ข่าว

เหยื่อพลิกรอยปล้น'50ล้าน'ใช้หนี้พนัน

เหยื่อพลิกรอยปล้น'50ล้าน'ใช้หนี้พนัน

31 ม.ค. 2555

เหยื่อ...พลิกรอยปล้น'50 ล้าน' ใช้หนี้พนัน : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

             เกือบ 1 เดือนเต็ม ตำรวจพยายามแกะรอยแก๊งปล้นเงินสกุลต่างๆ กว่า 50 ล้านบาท ซึ่ง "ราฮูมาน อับดุลลา" เศรษฐีแลกเงินชาวอินเดียวัย 52 ปี ตกเป็นเหยื่อ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554 ขณะกำลังขับรถยนต์ส่วนตัว พร้อมกับภรรยาและลูก ออกจากบ้านพักย่านตลาดสี่พระยา ถนนนเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก ได้เพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้น ก็ถูกแก๊งคนร้ายขับรถกระบะสีดำปาดหน้าบังคับให้หยุดรถ และมีรถกระบะอีกคันจอดประกบท้าย เพื่อป้องกันการหลบหนี ใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้เปิดฝากระโปรงท้ายรถยนต์ แล้วนำกระเป๋าใส่เงิน 5 ใบใหญ่ขึ้นรถยนต์หลบหนีไป
 
             หลังเกิดเหตุผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางรัก...พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น.สั่งการให้ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น., พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6, พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รองผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผกก.สส.บก.น.6, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผกก.สน.บางรัก, พ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน สว.กก.3 บก.สส.บช.น. และชุดสืบสวน ร่วมกันสืบสวนจับกุมคนร้าย ซึ่งคาดว่าจะคนมีสีเข้ามีส่วนร่วมในการปล้น! กล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ รวมถึงเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ถูกนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเน้นตรวจหาตำหนิรถกระบะยี่ห้อนิสสันแบบแวน สีแดง สภาพเก่า และรถกระบะอีซูซุ สีดำ แบบ 4 ประตู จนกระทั่งพบกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งสามารถบันทึกภาพรถกระบะของคนร้ายได้ และสามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยลงจากรถยนต์ได้สองคนจอดใกล้จุดที่เกิดเหตุก่อนลงมือปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย
 
             ขณะเดียวกันชุดสืบสวนได้เบาะแสจากสายลับคนหนึ่ง เคยได้รับการติดต่อจากกลุ่มคนร้ายให้หาเพื่อนมาร่วมแก๊งปล้น โดยแก๊งปล้นเงินกลุ่มนี้อ้างว่าเคยถูกปล้นเงินตราต่างประเทศแถวๆ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเมื่อ 2 ปีก่อน ชุดสืบสวนจึงพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีปล้นในห้วงเวลานั้น พบว่าผู้เสียหายในคดีเป็นบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาตรวจสอบ พบว่า นายจิตรภาณุ หรือ ทิ วัฒนศศิโรจน์ อายุ 43 ปี เคยตกเป็นผู้เสียหาย หลังเกิดเหตุปล้นทรัพย์ในครั้งนั้นได้ลาออกจากบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราแห่งดังกล่าว ประกอบกับข้อมูลของสายลับแจ้งเพิ่มเติมว่า นายจิตรภาณุ ยังติดต่อกับ นายกิตติชัย หรือหนุ่ย สองเมือง อายุ 46 ปี อ้างตัวเป็นนายตำรวจตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 7 ให้หาเพื่อนร่วมทีมปล้น
 
             ทันทีที่ชุดสืบสวนพยายามตรวจสอบหานายกิตติชัย และทราบว่ามีพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ สน.พญาไท จึงจัดชุดซุ่มโป่งสะกดรอยเพื่อติดตามพฤติการณ์ของนายกิตติชัย และทราบแน่ชัดว่ามีพฤติการณ์ต้องสงสัย จึงขออำนาจศาลพิจารณาอนุมัติหมายค้นที่พัก หลังจากศาลอนุมัติหมายค้น พบตัวนายกิตติชัยอยู่ภายในที่พักพร้อมกับเงินสกุลต่างประเทศจำนวนมาก และเครื่องแบบตำรวจยศพันตำรวจโท พร้อมหมวกสายตรวจ อีก 1 ชุด และบัตรข้าราชการตำรวจปลอม ระบุชื่อ พ.ต.ต.กิตติชัย สองเมือง ตำแหน่ง รอง ผกก.สส.บก.น.7 และ รอง ผกก.สส.บช.ภ.7 อีกอย่างละใบ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
 
             นายกิตติชัยรับสารภาพว่า ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้รู้จักสนิทสนมกับนายจิตรภาณุ ตอนหลังนายจิตรภาณุเล่นพนันเสียเงินจำนวนมาก จึงติดต่อให้ช่วยหาทีมปล้นเงินตราต่างประเทศ
 
             นอกจากนี้นายกิตติชัยยังให้การซัดทอด นายพัลลภ หรือ ลพ คชวงษ์ อายุ 38 ปี, นายวิชัย หรือโล่ โล่ห์บัณฑิตสกุล อายุ 45 ปี, นายอุดม หรือคิว ยิ้มพรธนา อายุ 43 ปี, ส.ท.อุดรพงษ์ หรือกุ้ง กางนอก อายุ 21 ปี, ส.ท.วีรยุทธ หรือเอ งามเขียว อายุ 24 ปี และนายชวนชม หรืออ้วน ศรีจันทร์ อายุ 29 ปี เมื่อชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ถูกซัดทอดทั้งหมด จนกระทั่งพบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายได้ 2 คน ลงจากรถกระบะก่อนลงมือปล้นก็คือ ส.ท.อุดรพงษ์ และนายชวนชม
 
             "คดีนี้ นายจิตรภาณุ เป็นหัวหน้าแก๊ง และเป็นผู้วางแผนทั้งหมด ให้การอ้างว่า เคยทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและเคยถูกคนร้ายปล้นในท้องที่ สภ.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ เมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงขณะนี้ตำรวจยังตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีไม่ได้ ประกอบกับช่วงนี้ติดหนี้การพนันจำนวนมาก จึงปรึกษากับนายกิตติชัย ซึ่งมักจะอ้างตัวเป็นนายตำรวจและมีพรรคพวกเยอะ ให้สรรหาทีมงานมาให้ แล้วใช้เวลาเตรียมการหาเหยื่อและเลือกเฟ้นทีมงาน ประมาณ 1 เดือน เพื่อสะกดรอยตามดูพฤติกรรมของผู้เสียหาย" พล.ต.ต.รณศิลป์ กล่าว

...............

(หมายเหตุ : เหยื่อ...พลิกรอยปล้น'50 ล้าน' ใช้หนี้พนัน : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)