าของจะทราบหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเพราะเจ้าของมักไม่เข้าไปดูแลโดยปล่อยให้ลูกน้องที่เป็นผู้จัดการดำเนินการ หากควบคุมได้ก็แก้ไขได้ในระดับหนึ่ง
'ลั่น' ปีนี้ได้เห็นพรบ.ปรองดองแห่งชาติแน่นอน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่มีแนวคิดจะเดินหน้าร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาติให้เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ว่าไม่ได้ซุ่ม แต่เอาจริงคิดไว้นานและเปิดเผยมาตั้งนานแล้ว โดยทุกภาคส่วนต้องได้รับเพราะเป็นร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาติโดยไม่ใช่กฎหมายนิรโทษกรรม บ้านเมืองทะเลาะกันแบบนี้มันไปไหนไม่ได้
เมื่อถามว่า ขั้นตอนไปถึงไหนและจะเสนอเมื่อใด รวมทั้งจะเสนอในนามของฝ่ายใด รองนายกฯกล่าวว่า ตนเขียนไว้เสร็จแล้วหกมาตราแบบไม่ให้ใครรู้ เรียบร้อยหมดแล้ว ไม่ต้องให้กฤษฎีกาดูเพราะระดับตนเขียนเองไม่ผิด ทั้งนี้จะเสนอร่างพรบ.นี้ต่อรัฐสภาในนามพรรคเพื่อไทยและต้องสอบถามประชาชนก่อน ย้ำว่าทุกภาคส่วนที่ได้รับผลจากการปฏิวัติจะได้รับผลเท่าเทียมกัน โดยขอเริ่มเดินสายในภาคอีสาน และภาคอื่นทั้งหมด เพราะวิธีหาเสียงนั้นต้องไปในพื้นที่ที่ได้แน่ก่อน ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่แน่นอนนั้น มันเปลืองน้ำมันรถ ตอนนี้มั่นใจ 50เปอร์เซ็นต์ว่าประชาชนสนับสนุน โดยตนไปมาแล้วหลายจังหวัดแล้วและขอเรียนกับทุกคนว่าจะปล่อยบ้านเมืองไปอย่างนี้ไม่ได้ คณะกรรมการปรองดองชาติ คอป.คอ.นธ.มานั่งประชุมกันเสร็จก็จบ มันต้องออกเป็นพรบ.ปรองดองแห่งชาติ ไม่ใช่การนิรโทษกรรม
เมื่อถามว่า กระแสต่อต้านเรื่องนี้ยังมีเยอะ รองนายกฯกล่าวว่า มันต้องใช้เสียงส่วนใหญ่ ใครจะต่อต้านก็ต่อต้านไป การกระทำอะไรในระบอบประชาธิปไตยหากไม่มีการต่อต้านมันไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการ ย้ำว่าไม่นำไปสู่ความรุนแรง ทุกฝ่ายได้หมด จะทะเลาะกันทำไม
"น่าจะชัดเจนและเสนอได้ในปีนี้แต่ไม่บอกว่ากลางปีหรือปลายปี ย้ำว่าตนไม่ปกปิด เปิดเผย เพราะเขียนไว้เสร็จแล้ว ตนจะแถลงข่าวและแจกกราฟท์อธิบายแถลงทุกมาตราแล้วจะทะเลาะกันทำไม" รองนายกฯกล่าว
ต่อข้อถามที่ว่า หลักการสาระสำคัญในพรบ.นี้คืออะไร รองนายกฯกล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ เอาไว้ก่อน แต่ทุกอย่างกลับไปตั้งหลักวันที่ 19 ก.ย.2549 และทุกภาคส่วนได้หมด
เมื่อถามว่า ผลของดำเนินการแบบนี้ คนไทยบางคนที่หนีไปต่างประเทศจะกลับมาได้หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่าทุกคน แต่ตนไม่บอกว่าใครอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ
ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับประเทศไทยในปีนี้หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า "ไม่บอก เดี๋ยวท่านไม่กลับจะว่าอย่างไรอยู่เมืองนอกสนุกแล้ว"
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และดำเนินคดีกับร.ต.อ.เฉลิมในดำเนินการปราบเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน และพยายามโยงเข้ากับการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตร112 เข้าด้วยกันหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า "เข้าใจผิด ของอย่างนี้ต้องปฏิบัติไม่จำเป็นอย่าแถลงข่าว ตนทำเยอะแล้วโดยติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ทั้งหมดมาพบเพื่อขอความร่วมมือติดตามจับกุม ลดขั้นตอนออกหมายจับ แต่มันไม่ต้องพูดโดยต้องทำแล้วไม่ให้มีเหตุแบบนี้เกิดขึ้น งานมันเยอะ ถามว่าสมัยที่พรรคนั้นเป็นรัฐบาลทำอะไร ไม่เข้าท่า ตนอ่านข่าวนี้แล้วบอกว่าไม่เข้าท่า พรรคนั้นค้านไปเถอะอีกสองสมัย"
เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าอีกไม่นานนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจะโดนย้าย รองนายกฯกล่าวว่าตนไม่ทราบ
ถามว่านายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่ามีสี่กลุ่มรวมตัวกันในย่านพุทธมณพลเพื่อล้มรัฐบาล รองนายกฯกล่าวว่าตนไปต่างจังหวัดหลายวัน จึงไม่ทราบเรื่องจริงๆและตกข่าว
