ข่าว

กองทัพซีเรียถล่มหนัก!ผู้ประท้วง

กองทัพซีเรียถล่มหนัก!ผู้ประท้วง

30 ม.ค. 2555

กองทัพซีเรียใช้ปฏิบัติการกวาดล้างฝ่ายต่อต้านอย่างหนัก ขณะที่ออสเตรเลียระบุถึงเวลาที่ผู้นำซีเรียต้องไปแล้ว

          30 ม.ค. 55  กองทัพซีเรียได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักหน่วงเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อที่จะยึดพื้นที่ชานกรุงดามัสกัส ทางฝั่งตะวันออก กลับคืนมาอยู่ในความควบคุมของรัฐบาล โดยได้บุกเข้าไปยังพื้นที่เหล่านี้และปะทะกับกลุ่มทหารที่แปรพักตร์อย่างดุเดือด ส่งผลให้ประชาชนพากันหนีตาย และมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 12 คน

          การปะทะกันในบางพื้นที่เมื่อวันอาทิตย์ เช่นที่เมืองไอน์ ทาร์มา อยู่ห่างจากกรุงดามัสกัสเพียงแค่ 4 กิโลเมตร นับเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงที่สุด ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซ้าด ได้พยายามจะถอนรากถอนโคนผู้ประท้วงและทหารที่แปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล

          ภาพวิดีโอที่ถ่ายโดยช่างภาพสมัครเล่น ได้ถูกเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ แสดงให้เห็นขบวนรถถังและยานยนต์ของทหารแล่นเป็นแถวยาวออกจากเมืองไอน์ ทาร์มา มุ่งหน้าไปยังเมืองกูต้า

          ความรุนแรงในพื้นที่หลายส่วนของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 คน รวมทั้งทหาร 6 นาย ที่เสียชีวิตเพราะกับระเบิดข้างถนน ทางตอนใต้ของกรุงดามัสกัส ซึ่งทหารฝ่ายรัฐบาลได้เสริมกำลังรถถังและยานยนต์หุ้มเกราะอีกหลายสิบคัน เพื่อปะทะกับทหารที่แปรพักตร์ ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ทหารฝ่ายรัฐบาลต้องตั้งที่มั่นและด่านตรวจเพิ่มเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

          นายเควิน รัดด์ รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลีย กล่าวนอกรอบการประชุมเวิร์ลด์ อิโคโนมิค ฟอรั่ม หรือ WEF ที่เมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ว่า ถึงเวลาที่ประธานาธิบดี อัสซ้าด จะต้องก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว โดยระบุว่า ถ้าให้ความสำคัญกับยอดผู้เสียชีวิต ซึ่งจากรายงานของสหประชาชาติ พบว่า มีมากกว่า 5 พันคน นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น ความจริงก็คือมีทหารที่แปรพักตร์จากกองทัพและซีเรีย ก็กำลังถูกโดดเดี่ยวจากโลกอาหรับ มันแสดงว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องไปเสียที

          นายรัดด์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การรีบลงจากอำนาจของประธานาธิบดีอัสซ้าด อาจป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก และเชื่อว่าประเด็นนี้จะมีความสำคัญสูงสุด ในการประชุมร่วมกันในสัปดาห์นี้ ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียและรัสเซีย ที่กรุงแคนเบอร์ร่า

          การลุกฮือขึ้นต่อต้านอำนาจประธานาธิบดีอัสซ้าดได้กินเวลานานถึง 10 เดือนแล้ว หลังจากเริ่มต้นด้วยการประท้วงโดยสันติ ต่อมาได้กลายเป็นการสู้รบนองเลือด จากการที่เกิดความโกรธแค้นในหมู่ผู้ประท้วงและทหารที่แปรพักตร์ ซึ่งได้จับอาวุธเข้าต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาล การปะทะกันในพื้นที่ชานเมือง เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า มีทหารแปรพักตร์ในพื้นที่ใกล้กับเมืองหลวงมากขึ้นทุกที และรัฐบาลก็วิตกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

          แม้ในเมืองหลวงจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และเงียบสงบมาตั้งแต่การลุกฮือเพิ่งจะเริ่มขึ้นแต่บริเวณพื้นที่รอบนอก กลับเต็มไปด้วยการประท้วงต่อต้านรัฐบาล และทหารที่แปรพักตร์ได้มีการเคลื่อนไหวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้กองทัพตอบโต้ด้วยการโจมตีอย่างหนักหน่วงเพื่อสยบความเคลื่อนไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปเกือบ 100 คนแล้ว นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)

----------