
พท.ปูดมีเครือข่ายจ้องล้มรัฐยันไม่แก้112
"เพื่อไทย" ปูดมีเครือข่าย จ้องล้มรัฐบาล ยันไม่แก้ 112 ชี้ "ปชป." เตรียมยื่นถอดถอน "นายกฯ" แค่ต้องการดิสเครดิต จวก "ชูวิทย์" ไล่แฉเรื่องบ่อน มีวาระซ่อนเร้น เล็งฟ้อง "นายกฯ" หลังมท.ทำเมินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขาแพง
วันที่ 29 ม.ค.55 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า พรรคได้ออกแถลงการณ์อย่างชัดเจน และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาปฎิเสธ และตนได้ติดตามการเคลื่อนไหวที่มีการระบุว่า สมาชิกเพื่อไทยต้องการแก้มาตรา112 ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีกระบวนการในการเคลื่อนไหว มีเป็นเครือข่าย ประกอบด้วยนักการเมือง นักวิชาการ เครือข่ายสื่อมวลชน และทหารนอกแถวบางคน ซึ่งจากข้อมูลตนทราบว่า มีการหารือกันที่ เซฟเฮาส์ ย่านพุทธมณฑล นอกจากนี้ที่ตนเคยระบุว่า มีการปลุกระดม ตามโรงงาน ย่านปริมณฑล แต่ขณะนี้ได้ขยายไปถึงเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ และไปถึงพื้นที่ภาคใต้แล้ว จึงอยากเรียกร้องว่า ให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้หยุดจุดไฟประเทศ หัดมาพัฒนาประเทศ เสพติดอำนาจ แพ้การเลือกตั้ง ยังมาดำเนินการ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ทำลายระบอบประชาธิปไตย และเพื่อไทยในฐานะเป็นแกนนำรัฐบาล เชื่อว่า ถ้ามีการยื่นเรื่องนี้เข้ามายังสภา คว่ำแน่นอน ไม่มีใครเอาด้วย เพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และพรรคเพื่อไทยเทิดทูลสถาบัน
ทั้งนี้จากผลสำรวจความคิดเห็นของพรรคเพื่อไทยและประชาชนได้โทรศัพท์ ส่งจดหมายมายังพรรคเพื่อไทย เรื่องนโยบายปราบปรามยาเสพติด ที่เป็นวาระแห่งชาติ สำรวจตัวอย่าง 2,000 คน ภาคละ 500 ประชาชนชื่นชม 74.5 เปอร์เซ็น และอยากให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ประชาชนพอใจ และยาเสพติดลดลง และยังอยากให้รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหายากจน ให้เป็นวาระแห่งชาติ ตนจะนำเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพรรค ในวันที่ 31 ม.ค.55 ให้เป็นผล เหมือนนโยบายการปราบปรามยาเสพติด
"พท."ชี้"ปชป."เตรียมยื่นถอดถอน"นายกฯ"แค่ต้องการดิสเครดิต
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีการดำเนินการฟ้องร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร. โดยน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ มีกำหนดไปยื่นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ วันที่ 30 ม.ค.นี้ ในข้อกล่าวหา ไม่ดำเนินการปราบปรามเว็บไซต์ด์หมิ่นสถาบัน และเว็บไซต์ไม่เหมาะสม ในมาตรา 157 นั้นว่า วันนี้สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อน เป็นการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์ เพราะรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ บริหารงาน 5 เดือน ได้ปราบเว็บหมิ่นกว่า 60,000 ยูอาร์แอล ส่วนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์บริหารงาน 2 ปีกว่า ปราบไป 70,000 ยูอาร์แอล เรื่องนี้จึงเป็นเกมการเมืองเพื่อทำลาย ความหน้าเชื่อถือรายวัน และวันจันทร์ที่ 30 ม.ค. ตนจะไปยื่นดำเนินการเอาผิดเว็บไม่เหมาะสมให้ตรวจหาผู้กระทำผิด และเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นคดีพิเศษ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีสร้างภาพหรือจ้องทำลายคะแนนเสียง เอาแต่กล่าวหาแต่หาคนผิดไม่ได้
นอกจากนี้กรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวอ้างว่า มีเว็บไซต์ต่างประเทศจัดลำดับ 10 ผู้นำยอดแย่ ที่มีชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรีอยู่ลำดับที่ 1 นั้น ตนจึงได้ตรวจสอบข้อมูล และจากการตรวจสอบ เป็นเพียงต้องการทำลายความน่าเชื่อถือ โดยใช้ทุกวิธีการ ไปขุดเอาข้อมูลที่ไม่มีคนอ่าน เป็นการนำข้อมูลจากบล็อก ที่เป็นการแสดงความคิดเห็นของเจ้าของบล็อก และน่าจะเป็นกลุ่มฝ่ายตรงข้ามของพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ ซึ่งการทำหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าตกต่ำที่สุดในยุคนายอภิสิทธิ์ ตนเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ อบรมลูกพรรค เพราะประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่ แต่มาถูกทำร้ายในยุคนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค และมีสมาชิกพรรค ดีแต่ด่า
