ข่าว

เลียบริมโขงชมของดีเมืองดอกบัว

เลียบริมโขงชมของดีเมืองดอกบัว

29 ม.ค. 2555

เลียบริมโขงชมของดีเมืองดอกบัว ดูแปรรูปข้าวหอมเพิ่มค่าที่วารินฯ โดย...สุรัตน์ อัตตะ

                  ผลสำเร็จจากแนวความคิดของการบริหารงานภาครัฐที่มุ่งไปสู่การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการประสานงานภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาในลักษณะเชิงรุกอย่างเป็นระบบเพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ โดยเห็นจากตัวอย่างความสำเร็จของ จ.อุบลราชธานี ในหลายๆ โครงการที่ยึดตามวิสัยทัศน์ของจังหวัดที่ว่า "ชุมชนเข้มแข็ง เมืองน่าอยู่เป็นประตูการค้าและการท่องเที่ยว การเกษตรมีศักยภาพ" มาเป็นตัวชี้วัดในการขับเคลื่อน

                  "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามคณะผู้บริหารสำนักงาน ก.พ.ร. นำโดย คุณธารทิพย์ กาญจนาภา ผู้อำนวยการกลุ่มสื่อสารสร้างความเข้าใจในการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร.และคณะลงพื้นที่ดูความสำเร็จของโครงการต่างๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาของ จ.อุบลราชธานี ที่ปัจจุบันกลายเป็นโครงการนำร่องให้กับหลายพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย

                  หลังรับฟังแนวนโยบายและการบรรยายสรุปถึงแนวทางและวิธีการผลักดันยุทธศาสตร์ของจังหวัด โดยผู้ว่าฯ สุรพล สายพันธ์ จากนั้นก็ลงพื้นที่ดูงานใน "โครงการส่งเสริมข้าวหอมมะลิคุณภาพและได้มาตรฐาน" ของกลุ่มแปรรูปข้าวกล้องงอกหอมมะลิ หรือข้าวอางงอก "ร่องมาลี" ที่บ้านสระสมิง หมู่ 8 ต.สระสมิง อ.วารินชำราบ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการแปรรูปเพิ่มมูลค่าข้าวหอมมะลิในรูปของผลิตภัณฑ์ต่างๆ กว่า 6 ผลิตภัณฑ์

                  สัมพรต จันทร์หอม ผู้ช่วยเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะหัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์สารสนเทศของจังหวัด กล่าวถึงผลการดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพและได้มาตรฐาน ตามงบพัฒนาจังหวัดปี 2554 ในพื้นที่เป้าหมาย 21 อำเภอ งบประมาณ 70.25 ล้านบาท แต่ขณะนี้ดำเนินการตามโครงการแปรสภาพ/แปรรูปข้าวหอมมะลิคุณภาพไปแล้ว 12 อำเภอ ประกอบด้วย วารินชำราบ เขื่องใน ตาลสุม เดชอุดม สำโรง ทุ่งศรีอุดม ตระการพืชผล กุดข้าวปุ้น โพธิ์ไทร นาตาล เขมราฐ โดยดำเนินการในรูปกลุ่มเกษตรกรกลุ่มละ 30 คน ทั้งหมด 80 กลุ่ม รวม 2,400 คน ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 14.74 ล้านบาท

                  สำหรับการดำเนินงานเริ่มจากการอบรมเจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบการรับรองมาตรฐาน GAP พร้อมมอบปัจจัยการผลิตต้นแบบให้กับเกษตรผู้เข้าร่วมโครงการ อีกทั้งยังให้ความรู้แก่เกษตรกรถึงผลกระทบจาก AEC และ FTA ที่จะมีขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้ารวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลการผลิตข้าวหอมมะลิของจังหวัดในลักษณะออนไลน์ เพื่อใช้การวางแผนการพัฒนาข้าวหอมของจังหวัดอย่างเป็นระบบ

                  "จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ทำการเกษตรเพียง 30% เพราะที่ราบมีน้อย ส่วนใหญ่จะปลูกข้าวหอมมะลิมีประมาณ 2 แสนราย ซึ่งนิยมปลูกอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ ดอกมะลิ 105 และกข.15 ข้อดีข้าวหอมมะลิ อุบลฯ จะไม่มีการปลอมปน จะเป็นข้าวหอม 100% ถ้าเป็นข้าวหอมมะลิพันธุ์ดั้งเดิมอัตราการเพิ่มของผลผลิตจะไม่เกิน 450 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนลักษณะดินที่ข้าวหอมมะลิชอบคือแห้งแล้ง ดินเลว ข้าวหอมจะชอบ ซึ่งอุบลฯ ก็เป็นดินแบบนี้ ที่สำคัญปลูกได้ปีละครั้ง เพราะต้องอาศัยเทวดาเลี้ยง"

                  สมพรต อธิบายจุดเด่นข้าวหอมมะลิอุบลฯ ระหว่างนำคณะเยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่ม ซึ่งมีลักษณะพิเศษกว่าข้าวหอมมะลิปลูกในพื้นที่อื่นๆ เมื่อการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ทำได้แค่นี้ จึงหาวิธีเพิ่มมูลค่าด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักวิธีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จนเป็นที่มาของโครงการแปรสภาพ/แปรรูปข้าวหอมมะลิคุณภาพ โดยเริ่มจากแปรสภาพข้าวเปลือกเป้นข้าวสาร โดยโรงสีของสหกรณ์จังหวัด จากนั้นก็มาแปรรูปเป็นข้าวกล้อง แล้วมาเป็นข้าวกล้องงอก สุดท้ายมาแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ป๊อปไรท์ ไอศกรีม ข้าวหมาก ฯลฯ

                  หลังใช้เวลาพอสมควรในการดูขั้นตอนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิของกลุ่มชาวบ้านสระสมิง หมู่ 8 ต.สระสมิง อ.วารินชำราบ ภายใต้สัญลักษณ์ "ร่องมาลี" ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดที่ผลิตและจำหน่ายส่งขายทั่วไทยในปัจจุบัน จากนั้นไปดู "อุปกรณ์ประดิษฐ์เพื่อคุณภาพชีวิตของชุมชน" ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาแวง อ.เขมราฐ ซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นรางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชนประเภท "นวัตกรรมการให้บริการ" จากสำนักงาน ก.พ.ร.ประจำปี 2554 ที่ผ่านมา

                  ซึ่งความสำเร็จของโครงการดังกล่าว มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นแกนหลักสำคัญในการสร้างเครือข่ายในการเข้ามามีส่วนร่วมการในดำเนินงาน ในการช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวเป็นการประดิษฐ์ที่ประยุกต์มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน อาทิ ที่นอนสุขใจ, ชักรอกสร้างกำลัง, การบริหารเท้าด้วยกะลามะพร้าว, ฟิตเนสชาวบ้าน,จักรยานพาเพลินและลานหัดเดิน

                  นับเป็นอีกก้าวของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในลักษณะเชิงรุกอย่างเป็นระบบตามแผนพัฒนาของ จ.อุบลราชธานี ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการประสานงาน ที่หวังให้เป็นจังหวัดตัวอย่างนำร่องของการพัฒนาให้แก่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างนั่นเอง

................................................
(เลียบริมโขงชมของดีเมืองดอกบัว ดูแปรรูปข้าวหอมเพิ่มค่าที่วารินฯ โดย...สุรัตน์ อัตตะ)