
เอ็นจีโอต่างประเทศกับพม่า
เอ็นจีโอต่างประเทศกับพม่า : โลกสาระ โดยกวี จงกิจถาวร
พม่ากำลังเปิดประเทศ รัฐบาลจากทั่วโลก กำลังตื่นเต้นกับการปฏิรูปแบบหน้ามือเป็นหลังมือของพม่าที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เล่นเอาแบบไม่ทันตั้งตัว แต่มีกลุ่มเอ็นจีโอทั้งหลายทั้งปวงกำลังรออยู่ในกรุงเทพฯ ตามความเคลื่อนไหวนี้ และพร้อมยกกำลังพลเข้าไปในพม่าในทุกเวลา
ในอดีต ประเทศเคยเป็นสังคมปิด เช่น กัมพูชา พอเปิดประเทศให้ต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจและสังคมหรือฝึกสอนทางด้านต่างๆ บรรดาเอ็นจีโอทั้งหลายจะเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเร็ว (ราวกับหน่วยทหารจู่โจมเร็ว) เข้ามาก่อนใคร มีบทบาทสูงมากๆ กรณีของพม่ายิ่งเห็นได้ชัด เนื่องจากพม่าได้ปิดประเทศมาเป็นเวลานานห้าสิบกว่าปี หลังได้รับเอกราชในปี 1948 พม่าเป็นประเทศแรกในเอเชียอาคเนย์มีระบบประชาธิปไตย แต่มันเป็นช่วงสั้นๆ ต่อจากนั้นพม่าก็ได้กลายเป็นประเทศปิด ดำเนินนโยบายสังคมนิยมแบบพม่า ที่โดดเดี่ยวตัวเอง มีการติดต่อโลกภายนอกน้อยมากๆ ทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางด้านพลังงานและแร่ธาตุมากมาย
จนกระทั่งพม่ามีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปี 2010 ซึ่งถูกโจมตีจากทั่วโลกว่ามีการโกงผลการเลือกตั้ง หลังจากนั้นมีการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนมีประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เป็นผู้นำ หลังจากนางออง ซาน ซูจีพบกับเต็งเส่งในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว การปฏิรูปในพม่าได้เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเริ่มจากการปฏิรูปกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายกรรมกร ตอนนี้คนงานมีสิทธิสามารถหยุดงานได้ สื่อมวลชนพม่าสามารถวิพากษ์วิจารณ์ ผู้นำรัฐบาลได้ (ประเทศอาเซียนบางประเทศทำอย่างนั้นไม่ได้) แต่เหตุการณ์ที่สามารถชนะใจโลกตะวันตกได้อย่างหมดใจคือการปล่อยตัวนักโทษการเมือง หกร้อยกว่าคนในพม่า
ทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ได้ปรับนโยบายโดดเดี่ยวพม่าทันที เริ่มอนุญาตให้มีการติดต่อในระดับสูงกับพม่า ให้วีซ่าเจ้าหน้าที่พม่าทุกระดับในการเดินทาง เข้าประเทศในโลกตะวันตกโดยไม่มีข้อจำกัด ในอนาคต เงินช่วยเหลือจากองค์กรเงินทุนระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลกหรือไอเอ็มเอฟจะหลั่งไหลเข้าไปในพม่าเพื่อการพัฒนา พร้อมกับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศให้องค์กรเอ็นจีโอต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องการศึกษา สาธารณสุข ธรรมาภิบาล สื่อ เป็นต้น
ตอนกัมพูชาเปิดประเทศหลังการเลือกตั้งในปี 1992 กลุ่มเอ็นจีโอเป็นร้อยๆ กลุ่มได้เข้าไปช่วยเหลือพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ เพราะรัฐบาลไม่มีขีดความสามารถในการจัดการปัญหาต่างๆ ได้ ทุกวันนี้นายกรัฐมนตรีฮุนเซน พยายามจะจำกัดสิทธิกลุ่มเอ็นจีโอทั้งหลาย เช่นกลุ่มเอ็นจีโอสื่อและธรรมาภิบาล
ในอนาคต จะมีข่าวในลักษณะนี้เกี่ยวกับพม่าตีพิมพ์ให้เห็นอย่างแน่นอน พม่ากำลังเผชิญกับปรากฏการณ์แบบเดียวกันที่กัมพูชาเคยมีประสบการณ์มา ถึงแม้ว่าในกรณีนี้พม่าจะมีภาษีมากกว่า เนื่องจากมีนางซูจีและภาษาอังกฤษเป็นตัวเร่งดึงต่างประเทศ พม่าได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นประเด็นหรือคำแนะนำจากนางซูจีให้ทำโน่นทำนี่
ขณะนี้ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าการปฏิรูปครั้งนี้จะมีผลอย่างไรต่อบทบาททหารหรือผู้นำอย่างนายพลตัน ส่วย ปัจจุบันกลุ่มทหารพม่าในระบบการเมืองยังคงความเป็นเจ้าคือยังควบคุมกลไกการเมืองได้อยู่ เนื่องจากมีสมาชิกผู้แทนราษฎรของกลุ่มทหารในทุกสภาทั้งที่เป็นของระดับชาติหรือตามภูมิภาค
อย่ากะพริบตาเด็ดขาด เหตุการณ์ในพม่าจะเป็นข่าวร้อน ข่าวข้นทุกวัน



