ข่าว

'มาร์ค'แจงไม่มีใครคิดจ้องล้มรบ.

'มาร์ค'แจงไม่มีใครคิดจ้องล้มรบ.

30 ม.ค. 2555

'มาร์ค'แจงไม่มีใครคิดจ้องล้มรัฐบาล ชี้ถามอาจารย์ 'นิติราษฎร์' รู้ตัวบ้างไหมว่าตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง เตือน'เฉลิม'ส่งสัญญาณฆ่าตัดตอนจะสร้างปัญหาเหมือนรัฐบาลทักษิณ

                    30 ม.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับการที่พรรคเพื่อไทยออกมาเปิดเผยว่ามี 4 กลุ่มที่จ้องโค่นล้มรัฐบาลว่า การพยายามพูดเรื่องนี้ให้คนเข้าใจเหมือนเป็นนิทานต่อเนื่องมา การเมืองในช่วงที่ผ่านมามีความพยายามทำให้เกิดความเข้าใจว่าคนจ้องล้มรัฐบาล ตนก็ยืนยันมาโดยตลอดว่า รัฐบาลขณะนี้มีเสียงข้างมากในสภาฯ เดินหน้าทำงานไป  ตนก็นึกไม่ออกใครจะล้มรัฐบาล แต่ถ้าปล่อยให้เงื่อนไขความขัดแย้งในสังคมเกิดขึ้น จนกระทั่งมีความขัดแย้งลงไปสู่ท้องถนน มีความเคลื่อนไหวอะไรต่าง ๆ กันมากมายแล้ว มันก็ไม่ดี  ถึงพยายามเน้นมาตลอดว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ละจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าหยุดคิดเรื่องพวกนี้ มานั่งบริหารประเทศ แก้ปัญหาประชาชน ก็คิดว่ารัฐบาลก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องกังวลจนเกินตัวเลยว่าจะมีใครไปจ้องล้ม

                    ต่อกรณีข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์นั้น  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยแสดงความเห็นไว้ว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ไม่เคยเป็นปมความขัดแย้ง แต่ถูกนำมาขยายผล ทำให้เกิดการวิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานา ถึงเป้าหมายของกลุ่มนิติราษฎร์คืออะไร  สิ่งที่นิติราษฎร์นำเสนอนั้นกระทบกระเทือนความรู้สึกของคนจำนวนมาก  ที่สำคัญนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าคณะที่มีการดำเนินการอยู่นี้เชื่อมโยงอยู่กับพรรคเพื่อไทย เชื่อมอยู่กับคนเสื้อแดง ทุกครั้งที่มีการแถลงข่าวประเด็นที่นำเสนอ คนที่เข้ามาเคลื่อนไหวก็เปิดเผยชัดเจน

                    สำหรับประเด็นที่กลุ่มนิติราษฎร์นำเสนอนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ด้านหนึ่งเหมือนเป็นการยุแหย่ให้เกิดความขัดแย้งทางความคิด และควรปล่อยให้จบไปดีกว่า แต่ก็เป็นสิทธิ์ของผู้นำเสนอ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ของกฎหมาย และต้องคิดทบทวนตัวเองด้วยว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่

                     “ในด้านหนึ่งเหมือนกับเป็นการยุแหย่ให้เกิดความขัดแย้งทางความคิด คนส่วนใหญ่ไม่มีใครมีความคิดเลยในเรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าปล่อยให้มันจบไปดีกว่า อย่าเอาเป็นเรื่องที่มาขัดแย้ง มาเข้าทาง เมื่อวานมีคนบอกว่า ประเทศไทยร่ำรวยได้ ถ้าหยุดความขัดแย้ง โฟนอินเข้ามาทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นปมความขัดแย้งมาตลอด ส่วนในแง่ความคิดคงห้ามกันไม่ได้ และการนำเสนอก็มีสิทธิ์ที่จะนำเสนออยู่ในขอบเขตของกฎหมาย เพียงแต่ผู้ที่กำลังเสนอขณะนี้ บรรดาอาจารย์ทั้งหลายนั้นได้ตระหนักหรือไม่ว่าตนเองกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

"มาร์ค"เตือน"เฉลิม"ส่งสัญญาณฆ่าตัดตอนจะสร้างปัญหาเหมือนรัฐบาลทักษิณ

                    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจที่ประชาชนพอใจ นโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลทักษิณ มากที่สุดว่า เป็นธรรมดา ถ้าถามสังคมก็อยากเห็นความเด็ดขาด แต่ความเด็ดขาดถ้าผิดกฎหมายเพราะมีคนบริสุทธ์ต้องสูญเสียด้วย ซึ่งจะเห็นว่านโยบายนี้ไม่ยั่งยืน ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พูดถึงการฆ่าตัดตอนของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดด้วยกันเองนั้น ตนคิดว่า ถ้านักการเมืองไม่ทำความเข้าใจ ง่ายที่สุดคือพูดว่าจะมีความรุนแรงเด็ดขาด แต่ที่สุดไม่ได้แก้ปัญหา กลับจะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา และการพูดถึงการฆ่าตัดตอนล่วงหน้าก็จะเป็นปัญหาเหมือนกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีดตนายกรัฐมนตรี เคยทำมาก่อน

 

"มาร์ค" แจง ส่งตีความ พรก.กู้เงิน เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

                    นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการแถลงของนายกรัฐมนตรีเพื่อสร้างความมั่นใจกับต่างประเทศที่เมืองดาวอส นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การแถลงนั้นตนไม่ทราบว่ามีรูปธรรมไปนำเสนอแค่ไหน แต่ฟังจากข่าวคงเป็นการพูดในภาพรวมในเชิงหลักการกว้าง ๆ เท่านั้น และสิ่งนี้เกี่ยวโยงกับการที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นตีความ พรก.

