ข่าว

สุกำพลสัญญาเหล่าทัพไม่มีรื้อโครงสร้างทหาร

สุกำพลสัญญาเหล่าทัพไม่มีรื้อโครงสร้างทหาร

30 ม.ค. 2555

"สุกำพล”สัญญาเหล่าทัพไม่รื้อโครงสร้างทหาร ยันเข้ามาพัฒนากลาโหม พร้อมสามัคคี อยู่แบบพี่น้อง เล็งปรับโครงสร้างกองทัพให้ทันสมัย

          วันที่ 30 ม.ค.55  เวลา 12.00 น.พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมที่มีพล.อ.อ.สุกำพล สุรรรณทัต รมว.กลาโหมเป็นประธานในการประชุมครั้งแรกว่า กรอบนโยบายของรมว.กลาโหม คือ การทำงานในภาพรวม การประสานร่วมกัน ความรักความสามัคคีของเจ้าหน้าที่ และความพร้อมเพรียง เพื่อพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนนโยบายเฉพาะที่รมว.กลาโหมเน้นย้ำมี 4 ข้อ

          คือ 1.การศึกษาของคนในกองทัพระดับสูง โดยท่านได้เน้นย้ำให้กองทัพ และผู้ที่จัดการฝึกอบรมจริงจังกับผลผลิตของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เพื่อสร้างประโยชน์อย่างสูงสุดต่อกองทัพและประเทศชาติ โดยนายกฯจะไปรับฟังผลผลิตในทุกๆการจบการศึกษาของนักศึกษาวปอ.  2. พื้นที่การฝึก รมว.กลาโหม ระบุว่า ปัจจุบันพื้นที่การฝึกลดน้อยลงไปเรื่อยๆจึงอยากฝากให้กองทัพไทย และเหล่าทัพประสานกับพื้นที่ใกล้เคียงพื้นที่การฝึก เพื่อแสวงประโยชน์ร่วมกัน

          3. การฝึกร่วม อยากทำให้ชัดเจนและให้ความสำคัญ ต่อไปนี้อยากให้กองทัพไทยจริงจังกับเรื่องการฝึกร่วม  4. โครงสร้างของกองทัพ ต้องมีการปรับโครงสร้างให้ทันสมัย กะทัดรัด ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสอดรับกับภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น แต่คงไม่ได้ปรับลดกำลังโครงสร้างต่างๆ แต่เป็นการปรับหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งจะมีการหารือในการประชุมสภากลาโหมครั้งต่อไปในเดือนหน้า อย่างไรก็ตามทางสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมมีกรอบนโยบายยุทธศาตร์ในการบริหารระยะเวลา 10 ปีอยู่แล้ว

          พ.อ.ธนาธิป กล่าวอีกว่า ส่วนนโยบายทั่วไป กองทัพจะต้องปกป้องจงรักภักดี เทิดทูนสถาบันอย่างมีส่วนร่วม ส่วนเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาม.112นั้น ที่ประชุมไม่ได้มีการชี้แจง แต่รมว.กลาโหมเคยระบุว่า กระทรวงกลาโหมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแต่ติดตามสถานการณ์ หากใครละเมิดม.112 จะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งเรื่องนี้จะมีการแถลงนโยบายต่อหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมให้รับทราบอีกครั้ง ส่วนนโยบายการปรับย้ายนายทหารประจำปีนั้น รมว.กลาโหมยังไม่ได้ให้นโยบาย หรือพูดถึงในเรื่องนี้ ซึ่งคงต้องมาหารือกัน คาดว่า จะเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อปฏิบัติตามกรอบของพ.ร.บ.กลาโหม โดยให้เหล่าทัพจัดทำบัญซีโยกย้ายแล้วเสนอขึ้นมา สุดท้ายรมว.กลาโหมระบุว่า ตามที่สื่อและหลายฝ่ายตั้งข้อสังเหตุว่า การเข้ามาเป็นรมว.กลาโหม เพื่อทำให้เกิดการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะโครงสร้างกองทัพนั้น ท่านเน้นย้ำสมาชิกสภากลาโหมว่า เข้ามาเพื่อพัฒนากระทรวงกลาโหม ส่วนการทำงานอยากให้อยู่ด้วยกันด้วยความสามัคคี ด้วยความสบายใจ อยู่แบบพี่น้อง มีอะไรก็สามารถพูคุยได้ทุกเรื่อง

          พ.อ.ธนาธิป กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รมว.กลาโหม แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีมีแผนไปตรวจเยี่ยมเหล่าทัพในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อไปกระชับความสัมพันธ์ และให้ความกำลังใจรวมถึงทราบปัญหา ข้อขัดข้องในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาแก้ปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รมว.กลาโหมสั่งการในที่ประชุมให้เหล่าทัพเสนอแผนการตรวจเยี่ยมไปยังกองทัพไทย โดยให้มีการวางแผนการตรวจเยี่ยมให้มีความต่อเนื่องกัน ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนนั้น รมว.กลาโหมสั่งหน่วยขึ้นกระทรวงกลาโหม และสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ให้มีการจัดการประชุมเร่งด่วนกับเหล่าทัพและผู้ที่มีหน้าที่ดูแลการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพื่อนำข้อมูลสรุปปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง เพื่อนำข้อมูลส่งให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์น่าจะมีการประชุมกัน ส่วนกรณีที่มีกำลังพลกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น ยาเสพติด และผู้มีอิทธิพลนั้น รมว.กลาโหมสั่งการอย่างเฉียบขาดว่า หากเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น และผู้บังหน่วยละเลย จะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด ไม่มีการช่วยเหลือกันในทุกกรณี ซึ่งผู้บังคับหน่วยต้องดูแลใกล้ชิดผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น