
จากรุ่นน้องถึงรุ่นพี่
สกู๊ปฟุตบอลต่างประเทศ : จากรุ่นน้องถึงรุ่นพี่ : โดย ... พันโชค ธัญญเจริญ [email protected]
ผู้ใหญ่หลายคนมักชอบเฉลิมฉลองอารยธรรมของรุ่นพี่ในยุคเก่า หรือที่เรียกว่า "โอลด์สคูล" บนพื้นฐานความคิดว่า คุณค่าเหล่านั้นผ่านพ้นไปแล้ว และไม่หวนคืน เป็นความมุ่งมั่นทะเยอทะยานของบุคคลรุ่นพี่ รุ่นบุกเบิก
แต่บางครั้งไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะวงการกีฬา หลายครั้งที่รุ่นน้องต้องเผชิญกับการอาฆาตมาดร้ายของรุ่นพี่ ที่เป็นฝ่ายเสียเชิงในทักษะ และแพ้ในเกมที่บอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเหตุการณ์นี้ และวันใดวันหนึ่งเขาจะต้องชำระแค้น ทุกครั้งที่รุ่นน้องหันหลังขอให้นึกถึงรุ่นพี่คนนี้ไว้ด้วยก็แล้วกัน เพราะคงจะต้องมีสักครั้งที่รุ่นพี่คนนี้จะยืนอยู่ตรงนั้น และเขาจะจัดการรุ่นน้องคนนั้นแน่
นี่อาจเป็นตัวอย่างจิตวิญญาณของรุ่นบุกเบิก และรุ่นพี่ยุคมืด ที่บอดต่อความยืดหยุ่นและไม่เชื่อในระบบของการให้อภัย ทั้งที่ก่อนที่พวกเขาจะได้คำว่า รุ่นพี่ พวกเขาได้เคยหัดที่จะเรียนรู้ และซ่อมแซมความผิดพลาดทั้งหลายด้วยตัวเองไม่รู้ต่อกี่ครั้ง
หากผู้เลือกจมปลักอยู่กับอดีต ความเศร้า และความสิ้นหวัง ได้เห็น เธียร์รี อองรี ที่ใช้ชีวิตวัย 34 ปี, เดวิด เบ็คแฮม วัย 36 ปี บน "ทุ่งหญ้าแห่งความฝัน" เหมือนกับจะเรียกร้องให้ทุกคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาเดินตามความฝัน แล้วใช้เวลาในชีวิตทุกนาที ทุกวินาทีอย่างคุ้มค่า โดยไม่หวาดกลัวอดีต และไม่หวั่นเกรงอนาคต ราวกับไม่มีวันใดอีกแล้วนอกจากวันนี้
"ติตี้" รุ่มรวยชั้นเชิง เป็นคนลูกหนังที่ให้ความบันเทิงมากกว่าจะคาดเดา ผลงานกับ อาร์เซนอล ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 3 กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เขาเป็นตัวสำรองถูกเปลี่ยนลงมายิงประตูชัยเป็นตัวอย่างที่ดี
คนในวัยเดียวกับ "หนุ่มเบ็คส์" หลายคนติดเหล้าในปริมาณที่อาจกลายเป็นยาสลบสำหรับสัตว์บางชนิด บางรายใช้ชีวิตราวกับอยู่ในโลกอันเปลี่ยวเศร้าในบทกวีแสนสิ้นหวัง
แต่ฝีเท้าของเบ็คส์ รวมถึงละอองอารมณ์ที่สาดกระเซ็นทุกหย่อมหญ้า อาจไม่ต่างจากบทสวดวิงวอนให้มนุษย์กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง! เพราะเขาถูกยกให้เป็นหนึ่งของผู้เล่นพรแสวงไม่ใช่พรสวรรค์ สำหรับการฝึกทักษะเปิด ป้อน โยน ยิง โดยเฉพาะกับลูกนิ่ง
เพราะหากใครที่มีอายุเท่ากับนักฟุตบอลทั้งคู่ เขาคนนั้นก็เกิดมาท่ามกลางยุค "เจเนอเรชั่น เอ็กซ์" ทว่า...ในยุคปัจจุบัน ดูเหมือนวัยแห่งการแสวงหา จะถูกกลืนกินไปกับกระแสบริโภคนิยม ไม่ม
ใครตั้งคำถามกับโลก นอกจากคล้อยตามมันไปอย่างไร้สติ สิ่งที่คนรุ่นใหม่แสวงหาไม่ใช่คุณค่าของชีวิตอีกต่อไป แต่คือความสุขฉาบฉวยไร้แก่นสาร
จริงๆ แล้ว ทุกคนอาจเล่นฟุตบอลไม่เก่งเหมือนอองรี หรือเบ็คแฮม แต่ทุกคนสามารถทำอาชีพอะไรก็ได้ แม้กระทั่งสิ่งที่เราไม่มีประสบการณ์มาก่อน ถ้าหากเราทำด้วยความเคารพและรักในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ
เพราะกีฬาจะไม่มีการวาดภาพคู่ต่อสู้ฝั่งตรงข้ามอย่างสุดโต่ง ระหว่างความดีงามกับความชั่วร้าย และสปิริตก็จะไม่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกให้ใครเข้าข้าง "นางฟ้า" และกล่าวโทษ "ปีศาจ" และคำว่ากีฬาก็ไม่ได้สอนให้ใครคนใดคนหนึ่งนำเอาความหวังของคนหมู่มากไปหยอกล้อกับหายนะส่วนตัว ทั้งคู่ผ่านคำว่ารุ่นน้องมาแล้ว และดำรงอยู่ในสถานะรุ่นพี่ แน่นอนว่าทั้งคู่อาจเคยเป็นรุ่นน้องไม่น่ารัก หรือตกเป็นเหยื่อของรุ่นพี่ที่ไม่น่านับถือ มาแล้วทั้งนั้น
แต่ความแค้น ความรัก ความเจ็บปวด ความสุข ความทุกข์ ล้วนแล้วแต่ไม่มีกาลเวลาสำหรับมนุษย์ และไม่มีความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นชาติไหน
บนเส้นทางแข่งขัน คำว่า รุ่นพี่-รุ่นน้อง ไม่ได้สำคัญไปกว่าใครรู้จักคุณค่าของคำว่ารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มากกว่ากัน เพราะคนที่รู้จัก "สปิริต" ของกีฬา เขาคนนั้นก็จะไม่ทำลายสปิริตไปจากผู้อื่นเช่นกัน และที่สำคัญไม่ว่ารุ่นพี่-รุ่นน้อง หลายคนจะชนะมามากหรือน้อย แต่ไม่มีใครเป็นผู้ชนะได้ยาวนาน
เพราะเมื่อได้เห็นอองรี กับเบ็คแฮม ตัวแทนหนุ่มสาวยุค "เจน เอ็กซ์" ยังวิ่งตามความฝันในวัยใกล้เกษียณ หลายคนอาจคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นการวิ่งเพื่อเฉลิมฉลองมิตรภาพระหว่างเพื่อน แต่สหายทั้งสองก็ได้ละทิ้งคุณค่าหลายอย่างไว้ในห้วงคิดคำนึง...แม้ว่าเขาจะเหลือแรงวิ่งอีกไม่มากแล้วก็ตาม
----------
(หมายเหตุ : สกู๊ปฟุตบอลต่างประเทศ : จากรุ่นน้องถึงรุ่นพี่ : โดย ... พันโชค ธัญญเจริญ [email protected])
----------



