
'สุเมธ'ปัดไขก๊อกกยน.แก้น้ำท่วม
'สุเมธ'ปัดลาออกจากกยน.แก้น้ำท่วม "ยิ่งลักษณ์" ขอความเห็นใจให้คนทำงานแก้ปัญหาน้ำ โวไป "ดาวอส" ประสบความสำเร็จ วอนฝ่ายค้านให้ความเป็นธรรมหลังถูกกล่าวหาไปแฟชั่นโชว์
29ม.ค.2555 ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ออกจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) แต่อย่างใด โดยขณะนี้ยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา เมื่อเขามาขอคำปรึกษาก็ได้ให้ไปตลอด ซึ่งขณะนี้แผนเสร็จแล้วและเริ่มออกมาเป็นรูปธรรม เหลือเพียงการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่วางไว้ให้เร็วที่สุด โดยสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ ขุดลอกคูคลอง ซึ่งงานต่างๆจะไปที่กระทรวง กทม.และหน่วยงานต่างๆ ในการรับมือกับน้ำที่จะมานั้นต้องลงมือทำ ไม่ใช่ใช้กระดาษรับน้ำ ส่วนกรณีตนไม่ค่อยได้เข้าประชุม กยน. เพราะมีงานอื่นต้องทำ หากว่างก็จะเข้าไปประชุมทุกครั้ง
"ยิ่งลักษณ์"วอนเห็นใจคนแก้ปัญหาน้ำท่วม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสมิทธ ธรรมโรช กรรมการยุทธเพื่อการวางระบบการบริหารจัดการน้ำ (กยน.) ให้สัมภาษณ์ตำหนิแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐไม่ชัดเจนและเตรียมถอนตัวออกว่า จริงๆต้องเรียนว่าแผนบริหารจัดการน้ำซึ่งเป็นแผนใหญ่ของประเทศ ก็ต้องค่อยๆออกไป ซึ่งแผนบริหารจัดการน้ำได้มีการสั่งการแล้ว ซึ่งเขากำลังทำงานอยู่ ขณะเดียวกันก็มีการปล่อยน้ำไป อย่างไรก็ต้องกลับเข้ามาแผนกยน.อยู่แล้วเรียนว่าทุกอย่างมีแผน ยืนยัน อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ทันใจ ก็มีความเข้าใจและเห็นใจทั้ง 2 ฝ่าย ทางคณะกรรมการเองก็เป็นห่วง เพราะภารกิจต่างๆก็ถือว่าเป็นภารกิจที่หนักหนามาก สำหรับประเทศ และสำหรับคณะกรรมการที่ต้องเร่งติดตาม แต่ขณะเดียวกันคนทำงานก็คงต้องเร่งมือด้วย ยืนยันว่า ในช่วงหน้าฝนหน้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมและป้องกันให้ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร ในเมื่อตัวคณะกรรมการเองยังออกมาพูดว่า รัฐบาลจ้องแต่หาเงิน แต่แผนยังไม่พร้อม จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคณะกรรมการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า จริงๆแล้วพูดวันนี้อาจจะบอกว่ายังไม่เห็นแผน ซึ่งแผนเราไม่สามารถชี้แจงลงไปในรายละเอียดทุกอย่าง ขอให้มาดูได้กับคนทำงานจะรู้หมด แต่ว่าในส่วนของการทำงานผลเท่านั้น ซึ่งจะค่อยๆ ที่จะเร่งออกมาให้ ขณะนี้ทุกคนก็ทำงานขอความเห็นใจด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้ชี้แจงกับนักวิชาการเพื่อขอให้เขากลับมาทำงานหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องช่วยกัน อยากจะขอเชิญชวนและขอร้อง ขอทุกฝ่ายมีความอดทนด้วยกัน เพราะวิกฤตครั้งนี้เป็นมหาวิกฤตที่ทุกคนเจอพร้อมๆกัน และหลายๆฝ่ายวันนี้เราก็มาปรับจากเรื่องของทิศทาง จากนักวิชาการและแนวทางปฏิบัติซึ่งต้องใช้เวลา และแน่นอนเราจะไม่ปล่อยเวลาสูญเสียไป และต้องเร่งทำให้ทันกับเวลา
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่านักวิชาการจะลาออกหมด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องเรียกว่า ขอความร่วมมือช่วยกัน จริงๆอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีการพูดคุยกันมากกว่า ท่านก็อาจจะเป็นห่วง ตนคิดว่าทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ให้พร้อมเห็นใจกรรมการและประธานอนุกรรมการด้วย ทุกท่านก็ทำงานก็อยากขอให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อเราจะได้ฟันฝ่าวิกฤตนี้และฟื้นฟูประเทศโดยเร็ว
โวไป "ดาวอส"ประสบความสำเร็จ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุม World Economic Forum (WEF) ระหว่างวันที่ 27 -28 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า การเดินทางไปดาวอสครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ และได้รับความั่นใจจากนานาประเทศ เพราะหลังจากที่เราฟื้นฟูจากอุทกภัยหลายประเทศให้ความมั่นใจ
ขณะเดียวกันเราได้พบกับกลุ่มคนที่อยากลงทุนเพิ่มซึ่งเป็นโอกาสใหม่ของไทยที่จะได้ประชาสัมพันธ์ ว่าเรามีพื้นฐานทางเศรษฐกิจดีอย่างไร และที่สำคัญประเทศไทยถือว่ามีจุดที่ยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่น ในส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ดีและเป็นจุดแข็งของประเทศไทย ตรงนี้เป็นส่วนที่เราเพิ่มเติมขึ้นมาได้เรียนรู้ และมาดูในเรื่องความตื่นตัวของเศรษฐกิจโลก ว่าทุกประเทศมีความตื่นตัวอย่างไร และมีความกังวลอย่างไร ซึ่งจะนำข้อกังวลใจเหล่านี้มาดูในส่วนของประเทศไทยด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติและการก่อการร้ายเป็นอุปสรรคทำให้แสดงความเชื่อมั่นลำบากหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรค โดยส่วนใหญ่เราเองได้บอกในเรื่องนโยบายต่างๆ ที่เราได้ทำ เรื่องแผนการลงทุนแก้ไขปัญหาระยะยาว หลายๆประเทศก็พอใจและมีการเจรจาและพบปะบริษัทใหญ่หลายบริษัท
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านโจมตีว่าการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ไม่ได้โชว์วิชั่นแต่ไปโชว์แฟชั่น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า คงต้องขออนุญาตว่าผู้ที่ไปฟังต้องให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง ตนเมื่อไปถึงก็ติดภารกิจที่อินเดีย 2 วัน จากนั้นก็เดินทางร่วมประชุม ซึ่งอยู่ระหว่างที่ประชุมๆเรื่องของผู้หญิงว่าด้วยเรื่องงการเติบโตของผู้หญิงและเศรษฐกิจข้างหน้าเป็นอย่างไร และร่วมกันเสวนา และหารือในการรับมือต่อปัญหาเศรษฐกิจโลก รวมถึงงานไทยไนท์ ถือว่าเป็นงานที่เราประสบความสำเร็จ ที่มีทั้งนักธุรกิจและผู้นำกว่า 600 คน ก็คงขออนุญาตชี้แจงแค่นี้ก็เชื่อว่าผู้ติดตามอยู่ ก็คงจะให้ความเป็นธรรมเพราะไปทำงานไม่ได้ไปอย่างอื่นตลอดเวลา



