ข่าว

ชาวบ้านสุดทน!พระมั่วสีกาแจ้งจับสึก

ชาวบ้านสุดทน!พระมั่วสีกาแจ้งจับสึก

30 ม.ค. 2555

สุดทน! พระมั่วสีกา พาตากอากาศเกาะช้าง บิณฑบาตเลี้ยง จู๋จี๋ตำตา ชาวบ้านแจ้งเทศกิจเกาะช้างตามจับได้ จี้ให้สึกจากการเป็นพระ

               30 ม.ค.55 นายสมพร ประดิษฐ์ศิลป์ เจ้าพนักงานเทศกิจเทศบาลตำบลเกาะช้าง พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจรวม3 คน ออกตรวจตามถนนสายหาดทรายขาว-คลองพร้าวม.4เกาะช้างอ.เกาะช้าง หลังชาวบ้านแจ้งว่าพบพระออกบิณฑบาตและมีกลิ่นสุราและแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมพร้อมพาสีกามานอนพักค้างด้วย ขณะเดียวกันยังมีการขอบิณฑบาตเป็นเงินสดแทนด้วย ขณะออกทำการตรวจ ชาวบ้านแจ้งว่าพบพระรูปดังกล่าว เดินเข้าไปไปยังเขตทหารนาวิกโยธินเกาะช้าง ซึ่งที่ตั้งดังกล่าวเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย จึงได้ประสานงานไปยัง นาวาโทกำจัด สมรรคนัฎ หัวหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

               หลังจากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบบริเวณห่างจากพระบรมรูปประมาณ 50 เมตร พบว่ามีเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวและกางเกงในสีฟ้าของผู้หญิงตกอยู่ พร้อมกับมีเศษขยะตกอยู่เป็นถุงพลาสติกและเศษอาหารถุงข้าวเหนียวและน้ำพร้อมสิ่งของอื่นๆและพบว่าร่องรอยดังกล่าวพระรูปดังกล่าวน่าจะเพิ่งหลบหนีออกไป

               นาวาโทกำจัด สมรรคนัฎ หัวหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด จึงได้วิทยุเรียกกำลังทหารและร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจตามพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้เวลา 30 นาทีจึงพบพระรูปดังกล่าว ขณะที่กำลังจะขึ้นรถโดยสารกับหญิงสาวอีกหนึ่งคนในสภาพผู้ชายสวมกางเกงสีดำ ส่วนผหญิงสาวใส่กางเกงยีนสวมเสื้อสีชมพูนั่งกอดตุ๊กตาสีขาวอยู่ จากการสอบปากคำ ทราบชื่อต่อมาคือนายนฤทธิ โคตรวิชัย อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 /1 อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร ส่วนหญิงชื่อนางสาวสุภาวรรรณ์ ไวยรัตน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 / 1ม.7 ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก

               จากการตรวจค้นภายในย่ามพบผ้าเหลืองและบาตร เสื้อผ้าสำหรับคนทั่วไปทั้งชายและหญิงปะปนกันอยู่ โดยพระนฤทธิ โคตรวิชัย หรือนายนฤทธิ โคตรวิชัย ปัจจุบันไม่เป็นพระแล้ว โดยแสดงบัตรประจำตัวของตนกับนางสาวสุภาวรรรณ์ ไวยรัตน์ พร้อมแสดงบัตรสุทธิให้กับเจ้าหน้าที่และสารภาพว่าตนกับนางสาวสุภาวรรรณ์ ไวยรัตน์ ได้มาอยู่ด้วยกันจริงจึงนำตัวให้ดาบตำรวจประกอบ โพธ์เกษมส่งเจ้าพนักงานสอบสวนสภอ.เกาะช้างทำการสอบปากคำต่อ

               จากการสอบสวนเบื้องต้นนายนฤทธิ สารภาพว่า บวชเป็นพระที่วัดตะเคียนทองเทพนิมิต ต.บ้านว่าน อ.ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 54 ที่ผ่านมาและหนีออกมาทำมาหากินโดยออกบิณฑบาตรหรือออกตระเวนขอรับบริจาคปัจจัยไปตามจังหวัดต่างๆ ไปทั่วจนมาที่เกาะช้างเกือบหนึ่งเดือนแล้วส่วนนางสาวสุภาวรรรณ์ ไวยรัตน์ ตนเองได้โทรบอกที่อยู่และให้ตามมาทีหลังและได้มาใช้ชีวิตร่วมหลับนอนด้วยกันฉันท์สามีภรรยา จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนำไปสึกจากการเป็นพระต่อไป

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะถูกจับกุมตัว นายนฤทธิ์ ลงทุนกราบเจ้าหน้าที่กับพื้นพร้อมกับร่ำไห้ไปด้วย เป็นที่น่าเวทนากับผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

(ภาพ : จากแฟ้มข่าว)