ข่าว

จี้สุกำพลตอบสังคมหลังพท.ปูดข่าวปฏิวัติ

จี้สุกำพลตอบสังคมหลังพท.ปูดข่าวปฏิวัติ

30 ม.ค. 2555

"เทพไท" จี้ "สุกำพล" หาความจริงมาตอบสังคม เพราะรับผิดชอบกองทัพหลังเพื่อไทย ปูดข่าวปฎิวัติ แขวะทักษิณโฟนอิน พาดพิง"คนแก่หัวขาว" ใช่ "ยงยุทธ-ผดุง" ที่อยู่ "ก.มหาดไทย" หรือไม่ เชื่อ มีนัยยะการเมือง สื่อความหมายถึง "ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง"

            วันที่ 30 ม.ค.55 นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาพูดเรื่องว่ามีการเตรียมการล้มรัฐบาลและสร้างกระแสเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารว่า ถ้ากลับไปย้อนดูช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะพบว่ามีการพูดหรือสร้างกระแส เรื่องการปฎิวัติรัฐประหารอย่างน้อย 7 ครั้ง และคนที่พูดเรื่องนี้เป็นคนหน้าเดิม ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ระบุว่าได้ข่าวเช่นกันแต่ยังจับตาเรื่องนี้อยู่ และทุกครั้งที่มีการพูดหรือสร้างกระแสเกี่ยวกับการปฏิวัติรัฐประหาร ก็จะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่รัฐบาล หรือพรรคเพื่อไทยกำลังสร้างกระแสที่สังคมกดดัน และสังคมต่อต้าน เช่น กรณีการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ การพูดถึงพ.ร.บ.นิรโทษกรรม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้แต่ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมแล้วรัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา คนเหล่านี้ก็สร้างกระแสเรื่องปฏิวัติ
             
          ดังนั้นการที่คนในพรรคเพื่อไทยออกมาพูด โดยปราศจากข้อเท็จจริง ตนคิดว่าพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบ ขอย้ำว่า การปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นก็มาจากกองทัพ เมื่อพล.อ.อ.สุกำพล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับผิดชอบกองทัพ จะต้องค้นหาความจริงให้ได้ และตอบสังคม ไม่เช่นนั้นคนในพรรคเพื่อไทยและคนในรัฐบาลจะกลายเป็น "เด็กเลี้ยงแกะ" ทั้งพรรค
             
          ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโฟนอินมาที่เวทีจังหวัดนนทบุรีเมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค. ระบุว่าบ้านเมืองที่วุ่นวายขณะนี้ เป็นเรื่องปัญญาอ่อนเป็นเรื่องการทะเลาะกันของคนแก่หัวขาวนั้น นายเทพไท กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าความหมายของพ.ต.ท.ทักษิณหมายถึงใคร แต่คงไม่ใช่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทยและนายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์  เลขานุการรมว.มหาดไทย ว่าตั้งเข้าไปแล้วจะไปทะเลาะกันที่นั่น แต่น่าจะพูดมีนัยยะทางการเมืองมากกว่านั้น ซึ่งเป็นปกติของพ.ต.ท.ทักษิณที่พูดในลักษณะคลุมเครือ และให้สังคมเข้าใจผิดเพื่อสื่อความหมายไปถึงบุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง
              
          "จิตใต้สำนึกของคุณทักษิณก็พยายามที่จะผูกใจเจ็บ อาฆาตมาตร้ายกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และพยายามที่จะพูดพาดพิงในลักษณะเช่นนี้ ตั้งแต่ตอนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่พูดถึงผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญในลักษณะเช่นนี้ แต่ที่น่าสังเกตว่าท่ามกลางบรรยากาศบ้านเมืองที่มีความขัดแย้ง เรื่องกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์มาปฏิเสธและมีสมาชิกบางส่วนออกมากระหน่ำกลุ่มนิติราษฎร์  ในขณะที่เวทีคอนเสิร์ตของคนเสื้อแดง ที่จ.ศรีสะเกษเมื่อวานซืนมีสส.พรรคเพื่อไทยเป็นคนจัดงาน  และเวทีแห่งนั้นมีการรณรงค์สนับสนุนแก้ไขมาตรา 112 อย่างชัดเจน ทั้งพิธีกรและนักร้องที่ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที แต่ที่น่าสังเกตคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้แสดงท่าทีพูดเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการแก้รัฐธรรมนูญ 2550 ใดๆ ทั้งสิ้น" เทพไท กล่าว
               
          นายเทพไท กล่าวว่า อยากถามว่าการนิ่งในลักษณะนี้มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือการดำเนินการใดๆ ในขณะนี้ ทั้งสองเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่และอยู่ระหว่างรอดูกระแสและทิศทางเพื่อที่จะแสดงจุดยืนในวันข้างหน้า  และอยากเรียกร้องว่าหากทั้งสองเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องและเป็นผู้บงการตัวจริงก็จะต้องแสดงจุดยืน และธาตุแท้ของตัวเองออกมา เพื่อสังคมจะได้พิจารณาว่าจะเลือกอยู่ข้างพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ หรือเห็นด้วยกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่