
ก้างขวางคอ
ก้างขวางคอ : เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน
จะว่าไปแล้ววงจรของบ่อนการพนันก็ไม่ได้หายไปไหน ผลุบๆ โผล่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
บ่อนจะเปิดเบ่งบานกันได้ต้องมีนายตำรวจระดับสูงไฟเขียวหรือมีนักการเมืองระดับรัฐมนตรีที่มีบารมีคับบ้านคับเมืองหนุนหลังด้วย
ที่เป็นธรรมชาติหน่อยก็จะอยู่ในช่วงโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลและโผรองผู้บังคับการเรื่อยไปถึงสารวัตร ช่วงนี้ถือว่าเป็นจังหวะสุญญากาศคือ ระดับกองบัญชาการ ระดับกองบังคับการจนถึงโรงพัก ต่างวิ่งเต้นหาตำแหน่งดีๆ ลงกัน
อีกอย่างระดับบริหารในสำนักงานตำรวจแห่งขาติ ก็ไม่ได้ลงไปจี้หรือไม่ก็ร่วมวงตามน้ำไปด้วยเลย ทำให้บ่อนได้รับไฟเขียวถือเป็นช่วงกอบโกย หาเงินเข้ากระเป๋าทั้งสองฝ่าย
เม็ดเงินในเวลาแบบนี้จึงมากมายมหาศาล และเล่นได้ต่อเนื่องไม่สะดุดจนกว่าบัญชีแต่งตั้งจะเสร็จสิ้นมีผลอย่างเป็นทางการ ถ้านับเวลาก็เป็นเดือน ยิ่งถ้าผู้บังคับบัญชาในท้องที่เปลี่ยนใหม่ อาจมีลูกติดพันแถมอีกหลายวัน
บ่อนการพนันหลายแห่ง ต่างท้องที่ที่ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาแฉก็เข้าลักษณะนี้เหมือนกัน เล่นกันตั้งแต่ก่อนปีใหม่จนเกือบจะย่างเข้าตรุษจีน
ส่วนหนึ่งสืบเนื่องมาจากบัญชีโยกย้ายนายพลเพิ่งเสร็จสิ้น ระดับรอง ผบก.และระดับท้องที่ก็ยังไม่เสร็จ ขยายเวลาออกไปยันปลายเดือนมีนาคม และยังไม่รู้ว่าจะขยายเวลาทำบัญชีออกไปอีกหรือไม่
นายตำรวจบางคนรู้ตัวว่าไปไม่รอดถูกย้ายแน่นอน ก็ไฟเขียวให้บ่อนวิ่งพวกนี้เข้าพื้นที่เก็บเงินเข้ากระเป๋าไว้ใช้ในยามยาก หรือบางพวกก็หาเงินวิ่งเต้นนาย หรือนำส่งนักการเมืองตามถนัดเพื่อขอตั๋วเก้าอี้เกรดเอหรือตำแหน่งเดิมถ้ามีผลประโยชน์ติดพันอยู่
พอชูวิทย์เอาข้อมูลมาแฉ เอาคลิปมาเปิดวงเลยแตก
ความจริงถ้ามีนักการเมืองแบบนี้มากๆ ออกมาแฉกันเป็นระยะ รับรองบ่อนการพนันระส่ำระสายหายไปหมด เนื่องจากไม่มีตำรวจคนไหนอยากเสี่ยงเพราะจะถูกเด้งถูกย้ายหรือโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนเสียประวัติซะเปล่าๆ
อย่างว่า ชาวบ้านก็ไม่ค่อยไว้วางใจนักการเมือง กลัวว่าจะไปตีเมืองขึ้นเสียเองหรือไม่ก็มีวาระแฝง
หากนักการเมืองส่วนใหญ่ช่วยกันสอดส่อง บ่อนพวกนี้ก็ไปไม่รอด ไม่หลุดรอดตาเพราะมีหัวคะแนนอยู่เต็มพื้นที่ ยกเว้นแต่จะเข้าไปทำเสียเอง
แต่ถ้ามีจอมแฉในสภามากๆ จะได้เป็นก้างขวางคอทั้งตำรวจและนักการเมือง!!



