
'ยุทธศักดิ์'เผยยังไม่รู้รายละเอียด4กลุ่มจ้องล้มรัฐ
'ยุทธศักดิ์' เผยยังไม่รู้รายละเอียดข่าว 4 กลุ่มจ้องล้ม 'รัฐ' คาดหลังประชุม 'พท.' 31 ม.ค.นี้น่าจะรู้เรื่อง ยันเหตุยิงรถชาวบ้านชายแดนใต้ดับ 4 ไม่ใช่ฝีมือทหารแน่นอน เผยเดือนก.พ.เตรียมตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบาย 7 กระทรวง ที่ดูแลงานด้านความมั่นคงฯ
30 ม.ค.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาลออกมาระบุว่ามีนายทุน นักวิชาการ ทหารและสื่อมวลชนรวม 4 กลุ่ม จับมือกันเตรียมการเคลื่อนไหวเพื่อจ้องล้มรัฐบาลนี้ ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีกี่กลุ่มและกลุ่มอะไรบ้าง ซึ่งคาดว่าภายในวันที่ 31 ม.ค. คงทราบเรื่อง เพราะพรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมพรรค ยืนยันว่าวันนี้เรื่องยังไม่มาถึงตน
เมื่อถามว่าในทางข่าวกรองมีข้อมูลเกี่ยวกับในเรื่องนี้หรือไม่ พ.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี ถ้ามีก็บอกว่ามีแน่ เพราะคนอย่างตนโกหกไม่เป็น ส่วนกรณีที่ทางพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าพรรคเพื่อไทยกุข่าวเรื่องนี้มาเพื่อเป็นประเด็นโต้ตอบทางการเมืองนั้น ตนไม่ทราบแต่อย่างใด
'ยุทธศักดิ์'ยันเหตุยิงรถชาวบ้านชายแดนใต้ดับ 4 ไม่ใช่ฝีมือทหาร
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ทหารพราน 4302 จ.ปัตตานี ได้ยิงรถยนต์กระบะของประชาชนด้วยอาวุธปืนสงคราม ส่งผลให้มีชาวบ้านเสียชีวิตทันที 4 คน และบาดเจ็บจำนวน 4 คน ว่า กรณีนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ยิงประชาชนแต่อย่างใด เหตุการณ์นี้เท่าที่ตนรับรายงานเบื้องต้นนั้น ผู้ก่อเหตุมีรถยนต์กระบะกับรถจักยานยนต์ โดยที่รถจักรยานยนต์นั้นมีอาวุธปืนเอ็ม 79 อยู่ในครอบครองแต่หนีไปได้ ส่วนรถยนต์กระบะนั้นหนีไปไม่พ้น เพราะรถตกข้างทางก่อน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ทำการปิดล้อมรถยนต์ไว้ เพราะรู้ว่าในรถมีอาวุธ หลังจากนั้นเมื่อเคลียร์ความเรียบร้อย จึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในรถยนต์ปรากฏว่าพบผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่ากลุ่มใดเป็นผู้ลงมือทำ คงต้องขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน หากมีผลการตรวจสอบที่แน่ชัดแล้วคงจะมีการรายงานเพิ่มเติมต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่กระแสข่าวที่ออกมานั้นระบุว่าประชาชนกลุ่มนี้กำลังเดินทางไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง ต้องมองว่าหากไปทำพิธีกรรมจริง ทำไมจึงมีอาวุธสงครามอยู่ในรถยนต์จำนวนมาก อีกทั้งถ้าไม่ได้ทำผิดจริงทำไมต้องหนี ทั้งนี้ตนไม่เชื่อว่ากลุ่มเหล่านี้จะเป็นชาวบ้านธรรมดา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่หน่วยทหารพรานถูกลอบยิงด้วยปืนเอ็ม 79 ก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่
เมื่อถามว่าจะมีการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่หรือไม่ เนื่องจากกระแสข่าวที่ออกไประบุว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ต่อจากนี้คงต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชนแน่ เพราะวิธีพูดกับวิธีปฏิบัตินั้นไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตนจะลงไปตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายอย่างแน่นอน
