
ทลายแหล่งแปรรูปไม้พยูงคนมีสี
ป่าไม้นครพนมบุกทลายแหล่งแปรรูปไม้พยูงของคนมีสี ได้ของกลางมูลค่าหลายล้านบาท เตรียมชงดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 ม.ค. เจ้าหน้าที่ป่าไม้นำโดยนายสุรเดช อัคราช ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 นครพนม ได้นำกำลังกว่า 50 นาย บุกเข้าตรวจค้นที่บริเวณสวนยางและสวนป่าไม้สักทองเนื้อที่กว่าหนึ่งร้อยไร่ ของแม่ยายของตำรวจสัญญาบัตร สภ.ศรีสงครามรายหนึ่ง ขณะนั้นมีนายคมสัน บาแก้ว ชาวบ้านดอนแดงหมู่ 3 ตำบลท่าบ่อ อ.ศรีสงคราม แสดงตนรับว่าเป็นเจ้าของไม้ทั้งหมด พร้อมพาเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในบ้าน
ตรวจสอบพื้นที่รอบบริเวณบ้านพบปีกไม้จำนวนมากและกองขี้เลื่อย คาดใช้เป็นสถานที่แปรรูปไม้ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังพบไม้แปรรูป ทั้งไม้พยูงขนาดใหญ่ และไม้มะค่าหลายร้อยท่อน แปรรูปเสร็จแล้วพร้อมส่งจำหน่าย เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกตรวจยึดไม้ทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายจำลอง ยะภักดี ผู้ใหญ่บ้านดอนแดง หมู่ 6 ต.ท่าบ่อ อ.ศรีสงคราม เปิดเผยว่า ขบวนการค้าไม้พยูงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ไม้พยูงมาขาย ไม่เว้นแม้แต่ไปขโมยตัดไม้พยุงในวัดป่าของหมู่บ้านสร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้ทางการ จนสืบทราบว่า บริเวณนี้มีการลักลอบแปรรูปไม้ส่งขายฝั่งลาวมานานแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เนื่องจากทราบดีว่าเป็นของตำรวจนายหนึ่ง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจค้นจับกุมดังกล่าว
นายสุรเดช อัคราช ผอ.สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการค้าไม้พยูงล้วนแล้วแต่เป็นของคนมีสี รู้สึกหนักใจมากเนื่องจากจะต้องรบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเกือบทั้งจังหวัด ซึ่งขณะนี้ตนได้ประสานกับดีเอสไอ ให้เข้ามารับเป็นคดีพิเศษทุกคดีที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลสู่การยึดทรัพย์ผู้ร่วมขบวนการต่อไป
พบแล้วศพเจ้าหน้าที่ป่าไม้หายในป่านานกว่า2เดือน
เมื่อเวลา 13.00 น. นายชัชวาลย์ อินทุมาร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ได้รับแจ้งจากทหารพรานกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2302 ว่า ขณะลาดตระเวนพบศพชายใส่ชุดเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นอนคว่ำหน้า ในมือกอดปืนอาก้า เสียชีวิตมานานจนเหลือแต่กระดูก ที่บริเวณริมห้วยตะไคร้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.5 กม. เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นนายวิทย์ ธูปหอมละออ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดแรมโบ้ที่หายตัวไป
หลังรับแจ้งนายชัชวาลย์ได้ประสานไปยังตำรวจ สภ.โดนเอาว์ และแพทย์จาก รพ.กันทรลักษ์ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เข้าไปยังจุดพบศพ เพื่อตรวจสอบและนำร่างออกจากป่ามาตรวจพิสูจน์อีกครั้ง หากพบว่าเป็นนายวิทย์จะประสานญาติให้มาดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ นายวิทย์ ธูปหอมละออ อายุ 39 ปี เป็นพนักงานราชการประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่า วัดไผ่ล้อม จ.ชลบุรี หนึ่งในชุดปฏิบัติการพิเศษ "แรมโบ้" ที่เข้ามาสนับสนุนภารกิจป้องกันการลักลอบตัดไม้พะยูงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ขณะร่วมกับเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนป้องกันการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ แล้วเกิดการปะทะกับขบวนการตัดไม้พะยูงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บริเวณป่าลำห้วยตะไคร้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ลึกเข้ามาในเขตไทยกว่า 4 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวกัมพูชาได้ 4 คน พร้อมด้วยของกลางเลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง แต่ระหว่างการปะทะนายวิทย์ได้หายตัวไป คาดว่าน่าจะหลงป่า
ต่อมา นายไพบูลย์ รัตนะเจริญธรรม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 9 (อุบลราชธานี) ได้ตั้งชุดออกค้นหา ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตามแผนงานเฉพาะกิจสนธิกำลังปราบปรามการลักลอบทำไม้พะยูง ในเขตพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ฝ่ายปกครอง อ.กันทรลักษ์ และผู้นำชุมชน รวม 200 นาย ได้แบ่งกำลังออกเป็น 8 ชุด ชุดที่ 1 ออกลาดตระเวนค้นหาที่บริเวณป่าลำห้วยขะยูง ชุดที่ 2 ออกลาดตระเวนค้นหาบริเวณป่าผลาญฤาษี
ชุดที่ 3 ลาดตระเวนค้นหาบริเวณลำห้วยตะไคร้ ชุดที่ 4 ลาดตระเวนหาที่บริเวณป่าห้วยหิน ชุดที่ 5 ค้นหาบริเวณป่าภูพอก ชุดที่ 6 ออกลาดตระเวนค้นหาที่บริเวณป่าทิศเหนือพนมเบ็ง (ไร่สวนจันทร์) ชุดที่ 7 ค้นหาบริเวณป่าทิศใต้พนมเบ็ง ชุดที่ 8 ค้นหาบริเวณจุดที่ผู้พลัดหลงอยู่ขณะเกิดเหตุ แต่ก็หาไม่พบ กระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 2 เดือนจึงพบศพ
................
(หมายเหตุ : ภาพข่าวเก่า)