                     “จะเห็นว่าเราเห็นตั้งแต่แรกว่า ปัญหาประกันภัยนั้นเป็นปัญหาใหญ่ ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่อง พรก. เราจะสนับสนุน พรก.ในเรื่องการมีกองทุนประกันภัยในเรื่องภัยพิบัติ ส่วนรูปแบบรายละเอียดเราก็เห็นว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้แต่เมื่อเป็นพรก. ก็แปรญัตติไม่ได้แต่ก็อาจมีการไปปรับปรุงอยู่ดี แล้วก็เห็นว่าแม้ตัวคุณกิตติรัตน์เองก็เห็นว่าปัญหาคงไม่จบ รัฐบาลจะต้องเร่งพูดคุยกับภาคเอกชนว่ากฎหมายที่ออกมาแล้ว บังคับใช้แล้วนั้นจะตอบโจทย์แค่ไหน คิดว่าตรงนั้นคงไม่ยากที่จะแก้ไข” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                     นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่การประกันภัยกลายเป็นประเด็นขึ้นมานั้น ก็เพราะมาจากปัญหาความไม่มั่นใจเรื่องการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พรก. 2 ฉบับในวันนี้ พร้อมทั้งย้ำว่าแม้พรรคฯ จะยื่นตีความดังกล่าว และหากรัฐบาลมีความมั่นใจก็ยังสามารถบังคับใช้ได้โดยไม่ส่งผลกระทบให้กฎหมายหยุดชะงัก

                     “ความไม่มั่นใจนั้นปัญหายังมีอยู่ เวลานี้เขาเรียกร้องความขัดเจนว่าแผนการบริหารจัดการน้ำนั้นจะลงทุนที่ไหน อย่างไร และจะเสร็จเมื่อไหร่ รวมไปถึงว่าปีนี้ในขณะที่การลงทุนยังไม่แล้วเสร็จ ระบบการบริหารจัดการน้ำจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร นี่คือจุดที่จะเรียกความเชื่อมั่นและทำให้เกิดความมั่นคงขึ้น จะสังเกตได้ว่าไม่เกี่ยวกับความกังวลที่ว่ารัฐบาลจะมีเงินมาทำหรือเปล่า ด้วยเหตุผลนี้ พรก. 2 ฉบับที่จะส่งตีความในวันนี้จึงไม่ใช่เร่งด่วนถึงความจำเป็นทางเศรษฐกิจตามข้ออ้าง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ นั้นไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำท่วมเลย ต้องใช้คำว่าเป็นฉกฉวยโอกาสในการเอาเรื่องน้ำท่วมมาเพื่อจะมาเปลี่ยนแปลงภาระของรัฐบาลแล้วเข้าไปยุ่งกับสินทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนอีกฉบับหนึ่งที่จะกู้ 3 แสน 5 หมื่นล้านนั้น ก็เช่นเดียวกัน ขณะนี้แผนก็ยังไม่ชัดเจนว่ามีความเร่งด่วนมาก ล่าสุดคุณกิตติรัตน์บอกว่าปีนี้จะกู้เพียงแสน 5 หมื่นล้าน ยิ่งเป็นตัวบ่งบอกใหญ่ว่าไม่สอดคล้องกับเหตุผลที่ให้ไว้ใน พรก. เพราะแสน 5 หมื่นล้านสามารถทำได้โดยการกู้ในระบบงบประมาณ ประเด็นคือรัฐบาลมัวยุ่งกับเรื่องการหาเงินแล้วมาใช้นอกงบประมาณ แต่ไม่ทำความชัดเจนในเรื่องการแก้ปัญหาน้ำ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

                    นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลในวันนี้ คือ 1. การทำงานที่เป็นรูปธรรมของภาครัฐ เช่นการขุดลอกคลอง การบูรณะซ่อมแซม ซึ่งสามารถใช้เงินงบประมาณที่มีอยู่แล้วเดินหน้าทำให้ประชาชนอุ่นใจ 2.เริ่มชี้แจงในพื้นที่ตลอดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถึงระบบบริหารจัดการระบายน้ำบริเวณไหน อย่างไรบ้าง ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นตัวเรียกความเชื่อมั่นและทำให้เกิดความมั่นคงกับประชาชนในพื้นที่ๆ ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเดินหน้านำเสนอโครงการระยะยาว อาทิ อุโมงค์ส่งน้ำ ขุดคลองลัด หรือสร้างเขื่อน เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทำประชาพิจารณ์ได้แล้ว