ข่าว

'สมเจตน์'อัดพท.กุข่าวล้มรบ.

'สมเจตน์'อัดพท.กุข่าวล้มรบ.

31 ม.ค. 2555

'สมเจตน์' อัด กุข่าวขบวนการล้มรัฐบาล กลบข่าวแก้ รธน. ด้าน ทีมยุทธศาสตร์ พท. เมิน ปชป. ยื่นตีความ พรก. 2 ฉบับ ระบุแก้รธน.จบแล้ว แก้ 291 เท่านั้น

          พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าคณะสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง ชาติ (คมช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า มีขบวนการจ้องล้มรัฐบาลว่า เขาพูดมาหลายครั้งแล้วว่า มันไม่มีใครไปล้มรัฐบาลได้ นอกจากตัวรัฐบาลเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประพฤติมิชอบ การคอรัปชั่น การดำเนินนโยบายโดยไม่คำนึงถึงเสียงสะท้อนของประชาชน

          "ที่ระบุว่า มีการใช้เงิน 3 พันล้านบาท ล้มรัฐบาล อยากถามว่า จะไปเอามากขนาดนี้มาจากไหน เงินมากขณะนี้ ก็มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่มี หากมองว่า มีกลุ่มล้มรัฐบาลจริง อย่าว่าแต่ 3 พันล้านบาทเลย แม้แต่ล้านเดียวก็คงไม่มี ยังจะกุเรื่องขึ้นมาอีก หรือเกิดปัญหาอะไรในพรรค เป็นเกมเพื่อกลบการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเปล่า"

          นอกจากนี้ ประเด็นการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงก็เช่นกัน ก็สะเทือนใจกับผู้เสียภาษี เพราะเป็นการเอาภาษีมาดูแลพรรคพวกตัวเอง เป็นการทำประกันชีวิตล่วงหน้า เท่ากับเป็นบัตรเชิญให้ผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายตรงข้าม ที่ต่อไปเมื่อมาชุมนุม ก็จะช่วยกันชุมนุม เพื่อให้เกิดการล้มล้างกันเลย เพราะถ้ามาชุมนุม ก็จะได้บำเหน็จ 7.75 ล้านบาท

          ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่การที่พรรคเพื่อไทย พยายามยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ตามข้อเสนอนิติราษฎร์นั้น เขาเห็นว่า เกมการเมืองพรรคเพื่อไทยสูง ต้องมองหลายส่วน ที่ผ่านมาเราเองจะเห็นว่า รัฐบาลไม่เคยแสดงท่าทีที่ชัดเจนถึงเรื่องนี้เลยแต่แรก แต่โดดเดี่ยวนิติราษฎร์ เพราะถ้าไม่เห็นด้วยจริง ก็ต้องดาหน้าออกมาคัดค้านแต่แรก

          พล.อ.สมเจตน์ ระบุว่า เป็นเรื่องที่น่าผิดสังเกตอยู่ โดยคนคัดค้านตั้งแต่ต้น ก็เห็นจะมีแต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯคนเดียวเท่านั้น ที่ออกมาพูดชัดเจนว่า ไม่แก้ม.112 ขณะที่เวลานั้น คนอื่นไม่พูดเลย

          "ผมก็รู้สึกแปลกใจ ดังนั้น เชื่อว่า การที่พรรคเพื่อไทยพยายามออกมายืนยัน ไม่แก้ไขม.112 ก็เป็นเกมที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอย่าลืมว่า พรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมากในสภาด้วย" พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

 

ทีมยุทธศาสตร์ พท. เมิน ตีความพรก. 2 ฉบับ ลั่น แก้ รธน.จบแล้ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์และการเมือง ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานที่ประชุม ได้มีการหารือ กรณีที่รัฐบาลออกพระราชกำหนด 4 ฉบับ

          ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่ได้วิตกและเป็นห่วง กรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการออก พรก.2 ฉบับของรัฐบาล คือ พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)

          มีรายงานระบุว่า ที่ประชุมเห็นว่า ถือเป็นเรื่องปกติ ในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะทำงานยุทธศาสตร์ฯ มั่นใจว่า รัฐบาลได้ดำเนินการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องออกเป็น พรก.โดยไม่สามารถออกเป็นพรบ.ได้ เนื่องจากต้องใช้เวลากว่าจะผ่านความเห็นชอบของสภา ซึ่งจะต้องมีการโต้แย้งกันมาก และอาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน จึงจำเป็นต้องออกเป็น พรก. ซึ่งขณะนี้ พรก.ได้มีผลบังคับใช้ไปแล้ว

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาจพิจารณาเฉพาะ พรก. 2 ฉบับเท่านั้นไปก่อน ส่วนอีก 2 ฉบับ ที่ถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ อาจไม่มีการบรรจุเข้าสู่การพิจารณา แต่เชื่อว่า ส.ส.ฝ่ายค้านจะอภิปรายพาดพิงรัฐบาลอย่างแน่นอน โดยคงไปห้ามไม่ได้ ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.การคลัง ที่จะต้องเป็นหลักในการชี้แจงให้เกิดความชัดเจนต่อสภา

          ทั้งนี้ ในซีกของพรรคเพื่อไทย จะได้หารือในการประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อจัดเตรียม ส.ส.ลุกอภิปรายสนับสนุน การประกาศใช้ พรก.ของรัฐบาลด้วย

          นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า รัฐบาลควรเน้นในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นหลัก เพื่อเร่งสร้างผลงานออกตามที่ได้ประกาศหาเสียง และไม่ควรจะสร้างประเด็นทางการเมือง อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 นั้น ขณะนี้ได้ยุติไปแล้ว เพราะพรรคเพื่อไทยได้มีแถลงการณ์จุดยืนของพรรค โดยไม่มีแนวคิดจะแก้มาตราดังกล่าว

          ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ยังเป็นไปตามแนวทางเดิมในการเสนอแก้ไขตามมาตรา 291 เพื่อเปิดช่องให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งจะเสนอโดย ส.ส.ของพรรคต่อไป

 

'ผดุง' ปัดข่าวรับตำแหน่งเพื่อคุม 'ยงยุทธ'

 

          นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การรับตำแหน่งก็เพื่อเข้ามาควบคุมการทำงานของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ว่า ไม่เป็นความจริง เขานับถือนายยงยุทธ เพราะถือเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง

          "ผมเข้ามาเพื่อสานต่องานตามนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ยาเสพติด น้ำท่วม และทำให้กระทรวงนี้ สามารถเดินหน้าได้เร็วที่สุด"

          นายผดุง กล่าวว่า สาเหตุที่ได้รับตำแหน่ง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสนิทกับสื่อมวลชน และสามารถเข้าได้กับทุกฝ่าย ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า เขาไม่ได้รับคำสังจากพ.ต.ท.ทักษิณ แต่มาจากคณะรัฐมนตรี

          ส่วนการวางไลน์ ข้าราชการ หรือ ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) นั้น สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้น เกิดมามากพอแล้ว เขาจะตอบแทนแต่สิ่งที่ดี ๆ ไม่เบียดบังข้าราชการคนใด จะไม่เข้าไปบังคับ หรือไปก้าวก่ายเรื่องงาน หรือบังคับใคร เพราะไม่มีอำนาจ