ข่าว

ขอเวลานอก:'ปู่-วรพฤฒ์'ว่ายิ่งกว่าฟุตบอล

ขอเวลานอก:'ปู่-วรพฤฒ์'ว่ายิ่งกว่าฟุตบอล

29 ม.ค. 2555

คอลัมน์ ขอเวลานอก : 'ปู่' วรพฤฒ์ ว่า ยิ่งกว่าฟุตบอล : เรื่อง ... กอบแก้ว แผนสท้าน - ภาพ ... ศุภกฤต คุ้มกัน

                หากลองหลับตานึกถึงกิจกรรมยามว่างของบรรดาคทาชายดูล่ะก็ ภาพเกม "ฟาดแข้ง" ย่อมปรากฏขึ้นในแว่บอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ส่วนหนึ่งเกิดจากความนิยมชมชอบพื้นฐานของหนุ่มๆ ทั่วไป อีกส่วนที่นักบริหารหนุ่มรุ่นใหม่ "ปู่" วรพฤฒ์ เตชะไพบูลย์ ได้ให้เหตุผลเอาไว้นอกเหนือจากการช่วยย่อยสลายพลังงานที่สะสมไว้ในแต่ละวันไปในทางที่ดีแล้วนั้น "กีฬาฟุตบอล" ยังให้ "สังคม" แก่เขาอีกด้วย

                ภายในสนามฟุตซอล "สกายคิก อรีนา" ย่านบางนา-ตราด อันเกิดจากวิสัยทัศน์ระหว่างเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนทั้งยังรักการออกกำลังกายด้วยการวิ่งไล่เตะลูกบอลในสนามเช่นเดียวกัน กระทั่งมาต่อยอดสู่ธุรกิจเช่าสนามภายใต้รูปแบบ "สนามฟุตซอลบนตู้คอนเทนเนอร์ 2 ชั้น" แห่งแรกในเมืองไทย "ปู่" วรพฤฒ์ อยู่ในชุดนักกีฬาเต็มยศ เล่าถึงเสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้ว่า

                "ฟุตบอลเป็นกีฬาเปลี่ยนสังคมได้ และพาความสงบไปสู่ประเทศได้ อย่างเช่น เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ครั้งที่ประเทศอิรักแข่งชนะถ้วยฟุตบอลเอเซีย ทั้งๆ ที่ในช่วงนั้นบ้านเมืองเขากำลังสู้รบกันอย่างดุเดือด แต่พอถึงช่วงทีมของเขาลงเตะ เขาจะพักเรื่องราวต่างๆ เพื่อช่วยกันเชียร์ทีมชาติของตัวเอง ก็เหมือนว่าฟุตบอลช่วยสร้างความสามัคคีให้กับคนในประเทศที่กำลังแตกแยกกันได้ อีกกรณีอย่างที่ประเทศอังกฤษทุกครั้งที่มีตารางการแข่งขันทั่วทั้งโลกแทบจะหยุดดู จึงเป็นเหมือนกีฬาชนิดเดียวที่กระทบชีวิตคนได้ทั่วโลกในระดับหนึ่ง" ผู้อำนวยการและหุ้นส่วนบริษัท วิคตอเรีย โฮลดิ้ง จำกัด ผู้บริหารสนาม สกายคิ๊ก อรีนา เล่าให้ฟังพร้อมทั้งขยับแข้งขยับขาเพื่อยืดหยุ่นกล้ามเนื้อให้พร้อมสำหรับเกมฟาดแข้งในหมู่เพื่อนซี้

                และก่อนจะปล่อยให้ทายาทหนึ่งเดียวของ คุณแม่อัจฉรา เตชะไพบูลย์ ได้ใช้เวลาในสนามกับเพื่อนร่วมทีมอย่างเต็มที่ เขาตอบข้อสงสัยว่า ในกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งต่างก็มีภารกิจมากมาย แล้วเจียดไว้ตอนไหนมาให้เกมสุดโปรด ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าเมื่อชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงทุกคนเติบโตขึ้น ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น การหาเวลาทำอะไรซักอย่างที่ไม่ใช่งานจึงค่อนข้างยากมากๆ  จึงทำได้แค่เพียงสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งถือว่าน้อยไป แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย ยังได้อะไรอีกหลายๆ อย่าง

