
'หลวงพ่อคูณ'กลับวัดบ้านไร่แล้ว
'หลวงพ่อคูณ'ออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กลับวัดบ้านไร่แล้ว หลังเข้ารับการรักษาด้วยอาการวัณโรคปอดมานานเกือบ 9 เดือน โดยหมอสั่งห้ามบุคคลภายนอก เข้าใกล้เกินระยะ 2 เมตร หวั่นติดเชื้ออีก
30 ม.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.15 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา , ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และนายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการวัดบ้านไร่และลูกศิษย์คนสนิทของ พระเทพ วิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ได้นำตัวหลวงพ่อคูณ เดินทางกลับวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ภายหลังจากที่หลวงพ่อคูณเข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา มาตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.2554 ที่ผ่านมา ด้วยอาการวัณโรคปอด ซึ่งใช้เวลานานเกือบ 9 เดือน ทางคณะแพทย์จึงสามารถทำการรักษาจนเกือบหายเป็นปกติ แต่หลวงพ่อคูณต้องฉันอาหารเหลวทางสายยางผ่านทางหน้าท้องไปตลอดชีวิตเพื่อให้ร่างกายของหลวงพ่อคูณ ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและเพียงพอ
ล่าสุด น้ำหนักของ หลวงพ่อคูณ เพิ่มขึ้นเป็น 42 กิโลกรัม จากเดิมที่เพิ่งเริ่มเข้ารับการรักษา หลวงพ่อคูณ มีน้ำหนักตัวเพียง 35 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับกุฏิปลอดเชื้อที่วัดบ้านไร่ ที่มีการปรับปรุงขึ้นใหม่ให้เป็นห้องพักปลอดเชื้อมีอุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์ที่จำเป็นครบครันเหมือนเช่นที่ห้องพักภายในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยตลอดเส้นทางภายในโรงพยาบาลมีบรรดาพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อคูณนับพันคนคอยกราบนมัสการ หลวงพ่อคูณ ตลอดเส้นทางที่เดินทางออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ด้วยความปลาบปลื้มใจที่ได้เห็น หลวงพ่อคูณ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่หายเป็นปกติอีกครั้ง จากนั้นหลวงพ่อคูณ ได้เดินทางโดยรถตู้ของวัดบ้านไร่เพื่อเดินทางกลับวัดโดยทันที
โดยก่อนหน้าที่จะออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อเดินทางกลับวัดบ้านไร่ หลวงพ่อคูณ ตื่นจากจำวัดเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. จากนั้นลูกศิษย์คนสนิทได้นำ หลวงพ่อคูณปฎิบัติกิจวัตรประจำวัน ก่อนที่ทางคณะแพทย์จะทำการให้อาหารเหลวผ่านทางหน้าท้อง และเข้าตรวจสภาพความพร้อมของร่ายกายก่อนที่จะให้หลวงพ่อคูณพักผ่อนอิริยาบท จากนั้นเวลา 10.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้นำดอกไม้เข้าเยี่ยมอาการของหลวงพ่อคูณ และคอยส่งหลวงพ่อคูณกลับวัดบ้านไร่
นายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ ระบุว่า ผลการตรวจสภาพร่างกายของหลวงพ่อโดยรวมพบว่า อาการอาพาธของ หลวงพ่อคูณ จนถึงวันนี้ทุกอย่างเป็นปกติพร้อมกลับวัด 100 % ภายหลังจากที่ทำการผ่าตัดรับอาหารเหลวผ่านทางหน้าท้อง หลวงพ่อคูณได้รับสารอาหารเต็มที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น 42 กิโลกรัม ทำให้ขณะนี้สภาพร่างกายของหลวงพ่อ แข็งแรงเป็นปกติ รวมถึงสภาพจิตใจทุกอย่างกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม ความจดจำดี การโต้ตอบสื่อสารกับลูกศิษย์และคนอื่นๆ เป็นปกติ อารมณ์แจ่มใส ปฏิกิริยาโต้ตอบของร่างกายทำได้ดี ไม่มีปัญหาต้องกังวล ส่วนอาการป่วยต่างๆ ทั้งในส่วนของการติดเชื้อ ปอดบวม เบาหวาน ถุงลมโป่งพอง อยู่ในการควบคุมของทางคณะแพทย์ทุกอย่างไม่มีอาการแทรกซ้อนแต่อย่างใด อาการวัณโรคปอดขณะนี้หลวงพ่อ ไม่อยู่ในฐานะที่จะแพร่เชื้อวัณโรคได้อีกแล้ว แต่ทางคณะแพทย์จำเป็นที่จะต้องให้ยารักษาอาการวัณโรคไปอีกประมาณ 1 ปี หรืออาจจะ 1 ปีครึ่งเพื่อรักษาอาการให้หายขาด แต่อย่างไรก็ตามหลวงพ่อคูณจะต้องรับอาหารเหลวผ่านทางหน้าท้องไปตลอดชีวิต
เนื่องจาก หากปล่อยให้หลวงพ่อคูณฉันอาหารเองจะได้สารอาหารไม่เพียงพอและอาจจะทำให้ร่ายกายทรุดโทรมและทรุดหนักลงอีกได้ ส่วนความพร้อมที่วัดบ้านไร่นั้น กุฏิปลอดเชื้อก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งภายในกุฏิได้ผ่านการตรวจสอบเชื้อโรคทั้งหมด พร้อมกับมีการติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นครบครันเหมือนเช่นที่ห้องพักพิเศษภายในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่หลวงพ่อคูณพักรักษาตัวอยู่ทุกอย่างเพื่อรองรับกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
นายแพทย์พินิจจัย กล่าวต่อว่า หลังจากที่หลวงพ่อคูณ กลับไปพักรักษาตัวที่วัดบ้านไร่ แล้ว สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากก็คือ ห้ามให้บุคคลอื่นเข้าใกล้หลวงพ่อคูณเกินระยะ 2 เมตร นอกจากลูกศิษย์คนสนิทที่จะต้องดูแลปรนนิบัติหลวงพ่อและคณะแพทย์พยาบาลเท่านั้น อีกทั้ง หลวงพ่อคูณติดเชื้อได้ง่าย ทั้งจากการหายใจและการสัมผัส พร้อมกันนี้จะมีทีมแพทย์พยาบาลที่จะคอยดูแลอาการของหลวงพ่อคูณตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการทำกิจนิมนต์ให้พรญาติโยมนั้น สามารถทำได้แต่ต้องเปลี่ยนจากการเคาะหัวหรือการที่ให้ลูกศิษย์เข้าใกล้เป็นการจับสายสิญจน์ และต้องให้บรรดาลูกศิษย์อยู่ห่างจากหลวงพ่อในรัศมีอย่างน้อย 2 เมตร เท่านั้น
ขณะที่หลวงพ่อคูณฯ ได้กล่าวฝากถึงศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศและต่างประเทศว่า "เออ กูดีแล้ว กูกลับแล้วลูกหลานเอ้ย"
ด้านนายสุวัจน์ กล่าวว่า จากที่ได้รับทราบจากทางคณะแพทย์ ทราบว่าหลวงพ่อคูณแข็งแรงและปลอดภัยดีแล้ว ก็รู้สึกสบายใจ ต่อจากนี้ไปหลวงพ่อคูณจะกลับไปจำวัดที่วัดบ้านไร่ โดยมีทีมแพทย์คอยดูแลอาการตลอด 24 ชั่วโมง และอยากให้ศิษยานุศิษย์ทุกคนทำตามคำแนะนำของคณะแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลวงพ่อคูณอยู่คู่กับประเทศไทยตราบนานเท่านาน



