
ใต้ปะทะเดือดชาวบ้านตาย4เจ็บ4
ใต้ระอุ เอ็ม 79 ถล่มฐานปัตตานี ทหารพรานเจ็บ 1 จนท.ไล่ล่าปะทะเดือดชาวบ้านดับ 4 เจ็บ 4 คนรอดชีวิตเผยกำลังไปละหมาดไม่เกี่ยวกลุ่มก่อความรุนแรง "อัคร" ชี้โจรใต้แฝงกระบะให้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์
สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมาสู่โศกนาฏกรรมแห่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.หนองจิก ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้เครื่องยิงกระสุนเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานชุดปฏิบัติการทหารพราน 4302 หมู่ 3 บ้านน้ำดำ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้ทหารพรานโดนสะเก็ดระเบิดได้บาดเจ็บ 1 นาย
จากนั้นกองกำลังทหารพรานได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ที่ออกลาดตระเวนนอกฐานปฏิบัติการ พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดและปิดล้อมพื้นที่ไกล้เคียง โดยใช้เส้นทางสาย 418 ยะลา-ปัตตานี ถึงบริเวณหมู่ 1 บ้านกาหยี ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก ห่างจากฐานปฏิบัติการเกือบ 2 กิโลเมตร พบรถกระบะต้องสงสัยยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 3105 ปัตตานี ขับย้อนศรมาตามถนน 418 มีผู้โดยสารนั่งมาหลายคน กระทั่งเกิดการยิงปะทะ ทำให้รถกระบะคันดังกล่าวถูกยิงพรุนทั้งกระจกหน้าและกระจกด้านข้าง มีผู้เสียชีวิต 4 คน คือนายรอปา บือราเฮง อายุ 18 ปี นายอิสมัน ดือราแม อายุ 55 ปี นายสาหะ สาแม อายุ 65 ปี และนายอาหามะ สะนิง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามที่ลำตัวและขา
นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน คือนายยา ดือราแม อายุ 58 ปี นายมะแอ ดอเลาะ อายุ 76 ปี นายมะรูดิง แวกะจิ อายุ 15 ปี และนายฐอบรี บือราเฮง อายุ 19 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันตามลำตัว มือ และขา ทั้งหมดเป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 1 บ้านตันหยงบูโล๊ะ ต.ปูโล๊ะปูโย อ.หนองจิก แพทย์ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี ขณะที่นายอับดุลเลาะ นิ อายุ 15 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ต่อมานายลือชัย เจริญทรัพย์ นายอำเภอหนองจิก และ พ.ต.อ.ชนวีร์ พร้อมกำลังตำรวจและ อส.ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนอาก้า 26 ปลอก และปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 30 ปลอก ตกเกลื่อนถนน 418 ตรวจค้นภายในรถกระบะพบปืนอาก้า 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนอาก้า 2 ปลอก
จากการสอบสวนผู้รอดชีวิตให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพวกเขาทั้ง 9 คนนั่งรถกระบะออกจากหมู่บ้านเพื่อเดินทางไปละหมาดทำบุญอดีตผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิตด้วยโรคชรา ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทุ่งโพธิ์ ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก ตามคำเชิญของญาติผู้ตาย โดยมีนายยา ดือราแม เป็นคนขับ มีคนนั่งในรถ 3 คน ส่วนที่เหลืออีก 6 คน นั่งท้ายกระบะ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นทหารพรานหลายนาย ทันใดนั้นได้ยินเสียงปืนและกระสุนพุ่งใส่รถหลายนัด คนในรถกระโดดและวิ่งหนีเข้าไปในหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้านนายลือชัย กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รีบดำเนินการจัดการเรื่องศพตามประเพณีของศาสนาอิสลาม พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับญาติผู้เสียชีวิตและผู้นำท้องถิ่น เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่
กระทั่งเวลา 03.00 น. วันที่ 30 มกราคม นายอำเภอหนองจิก และ ผกก.สภ.หนองจิก พร้อมญาติผู้ตายนำศพกลับบ้านเพื่อทำพิธีตามศาสนาต่อไป
พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหารพรานกระทั่งนำมาสู่การยิงปะทะจนทำให้ประชาชนเสียชีวิตว่า จากการสอบถามฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สรุปข้อสงสัยได้ 2 ประเด็น คือประเด็นแรก เกิดเหตุการณ์คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่ฐานทหารจริง จากนั้นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยมีเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด กระทั่งหนึ่งในจำนวนคนร้ายวิ่งขึ้นรถกระบะที่แล่นผ่านมาในเส้นทางหลบหนี ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามพร้อมแจ้งวิทยุให้สกัดรถต้องสงสัย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุทำให้เกิดการปะทะกันและนำมาสู่ความสูญเสีย
ส่วนประเด็นที่สอง รถต้องสงสัยเป็นรถคันเดียวกับที่ถูกยิงแน่นอน ไม่ใช่เป็นการยิงผิดคันแต่อย่างใด เพราะหลังจากเจ้าหน้าที่เห็นคนร้ายวิ่งขึ้นรถกระบะได้สกัดทุกเส้นทาง อีกทั้งเส้นทางดังกล่าวเป็นถนนเลียบคลองชลประทานในพื้นที่หมู่บ้าน ไม่ใช่เส้นทางหลักที่มีรถวิ่งสัญจรทั่วไป ทำให้สามารถจำกัดพื้นที่การติดตามได้ง่าย ดังนั้นเมื่อไล่เรียงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อได้ว่าคนร้ายที่พยายามหลบหนีได้อาศัยช่วงจังหวะเข้าไปปะปนกับชาวบ้าน ซึ่งขับรถผ่านมาพอดี เพื่อหวังหลบซ่อนตัวเสมือนใช้ชาวบ้านเป็นเกราะกำบังตัว ส่วนรายละเอียดจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย และพร้อมให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
"ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ส่วนพฤติกรรมของคนร้ายที่อาศัยช่วงจังหวะหลบหนี โดยการขึ้นไปขอโดยสารรถยนต์ของชาวบ้านที่แล่นผ่านมาพอดีนั้น ถือเป็นพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัว ซึ่งพยายามแฝงตัวปะปนกับชาวบ้านเพื่ออาศัยเป็นโล่กำบังกาย โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนร้ายยึดแผนการนี้มาตลอด เจ้าหน้าที่ได้พยายามหาวิธีการแยกคนดีออกจากคนไม่ดีมาโดยตลอด" พล.ต.อัครกล่าว
วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ต.อัครแถลงข่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ยิงกระสุนเอ็ม 79 จำนวน 3 นัด เข้าใส่ฐานปฏิบัติการของหน่วยทหารพรานที่ 4302 โดย ตกภายในฐาน 1 นัด ตกนอกฐาน 2 นัด หลังเกิดเหตุทหารเห็นคนร้ายวิ่งขึ้นรถกระบะเพื่อหลบหนี จึงแจ้งวิทยุสกัดรถคันดังกล่าว กระทั่งเวลา 20.50 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังออกสกัดกั้นเส้นทางหลบหนีของคนร้ายที่บริเวณหมู่ 1 บ้านกาหยี ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก พบรถยนต์ต้องสงสัยแล่นมา ทะเบียน บท 3105 ปัตตานี โดยมีรถจักรยานยนต์ 2 คัน วิ่งประกบด้านข้าง จึงเรียกให้จอดเพื่อตรวจสอบ แต่ทั้งหมดจอดรถห่างจากเจ้าหน้าที่ โดยรถจักรยานยนต์ได้กลับรถพร้อมขี่หลบหนีไป ส่วนรถกระบะถอยรถออกห่างจากจุดสกัดอย่างเร่งรีบ จนตกลงคูน้ำริมถนน
“เจ้าหน้าที่เรียกให้บุคคลในรถทั้งหมดแสดงตัวเพื่อตรวจสอบ โดยใช้รถยนต์หุ้มเกราะรีว่าวิ่งเข้าหน้ารถคันดังกล่าว แต่หนึ่งในชาวบ้านที่อยู่ในรถได้ใช้อาวุธปืนยิงออกมา เจ้าหน้าที่ซึ่งล้อมอยู่ ได้ระดมยิงใส่รถคันดังกล่าวทันที หลังจากสิ้นเสียงปืน และเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบมีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บหลายคน และพบอาวุธปืนอยู่ในรถคันดังกล่าว 2 กระบอก ส่วนผู้เสียชีวิตทั้งหมดเจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือไม่ จะต้องดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ และตรวจสอบเขม่าดินปืน อย่างไรก็ตาม พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ยินดีให้ความช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคน” พล.ต.อัครกล่าว
รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 สน.ย้ำว่า หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พบปะทำความเข้าใจกับญาติของผู้เสียชีวิตทั้งหมด รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ซึ่งทั้งหมดจะต้องรอผลจากการตรวจพิสูจน์ที่จะสามารถยืนยันได้ว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า กลุ่มคนที่เสียชีวิตอาจจะถูกคนร้ายใช้เป็นโล่มนุษย์ในการหลบหนีและก่อเหตุ ทั้งนี้ในพื้นที่เกิดเหตุจะมีกลุ่มของนายมะซอเร ดือรามัน และนายลุกมัน อุสตาแซะ เป็นแกนนำก่อเหตุรุนแรงที่มีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่
ต่อมาเวลา 11.40 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่ จ.ปัตตานี ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ยิงประชาชนแต่อย่างใด เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้นนั้น ผู้ก่อเหตุมีรถกระบะและรถจักรยานยนต์ โดยที่รถจักรยานยนต์มีเครื่องยิงกระสุนเอ็ม 79 ส่วนรถกระบะหนีไม่พ้นเพราะตกข้างทางก่อน ทหารพรานจึงปิดล้อมรถไว้ เพราะรู้ว่าในรถมีอาวุธ เมื่อเคลียร์ความเรียบร้อยจึงเข้าไปตรวจสอบภายในรถยนต์ พบผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงพบอาวุธสงครามจำนวนมาก แต่ยังไม่ทราบว่ากลุ่มใดเป็นผู้ลงมือทำ ต้องขอตรวจสอบรายละเอียด หากมีผลการตรวจสอบที่แน่ชัดแล้วจะรายงานเพิ่มเติมต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่กระแสข่าวที่ออกมานั้นระบุว่าประชาชนกลุ่มนี้กำลังเดินทางไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง ต้องมองว่าหากไปทำพิธีกรรมจริง ทำไมจึงมีอาวุธสงครามอยู่ในรถยนต์จำนวนมาก อีกทั้งถ้าไม่ได้ทำผิดจริงทำไมต้องหนี ทั้งนี้ไม่เชื่อว่ากลุ่มเหล่านี้จะเป็นชาวบ้านธรรมดา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่หน่วยทหารพรานถูกลอบยิงด้วยปืนเอ็ม 79 ก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่
เมื่อถามย้ำว่าจะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่หรือไม่ เนื่องจากกระแสข่าวที่ออกไประบุว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำ พล.อ.ยุทธศักดิ์ยืนยันว่า จากนี้ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนแน่ เพราะวิธีพูดกับวิธีปฏิบัตินั้นไม่เหมือนกัน แต่ยืนยันว่าจะลงไปตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายอย่างแน่นอน