จวก"ชูวิทย์”ไล่แฉเรื่องบ่อน มีวาระซ่อนเร้น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ที่ออกมาแฉเกี่ยวกับบ่อนการพนันรายวันว่า เป็นเรื่องที่ดี ในการทำหน้าที่ แต่ล่าสุดที่มีการแฉว่า จะมีการเปิดบ่อนข้างสถานทูต ตนได้ตรวจสอบข้อมูลในเรื่องนี้ พบว่าบางข้อมูลที่นายชูวิทย์ เปิดเผยน่าจะเป็นข้อมูลเลื่อยลอย ไม่น่าเชื่อถือ แต่บางข้อมูลก็มีมูล ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมีวาระซ่อนเร้นเหมือนกัน เพราะการเปิดข้อมูลหลายส่วน ไม่ตรงข้อเท็จจริง จะเป็นการทำลายความน่าเชื่อของรัฐบาล หรือพุ่งเป้าจะไปอยู่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เหมือนรัฐบาลละเลยไม่ตรวจสอบ ทั้งนี้อยากให้นายชูวิทย์ เจาะจงว่าที่ไหน ตนจะไปร่วมตรวจสอบด้วย ยินดีให้ความร่วมมือ จะเป็นผลดีมากกว่าปูดรายวัน เพราะบางครั้งไปตรวจก็ไม่เจออะไร เหมือนเป็นการลดความน่าเชื่อถือของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์
เล็งฟ้อง"นายกฯ" หลังมท.ทำเมินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขาแพง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมิชอบ โดยนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบรายงานการประชุมกรมที่ดิน วันที่ 28 ธ.ค.2554 พบว่า นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน ได้เร่งรัดให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเขาแพงโดยมิชอบ เพราะที่ผ่านมาป.ป.ช.มีความเห็นว่า เป็นที่ดินไม่มีการทำประโยชน์ และกรมที่ดินก็ได้เสนอให้มีการเพิกถอนโฉนดตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไปแล้ว โดยอธิบดีกรมที่ดินได้กำชับในที่ประชุมให้เจ้าพนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี และพนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จ และส่งเรื่องให้กรมที่ดินภายในวันที่ 13 ม.ค. หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดจะพิจารณาให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดและสาขาไปช่วยราชการนอกพื้นที่เพื่อความเหมาะสมนั้น แต่ปรากฎว่า ขณะนี้สำนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี ยังไม่มีการดำเนินการเพิกถอน เนื่องจากมีความเห็นแย้งกับป.ป.ช.และกรมที่ดิน แสดงให้เห็นว่า เจ้าพนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ไม่เกรงกลัวป.ป.ช.และอธิบดีกรมที่ดิน
ทั้งนี้ทราบว่าเจ้าพนักงานที่ดินคนดังกล่าวคือ นายจำลอง โพธิเพชร เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ระดับ 7 อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี แต่มารักษาการเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย มาตั้งแต่ปี 2552 ในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล จนถึงขณะนี้ก็ยังรักษาการมา 3 ปีแล้ว ทั้งที่ได้เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว แสดงว่ากรมที่ดินไม่มีคนมีความรู้ สามารถมาเป็นเจ้าพนักงานที่ดินเกาะสมุยได้ ทั้งที่ป.ป.ช.และกรมที่ดินให้เพิกถอนที่ดินดังกล่าว แต่นายจำลองกลับกล้าแย้งความเห็น จนอธิบดีกรมที่ดินยังอึดอัด เพราะสั่งให้ไปดำเนินการเพิกถอนที่ดินแล้ว แต่กลับไม่ทำตาม จนต้องมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมวันที่ 28 ธ.ค.54 แสดงว่า นายจำลองต้องมีนักการเมืองใหญ่มากๆ จากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล คอยช่วยเหลืออยู่ จึงไม่กลัวป.ป.ช. และอธิบดีกรมที่ดิน ดังนั้นจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ในวันที่ 30 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ให้ช่วยเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่มีการเตะถ่วงช่วยกันอยู่ อยากถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า เหตุที่ยังไม่มีการดำเนินการเพิกถอนโฉนดเขาแพง เนื่องจากมีคนในตระกูล "วิชัยดิษฐ" เข้าไปเกี่ยวข้องกับการออกโฉนดโดยมิชอบนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง จากการตรวจสอบไม่พบว่า มีคนนามสกุลวิชัยดิษฐ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการออกโฉนดดังกล่าว มั่นใจว่า เมื่อยื่นเรื่องไปแล้ว รมว.มหาดไทยกล้าดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้
" นอกจากกรณีเขาแพงแล้ว ผมจะยื่นหนังสือพร้อมผลการตรวจสอบกรณีที่มีการแปลงงบครูไปใช้สำหรับฟื้นฟูน้ำท่วมในโครงการซ่อมแซมถนน มูลค่า 1.3 พันล้าน ที่จ.บุรีรัมย์ ในรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามีความไม่โปร่งใส และยังเป็นการซ่อมแซมในพื้นที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมจริง โดยตนได้ตั้งกระทู้ถามสดกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการตรวจสอบ มิหนำซ้ำ นายขวัญชัย วงศ์นิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นขณะอนุมัติโครงการ กลับได้ดีเลื่อนขั้นเป็นรองปลัดกระทรวงหมาดไทย ดังนั้นตนพร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์จะนำเรื่องนี้ไปฟ้องนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน
ส่วนการฟ้องนายกฯครั้งนี้ จะเป็นการฟ้องว่า รมว.มหาดไทย ไม่ทำงานหรือไม่นั้น นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องของการไม่ทำงาน แต่อยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยเร่งรัดเพราะเข้าข่ายการฮั้วประมูล