                "ฟุตบอลไม่สามารถเล่นคนเดียวได้ ถามว่าเป็นอุปสรรคไหมก็ยอมรับว่าใช่ ในมุมกลับกันก็มีข้อดีคือเราได้พบปะกับผู้เล่นทีมอื่นๆ บางครั้งมาถึงสนามข้างๆ เล่นอยู่บางทีก็คุยกัน บางทีก็ได้เตะฟุตบอลด้วยกัน ได้รู้จักผู้คนเพิ่มขึ้น คนเหล่านี้เราอาจจะไม่มีวันได้เจอเขาเลยแต่พอเรา มาเตะฟุตบอลกลับได้พบเจอกับเขา ได้คุยกับเขา ได้รู้ว่าเขาทำอะไร เป็นใครมาจากไหน" หนุ่มปู่ให้เหตุผล
 ลึกซึ้งยิ่งกว่าเมื่อ วรพฤฒ์ บอกเล่าว่าในฐานะเจ้าของธุรกิจที่มีพนักงานต้องดูแล เขาสามารถนำความเป็นทีมเวิร์คของกีฬาชนิดนี้มาปรับใช้ในเรื่องการทำงานเป็นทีมได้เช่นกัน

                "ในมุมมองของผมการทำธุรกิจก็เหมือนการเตะฟุตบอล เราไม่ใช่วันแมนโชว์  อย่างตัวธุรกิจของผม ผมเชื่อว่าไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ถ้าไม่มีลูกทีม อย่างซีอีโอ เอ็มดี หรือ ไดเรกเตอร์ ต่างๆ  ก็เปรียบเหมือนผู้จัดการทีมบอล ผู้จัดการไม่ใช่คนลงไปเตะเอง ลงไปยิงประตูเอง แต่มันคือนักเตะ ซึ่งเปรียบเสมือนพนักงาน อีกประการเป็นเรื่องของการวางคนให้ถูกกับงาน พุด เดอะ ไรท์  แมน อิน เดอะ ไรท์ จ๊อบ ว่าเราจะแมชความสามารถของแต่ละคนไปแต่ละตำแหน่ง เหมือนกับการเตะบอลคนไหนเหมาะจะเป็นผู้รักษาประตู คนไหนเหมาะจะเป็นกองหน้า คนไหนเหมาะจะเป็นกองหลังก็ควรอยู่ตรงนั้น แล้วจะประสานงานอย่างไร กับคนที่อยู่ตำแหน่งอื่นอย่างไรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลมากที่สุด นี่คือสิ่งที่ผมมองว่าคือความเหมือนระหว่างฟุตบอลกับธุรกิจ" นักสร้างแบรนด์แบ่งปันแนวคิดในสิ่งที่ตัวเองได้รับจากกิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ

                เพราะไม่ได้มีอาชีพเป็นนักฟุตบอล หนุ่มเจ้าของธุรกิจบริษัทเอเจนซี่ ทั้งยังมีดีกรีระดับปริญญา คณะศิลปกรรมบัณฑิตด้านการออกแบบนิเทศศิลป์  โรงเรียนพาร์สัน สคูล ออฟดีไซน์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา จึงใช้เวลาในสนามได้เพียงไม่นาน จึงมีโอกาสได้เปิดใจถึงทีมโปรดในดวงใจ รวมถึงข้อแนะนำเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เมื่ออยู่ในเกมปะทะแข้งเพื่อไม่ให้เพลี่ยงพล้ำจนถึงขั้นบาดเจ็บรุนแรง

                "ผมชอบทีมนิวคลาสเซิลก็ทีมเดียวกับอดีตนายกอภิสิทธิ์นั่นแหละครับ ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ อายุ 8-9 ขวบจนมาถึงทุกวันนี้ก็ยังติดตามอยู่ ส่วนเรื่องการดูแลตัวเอง แน่นอนว่ากีฬามากับการบาดเจ็บ โดยเฉพาะฟุตบอลคือกีฬาปะทะ บางทีคนที่ไม่รู้จักกันมาเล่นด้วยกัน บางครั้งเล่นกันแรงนิดหน่อย บางคนเกิดอารมณ์บ้าง ก็ต้องใจเย็นและรู้จักให้อภัยกัน" หนึ่งในหุ้นส่วนสนามฟุตซอลสุดเดิร์นฝากข้อเตือนใจพร้อมกับย้ำส่งท้ายว่าห้ามลืมวอร์มอัพยืดก่อนเล่นและวอร์มดาวน์ เส้นยืดสายผ่อนคลายร่างกายด้วย

-----------------------

(หมายเหตุ : คอลัมน์ ขอเวลานอก : 'ปู่' วรพฤฒ์ ว่า ยิ่งกว่าฟุตบอล : เรื่อง ... กอบแก้ว แผนสท้าน - ภาพ ... ศุภกฤต คุ้มกัน)