
ถนนทุกสายมุ่งสู่พม่า แล้วคนพม่าจะมุ่งหน้ากลับบ้านไหม
ถนนทุกสายมุ่งสู่พม่า แล้วคนพม่าจะมุ่งหน้ากลับบ้านไหม : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น www.facebook.com/ruarob.muangman
พม่ากำลังเป็นชาติที่เนื้อหอมที่สุดชาติหนึ่งของโลกใบนี้ แค่ภายในปีเดียวที่รัฐบาลหม่องแสดงออกว่าต้องการความปรองดองอย่างแท้จริงกับปรปักษ์ฝ่ายต่างๆ ด้วยการดำเนินนโยบายอยางเป็นรูปธรรมมากมาย ทำให้อดีตศัตรูที่เคยรบกันมายอมหยุดยิง ปรปักษ์ที่เคยต่อต้านชนิดไม่เผาผีกลับมาเล่นการเมืองในกรอบเดียวกันได้ บรรยากาศเช่นนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ชาติตะวันตกที่เคยรังแง่รังงอนพม่าจะเร่งญาติดีกับรัฐบาลเนปิดอว์อย่างไวจนขนหัวลุกเพราะนึกไม่ถึง เมื่อฝรั่งกับพม่าจะดีกันแล้ว ชาติอื่นก็คงเพิ่มความร่วมมือด้านต่างๆ กับพม่าด้วย อนาคตพม่าน่าจะเลิศหรูโชติช่วง แต่คนพลัดถิ่นจะได้อานิสงส์ตรงนี้หรือไม่
ประเด็นผู้พลัดถิ่นชาวพม่า เป็นความห่วงใยด้านสิทธิมนุษยชนของฝ่ายที่ยังรังเกียจและไม่ไว้ใจทหารพม่า และในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องจัดการได้ยากกว่าเรื่องอื่นๆ ด้วยซ้ำ ในขณะที่รัฐบาลโสร่งผ่อนปรนให้ฝ่ายค้านมีโอกาสชนะเลือกตั้ง จะเข้าสภาได้เป็นกลุ่มเป็นก้อนหลังเมษายน 2555 ทหารก็ยังครอบงำประเทศอยู่อย่างแข็งแกร่ง เพราะรัฐธรรมนูญล็อกไว้ ในขณะที่ทหารยอมให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้หายใจ เครือข่ายของทหารก็เข้าไปครอบงำทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มชาติพันธุ์เพิ่มขึ้น แต่ผู้พลัดถิ่นชาวพม่าทั้งในและนอกประเทศนั้น พม่ายังหาทางแก้ไม่ได้
น่ายินดีที่พม่าชะลอโครงการเขื่อนมยิตสบไว้ก่อน เพราะไม่อยากขัดแย้งกับพวกเอ็นจีโอฝรั่ง และไม่อยากขัดแย้งกับกลุ่มชาติพันธุ์คะฉิ่น ที่ยังเป็นกลุ่มหลักกลุ่มเดียวที่ไม่ยอมวางอาวุธ แต่ในอนาคตเขื่อนนี้อาจต้องสร้างจนได้และคลื่นผู้อพยพภายในประเทศจะเกิดขึ้น สำหรับทางตอนบนที่จีนใช้ความเหนือกว่าด้านประชากรศาสตร์บีบชาวว้าร่นลงใต้ พม่าก็คงไม่สามารถผลักดันกลับไปได้ ส่วนในต่างประเทศนั้น ค่ายผู้อพยพ 9 แห่งในไทยก็เป็นหนามยอกพม่าในด้านอาชญากรรมและความเป็นปรปักษ์ พม่าคงไม่พยายามนำกลับประเทศง่ายๆ ถ้ามีการเร่งรัดดำเนินการจริงๆ ฝรั่งก็คงโวยแบบเดียวกับกรณีม้งลาว สำหรับชาวโรฮิงญา นั้นยิ่งลืมไปได้เลย แทบจะไม่รับคนน่าสงสารพวกนี้ว่าเป็นคนด้วยซ้ำ และแน่นอน ชาวพม่าร่วม 5 ล้านในไทยก็คงยังไม่คิดกลับประเทศ
การเปิดกว้างย่อมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง ถึงประเด็นคนพลัดถิ่นจะแก้ยาก แต่สังคมที่แบ่งแยกกันตามกลุ่มชาติพันธุ์ของพม่ากำลังถูกกระบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยผลักดันให้เปลี่ยนเป็นสังคมที่กลืมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันเข้าทุกที จากที่แยกกันเป็นพวกก็จะมาอาศัยในอาณาบริเวณเดียวกัน การแต่งงานข้ามพวกจะเกิดถี่กว่าเดิม ความรู้สึกแบ่งเชื้อชาติก็จะลดลงตามไป นี่ยังไม่รวมถึงกระบวนการการถูกขัดเกลาทางสังคมจากอย่างอื่น เช่น วัฒนธรรมข้ามชาติ หรือวิถีชีวิตแบบคนเมือง ที่จะมาพร้อมกับการค้าการลงทุนที่กว้างขวางขึ้น สังคมที่เจริญอาจหาทางออกปัญหานี้อย่างเหมาะสมก็เป็นได้



