
ไฟเขียวธกส.กู้อุ้มน้ำท่วม6หมื่นล.
หนุน ธกส.กู้ซอฟท์โลนจาก ธปท.วงเงิน 6 หมื่นล้าน ปล่อยกู้เกษตรกร และผู้ประกอบการน้ำท่วม พร้อมเดินหน้าพยุงราคาสินค้าเกษตร นำร่องบัตรเครดิตเกษตรกร 5 จังหวัด ก.พ.นี้ 5 พันใบ ก่อนเปิดตัวทั่วประเทศ พ.ค.
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.). ว่าที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ ธกส.กู้เงินอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน (ซอฟท์โลน) จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ระยะเวลา 5 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดย ธกส.จะสมทบเงินทุนอีก 30% เพื่อนำไปปล่อยกู้ให้บุคคลธรรมดาไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท และผู้ประกอบการไม่เกินรายละ 30 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี
นอกจากนี้ ธกส.ยังเตรียมดำเนินโครงการรับจำนำมันสำปะหลังปี 2554/2555 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เพื่อยกระดับราคา วงเงิน 28,250 ล้านบาท ลดลงจากวงเงินเดิมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปริมาณลดลงจาก 15 ล้านตัน เหลือ 10 ล้านตัน ในราคากิโลกรัมละ 2.90 บาท และให้ ธกส.สนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ รวมทั้งเข้าร่วมโครงการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูป เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสับปะรด ผ่านสินเชื่อแพ็กกิ้งเครดิต ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท
"ธกส.มีหน้าที่ปล่อยกู้ให้เกษตรกร 80% และผู้ประกอบการนอกภาคเกษตรอีก 20% เนื่องจากธนาคารพาณิชย์อาจจะไม่ได้สนับสนุนสินเชื่อมากเท่าที่ควร ส่วนการที่ธกส.ดูแลพยุงราคาสินค้าเกษตรตามนโยาบายรัฐบาลจะจ่ายชดเชยให้เป็นเงินกว่า 3,000 ล้านบาท" นายกิตติรัตน์กล่าว
ส่วนโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง หลังการรับจำนำข้าวนาปี 2554/55 ที่จะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นั้น นายกิตติรัตน์กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งโดยหลักการแล้วเมื่อสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวนาปีแล้ว หากจะเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวนาปรังรอบใหม่ ก็ควรจะต้องมีการพิจารณากรอบใหม่
นายกิตติรัตน์กล่าวถึงโครงการบัตรเครดิตเกษตรกรด้วยว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้เดินหน้าตามรูปแบบเดิมที่ได้รับอนุมัติไว้ โดยจะเริ่มโครงการนำร่องใน 5จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี ลพบุรี ในเดือนกุมภาพันธ์ ประมาณ 5,000 บัตร ก่อนที่จะเปิดตัวทั่วประเทศในเดือนพฤษภาคมจำนวน 2 ล้านบัตรทั่วประเทศ
ขณะที่โครงการประกันภัยพืชผลนั้น ในหลักการรัฐบาลต้องการเห็นเกษตรกรสามารถดูแลตัวเองได้ แต่รัฐบาลก็จะไม่ลดการดูแล แม้โครงการนี้จะเกิดขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปในรายละเอียดของการรับประกันภัยพืชผลรอบใหม่