ส่วนในฐานะทำงานการเมืองมานาน การดำเนินการของสี่กลุ่มนี้จะสำเร็จหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่าตนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นใด เเต่จากการที่อยู่ในวงการการเมืองมานานกับสถานการณ์แบบนี้ หากรัฐบาลไม่ทุจริตล้มไม่ได้หรอก
"ความต้องการยาเสพติดทั้งประเทศนั้นในกทม.และปริมณฑลนั้นอยู่ที่ร้อยละ 60-65 ตนลดอุปสงค์และอุปทานได้แล้วจึงต้องลดกลุ่มเสี่ยงในสถานบริการ" รองนายกฯกล่าว
ผบ.เรือนจำเขาบินพร้อมรับนักโทษคดียาเสพติด
นายธนวีร์ ประวัติ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี กล่าวว่า เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี มีนักโทษประมาณ 2,580 คน เป็นนักโทษยาเสพติดครึ่งหนึ่ง ซึ่งปัญหาของเขาบินคือต้องรับนักโทษที่กำหนดโทษสูงทุกคดีในเขต 7 และยังผู้ต้องขังที่ถูกคัดย้ายโดยคณะกรรมการคัดย้ายของกรมฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่ยังมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาก็มาอยู่ที่นี่ด้วย ประมาณ 200 คนเศษ แต่มีอยู่ 19 คน ที่ยังมีไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอยู่น้อยต้องเพิ่มภาระขึ้นมาอีกมีเจ้าหน้าที่หลายคนขอย้ายกลับอยู่ในภูมิลำเนาของตัวเองหลายคนเพราะไปอยู่ที่อื่นก็ได้เงินเดือนเท่ากัน แต่งานน้อยกว่า
"และเราก็ไม่ปฎิเสธว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดของผุ้ต้องขัง เพราะในคุกนั้นถ้าผู้คุมไม่หูหนวกตาบอดก็ทำยาก แต่เดี๋ยวนี้กฎหมายไม่เอื้อให้ผุ้กระทำความผิด ถ้าทำไปแล้วจะเจตนาหรือไม่ก็จะถูกสอบถูกชี้แจง ถูกร้องเรียนทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อ ก็อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลคนดีหรือดูแลคนชั่ว ให้ปล่อยให้พวกเราทำงาน ไม่มีใครอยากไปแกล้งนักโทษ ถ้าแกล้งแล้วได้อะไร พยายามทำความเข้าใจให้อยู่กันดีๆ ทุกคนที่มาอยู่ในเรือนจำก็รู้ๆกันอยู่ว่าสุดยอดทั้งนั้น ซึ่งมันก็ดูแลอยากพอสมควร โดยเฉพาะในภาวะที่กำลังของเราน้อย และปัญหาหนักมากๆคือญาติๆที่อยู่ข้างนอกยังมาพยายามส่งเสริมให้คนข้างในทำผิด แทนที่จะมาช่วยกันพูดช่วยกันแนะนำให้เป็นคนดี กลับมาทำตรงข้าม และที่น่าเจ็บปวดมากคือแม่กับพ่อที่ยังมาส่งเสริมให้ลูกทำความผิด ซึ่งในปัจจุบันนั้นทางเรือนจำกลางเขาบินให้เยี่ยมผู้ต้องขังได้เฉพาะตามสายเลือด คือ พ่อ แม่ ลูก และเมีย ประเภทมารับจ้างเยี่ยมนั้นเราไม่อนุญาต"นายธนวีร์ กล่าว
ในส่วนที่จะมีการนำผู้ต้องในคดียาเสพติดรายสำคัญมาไว้ที่เรือนจำกลางเขาบินนั้น เป็นการแปลความผิด ว่าจะขนย้ายผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก 500 คน จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะที่ประชุมนั้นมีมติให้เรือนจำกลางเขาบินเป็นศุนย์ในการควบคุมดูแลคนพวกนี้ เพราะเรามีเครื่องมือพร้อมกว่าที่อื่น มีคำถามว่ารับได้กี่คน ซึ่งก็ตอบไปว่ารับได้ 500 คน แต่ไม่ได้มาทั้ง 500 คน เพราะต้องผ่านกระบวนการคัดแยกอีกมาก ซึ่งจะทยอยมา แต่ยังไม่รู้ว่าเท่าไหร่ ไม่ได้รับมาทีเดียวทั้งหมด และที่ผ่านมาเราก็รับอยู่แล้ว เมื่อมีนักโทษใหม่มา ทางเรือนจำเขาบินก็จะพิจารณาย้ายนักโทษคดีทั่วไปออก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
ที่ผ่านมาช่วงน้ำท่วมเราก็รับนักโทษจากเรือนจำในกรุงเทพฯมาอยู่ถึง 600 คน ก็อยู่ได้ ซึ่งเรานั้นพร้อมอยู่แล้ว และถ้ามองว่าเครือข่ายยาเสพติดนั้นมาจากเรือนจำ รับรองได้ว่า 8-9 เดือนที่ผ่านมานั้นไม่มีเรื่องของยาเสพติดเลย นั่นเป็นเพราะเราเข้มงวด และการตัดสัณญาณโทรศัพท์ก็ช่วยได้มาก แต่อุปกรณ์ทุกอย่างก็จะต้องมีข้อเสีย ซึ่งเราต้องปรับปรุงและตามให้ทัน แต่อยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถ้ามีการซัดทอดมาจากผุ้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ว่ามีผู้ต้องขังในเรือนจำกลางเขาบินไปร่วมขบวนการ ขอให้แจ้งมายังเราซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การทำงานนั้นเชื่อมต่อกันได้ ก่อนที่ผู้ต้องขังจะรู้ตัว