เผยเดือนก.พ.นี้เตรียมตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบาย 7 กระทรวง
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา กล่าวภายหลังการหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ว่า วันนี้ตนใช้ระบบทหาร เมื่อตนได้มารับผิดชอบกำกับดูแล และสั่งการ ตนก็ได้เชิญกระทรวงทั้ง 7 ที่ตนจะต้องดูแลและรับผิดชอบ รวมถึงหน่วยงานต่างๆอีก 4 หน่วยงานให้รับทราบว่า ตนจะใช้โอกาสต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ไปตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายการดำเนินการของแต่ละกระทรวง ทั้ง 7 กระทรวง รวมทั้งหน่วยงานต่างๆด้วย เพื่อที่จะได้พูดกันภาษาเดียวกัน เพื่อที่จะได้รู้เรื่องของแต่ละกระทรวงในการที่จะส่งเรื่องมาให้ตน ก่อนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งในช่วงที่ยังไม่ได้ไปตรวจเยี่ยมนั้น ยังมีหลายกระทรวงที่ตนจะต้องบันทึกเข้าครม. ต้องวางแผนก่อนการตรวจเยี่ยมพร้อมทั้งเชิญมาประชุมกับฝ่ายอำนวยการด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการต้องเสียเวลาหรือไม่กว่าจะเดินทางไปตรวจเยี่ยม เพราะมีปัยหารออยู่จำนวนมาก พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาก็จะต้องดำเนินการไปก่อนพร้อมๆกัน ในขณะเดียวกันจะต้องถือโอกาสตรวจเยี่ยมด้วย ตามสายการบังคับบัญชาซึ่งที่ปรึกษาตนก็บอกว่าส่วนมากเขาไม่ทำกัน ซึ่งตนเป็นทหารเก่าจะต้องทำ
เมื่อถามว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเสนอแผนยุทธศาสตร์ ในการปรับ 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สมช.กำลังเสนอแผนในส่วนรวม ในขณะเดียวกันกองทัพบกก็กำลังปรับแผนกอ.รมน.ให้มันเป็นบูรณาการกับทุกหน่วยงาน ซึ่งไม่ใช่แต่จะให้ทหารเข้าไปดำเนินการอย่างเดียว ตนอยากให้ทางแผนของสมช. และแผนกองทัพ ไปด้วยกันได้ ทั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคุยกับกระทรวงกลาโหม พร้อมกับจะต้องคุยกับทางสมช.ด้วย
เมื่อถามต่อว่า กฎหมายใหม่ทำไมไม่ทำให้เป็นผลเสียที เพราะมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ศอ.บต เป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย ตนก็พึงจะมารับงานได้แค่ 2 วัน แต่ตอนนี้นายกฯมอบหมายให้ตนรับผิดชอบ และดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นการดำเนินการอะไรก็ตามจะต้องรายงานให้นายกฯทราบด้วย ตอนนี้กำลังเริ่มงาน คงต้องรอดูอีก 10 วันไม่เกินครึ่งเดือนนี้แน่ คงจะเห็นภาพของการไปตรวจเยี่ยมและการให้นโยบาย
“ ตอนนี้ผมจับงานใหม่ ต่อไปนี้จะต้องบูรณาการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวงที่เป็นสมาชิกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)จะต้องทำงานไปด้วยกัน และเกิดผลงานไปด้วยกัน ไม่ใช่แต่งบประมาณที่ได้มาทำงานแท่งเดียวหมด และงานอย่างอื่นไม่ได้ทำ ทั้งที่มี 6 แนวทางในการปฏิบัติ”รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าต้องมีการปรับบุคลากรด้วยหรือไม่เพราะฝ่ายก่อความไม่สงบก่อเหตุ และวิธีการซับซ้อนมากขึ้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า มันคือสิ่งที่เราต้องไปพูดกันในอนาคต จะต้องพูดกันในที่ประชุม รวมถึงจะต้องมีการตรวจเยี่ยม ดังนั้นดำการเนินการตามแนวทางที่เราชี้แจงในที่ประชุมและการให้นโยบายในอนาคตต้องออกมาในแนวทางเดียวกัน



