ข่าว

ผบ.ทอ.หวั่นเมษาทะลุจุดเดือด

ผบ.ทอ.หวั่นเมษาทะลุจุดเดือด

29 ม.ค. 2555

สัมภาษณ์พิเศษ : พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์

          "ช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม มีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงของบ้านเมือง เหมือนกับเริ่มมีการส่อเค้าอะไรมาเรื่อยๆ ทุกปีเลยในช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นไป ก็จะเกิดเรื่องขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราเป็นห่วงเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาอีก โดยเฉพาะในช่วงพิธีรำลึกต่าง ๆ"

          ต้องยอมรับว่ากระแสต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์เริ่มมีมากขึ้นทุกที หลังจากลุกขึ้นมาปลุกระดมมวลชนให้เข้ามาเป็นพวกในการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 โดยเฉพาะมาตรา 112 เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกมาปรามกลุ่มนิติราษฎร์ว่าทำให้เพื่อประเทศชาติหรือยังก่อนจะออกมาเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง

          ทั้งนี้ หลายคนเกรงว่าการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ในครั้งนี้ อาจจะเป็นการจุดชนวนเพื่อนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ซึ่งอาจจะมีการผสมลงโรงในช่วงการจัดกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ เพื่อรำลึกเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์การเสียชีวิตของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

          พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ “คม ชัด ลึก” ถึงสถานการณ์บ้านเมืองหลังจากนี้ว่า อยากให้สถานการณ์บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย ประเทศไทยเกิดความไม่เรียบร้อยต่อเนื่องมานานหลายปีแล้ว ทั้งเรื่องการเมือง ปัญหาอุทกภัย รวมถึงการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เราก็จะต้องเข้าใจในบทบาทว่าเราเป็นทหารก็จะต้องทำตามหน้าที่ โดยเฉพาะการเร่งการฟื้นฟูของกองทัพอากาศให้กลับมาสมบูรณ์ อะไรที่จะทำให้เกิดเป็นประเด็นขึ้นก็จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก

          “น่าแปลกใจว่าทำไมคณะนิติราษฎร์ถึงได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขมาตรา 112 ถ้าถามด้วยความรู้สึกธรรมดามันเดือดร้อนอย่างไรเกี่ยวกับมาตรา 112 ซึ่งคนธรรมดาเขาไม่เดือดร้อนกันหรอก ผมอยากถามว่ามีใครเดือดร้อนบ้าง เพราะจริงๆ แล้วไม่มีใครเดือดร้อนเลย แต่การที่มีมาตรา 112 ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันสถาบันสูงสุดของประเทศไม่ให้คนมาทำเล่นได้ เรื่องเหล่านี้คนไทย หรือเป็นคนที่มีความจงรักภักดี ก็เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ปกป้องสถาบันไม่ให้มาล่วงละเมิด”

          ผู้บัญชาการทหารอากาศกล่าวว่า ถ้าดูกฎหมายเรื่องหมิ่นประมาทที่ทำขึ้นมาเพื่อป้องกันคนที่ไปเจตนาที่จะทำให้คนอื่นเสียหาย ถ้าเผื่อว่าคนที่จะไม่ไปทำให้คนอื่นเสียหาย หรือไปด่าว่าอะไรก็ไม่มีความผิด แต่การที่มีกฎหมายหมิ่นประมาทขึ้นมาเพื่อป้องกันคนบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ทำอะไร แต่มีคนมารังแก หรือพูดให้คนเข้าใจผิดเสื่อมเสีย คนที่ถูกกระทำก็สามารถฟ้องร้องได้ ตนถามว่าอย่างราชวงศ์คงจะไม่ลงมาเที่ยวฟ้องใคร ดังนั้นจะต้องมีกฎหมายอันนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกัน

          “ที่สำคัญจะต้องดูเจตนาของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวให้มีการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ว่าต้องการอะไร หรือออกมาเพื่ออะไร ส่วนการเปลี่ยนแปลงก็จะต้องเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ไปดำเนินการในรัฐสภา แต่อยู่ๆ จะมาอ้างว่าเป็นนักวิชาการ และเที่ยวออกมาแถลงการณ์ต่างๆ มันเหมือนกับมีเจตนาเพื่อต้องการหามวลชนต่างๆ มาเป็นพวกในการเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้”

          ผู้บัญชาการทหารอากาศบอกว่า เรื่องกฎหมายทุกอย่างจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ตนไม่อยากพูดในรายละเอียดเกี่ยวกับทางด้านกฎหมาย เพราะพูดไปโดยที่ไม่มีความรู้จะทำให้เกิดความเสียหาย การเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีความน่าเป็นห่วง ทุกเดือนเมษายน และพฤษภาคม ตั้งแต่ตนมาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศในปีนี้เป็นปีที่ 4 ปกติจัดงานวันกองทัพอากาศในวันที่ 9 เมษายนของทุกปี ซึ่งได้จัดเมื่อปีที่แล้วปีเดียว ส่วนปีนี้ก็คงจะไม่ได้จัดเพียงแค่ทำงานพิธีง่ายๆ เท่านั้น

          “ช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม มีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงของบ้านเมือง เหมือนกับเริ่มมีการส่อเค้าอะไรมาเรื่อยๆ ทุกปีเลยในช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นไป ก็จะเกิดเรื่องขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราเป็นห่วงเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาอีก โดยเฉพาะในช่วงพิธีรำลึกต่างๆ ผมหวังอย่างยิ่งว่าคงจะไม่มีเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก และในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ กลุ่มบ้านเลขที่ 111 จะออกมา ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยน ครม.อีกเปล่า เพราะตอนนี้ก็มีกระแสกันมาตลอดตามสื่อต่างๆ“

          ส่วนกระแสข่าวที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณ​ทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ จะล้างบางกองทัพอากาศ โดยเฉพาะตัวของผู้บัญชาการทหารอากาศนั้น พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า คงเป็นเพียงข่าว และคิดว่าคงดูจากเรื่องในอดีตต่างๆ เลยนำมาโยงกันและเขียนกันขึ้นมา แต่จริงๆ แล้ว พล.อ.อ.สุกำพลเป็นเด็กเหนือเหมือนกับตนที่เป็นเด็กเหนือ รู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร และเมื่อเข้ามาอยู่โรงเรียนเตรียมทหารก็อยู่ในรุ่นที่ติดกัน ก็รู้จักกันมาตลอด

          “เคยรับราชการในตำแหน่งเดียวกัน คือเป็นรองเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ และทำงานมาด้วยกันตลอด ที่ผ่านมา พล.อ.อ.สุกำพล ก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคงจะเป็นการคาดการณ์กันเอง แต่ความเป็นจริงแล้วไม่มีอะไร และไม่มีปัญหาคาใจอะไร ผมคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในเรื่องงานกัน เรื่องคาใจไม่มีอะไร และในอดีตผมก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรต่อกัน”

 

.................

(หมายเหตุ : สัมภาษณ์พิเศษ : พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์)