ข่าว

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ที่นี่ เอเชีย

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ที่นี่ เอเชีย

29 ม.ค. 2555

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ที่นี่ เอเชีย โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

                   สัปดาห์ที่แล้ว มีคุณผู้อ่านส่งปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามากมาย เพื่อร่วมรับหนังสือ 3 เล่มที่แนะนำไปในครั้งที่แล้ว คงต้องขอเวลาอีกนิดในการรวบรวมและเรียบเรียงแต่ละคำถาม รวมถึงหาคำตอบให้แก่บางท่านด้วย ดังนั้น โปรดติดตามในสัปดาห์หน้านะคะว่า ใครจะได้รับหนังสือไปบ้าง แต่เท่าที่รวบรวมในตอนนี้ พบว่า ปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของรายได้ที่ไม่สัมพันธ์กันกับรายจ่าย นั่นเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถนำเงินไปลงทุนหรือทำอะไรให้ออกดอกออกผลได้มากกว่านี้ เพราะแค่ "ชักหน้าให้ถึงหลัง" ก็เป็นเรื่องทั้งยาก ทั้งยาว ทั้งใหญ่อยู่แล้ว

                   ปัญหาแบบนี้ หลายคนบอกว่า แก้ง่ายๆ ก็แค่ทำให้รายได้มากกว่ารายจ่าย เพียงเท่านี้ก็มี เงินเหลือ แต่เอาเข้าจริง ปรากฏว่า ยากเย็นแสนเข็ญ ทั้งๆ ที่จริงๆ ก็ไม่ได้ยากเกินไป ลองทบทวนทั้งฝั่งรายได้และรายจ่าย จดในกระดาษให้เห็นกันจะจะ เมื่อจดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ลองค่อยๆ ทยอยตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป ที่ให้ดูฝั่งรายจ่ายก่อน ก็เพราะว่า "ลดรายจ่าย" ง่ายกว่า "เพิ่มรายได้" แต่ถ้าใครสามารถทำได้ทั้งสองฝั่ง ทั้งเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย ก็ยิ่งดี เพราะโอกาสที่จะคลายตัวจากปัญหาการเงินก็มากขึ้น ง่ายขึ้น และถือเป็นลาภอันประเสริฐ

                   เพราะหลังจากนี้ อะไรๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายๆ ไม่ว่าจะมองข้างนอก หรือมองข้างใน ทั้งโลกและเรา กับสิ่งที่ต้องเผชิญ

                   ถ้าเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ระดับโลก ตอนนี้ต้องยกให้ "ยุโรป" ที่ปัญหาวิกฤติหนี้กลายเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบอย่างถ้วนทั่ว ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาเตือนว่า วิกฤติหนี้สาธารณะของยูโรโซนกำลังส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และคาดว่าเศรษฐกิจยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งจะฉุดเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวลงในปีนี้ด้วย

                   โดยไอเอ็มเอฟ ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงสู่ระดับ 3.3% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4% พร้อมกับคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัว 0.5% ในปีนี้ ตรงข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 1.1%

                   นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟ ยังคาดการณ์ว่า วิกฤติหนี้ยุโรปจะฉุดรั้งเศรษฐกิจสหรัฐให้ขยายตัวเพียง 1.8% ในปีนี้ ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

                   คราวนี้ถนนทุกสายเลยพุ่งสู่ "เอเชีย" ที่มองว่า เศรษฐกิจยังมีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และน่าจะเป็นแหล่งที่แสวงหาผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ หนึ่งในนั้นคือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด ที่กำลังเชิญชวนให้นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่น่าพอใจ ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เข้าลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงแค่ 2,000 บาท

                   เป็นเงินลงทุนเริ่มต้น 2,000 บาทที่สามารถนำไปลงทุนในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินเดีย ฮ่องกง และจีน ผ่าน "กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย เอเชี่ยน เดบท์ รีจินอล บอนด์ ปันผล"

                   จุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไอเอ็นจีฯ บอกว่า สินทรัพย์ที่กองทุนจะเข้าไปลงทุนนั้น จะอยู่ในตราสารหนี้ ตราสารตลาดเงิน และเงินฝากของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือว่าเป็น "ทางเลือกที่เหมาะสมกับการลงทุนในปี 2012"

                   ผู้บริหารของ บลจ.ไอเอ็นจีฯ บอกว่า ภูมิภาคเอเชียมีความโดดเด่นหลายประการ โดยเฉพาะความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพของพื้นฐานเศรษฐกิจ ทำให้อันดับความน่าเชื่อถือของอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียมีโอกาสปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่หลายประเทศในยุโรปกลับถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง"

                   ส่วนการเลือกลงทุนในตราสารหนี้แทนที่จะเป็นหุ้นที่มีความหวือหวากว่า หรือให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า เข้าใจว่า น่าจะเป็นเรื่องการบริหารความเสี่ยง เพราะถึงแม้ว่า ภูมิภาคเอเชียจะยังน่าลงทุนกว่าที่ใด แต่การเลือกสินทรัพย์แบบไม่เสี่ยงมากในภาวะนี้ก็น่าจะปลอดภัยและสร้างความสบายใจให้ผู้ลงทุนได้มากกว่า

                   แต่พิจารณาจากผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุน ไอเอ็นจี เอเชี่ยน เดบท์ โลคอล บอนด์ สเตรทดิจี้ ซึ่งเป็นกองทุนต้นแบบของ "กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย เอเชี่ยน เดบท์ รีจินอล บอนด์ ปันผล" แล้ว ผลตอบแทนก็ถือว่าดูดีทีเดียว เพราะผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีในระดับ 14.63% ต่อปี (ข้อมูล ณ 31 ตุลาคม 2554) โดยทีมบริหารกองทุนทั้งสองกองนี้เป็นทีมเดียวกัน ก็น่าพอเทียบเคียงกันได้

                   การลงทุนในกองทุนนี้ จะได้รับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ที่เข้าไปลงทุน รวมถึงโอกาสในการทำกำไรจากราคาตราสารหนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และโอกาสการทำกำไรของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่มีอะไรซับซ้อน

                   จุมพล ย้ำว่า เชื่อว่าจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคัดเลือกองทุนที่เหมาะสมกับการลงทุนในปี 2012 ให้แก่นักลงทุน จึงทำให้มั่นใจว่ากองทุนนี้จะเป็นทางเลือกการลงทุนที่จะสามารถสร้างโอกาสให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนในปีนี้ได้เป็นอย่างดี

                    สำหรับคนที่ "ชักหน้าถึงหลัง" มีเงินรองรังสำหรับลงทุนสร้างผลตอบแทน รูปแบบการลงทุนของ "กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย เอเชี่ยน เดบท์ รีจินอล บอนด์ ปันผล"  เป็นการออกแบบมาเพื่อรองรับกับภาวะปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากมายรออยู่ เพราะทั้งสินทรัพย์ก็ไม่ได้เสี่ยงมากมาย และประเทศที่เข้าไปลงทุน ซึ่งคือ ที่นี่  เอเชีย ก็ยังมีโอกาสเติบโต การจัดสรรเงินลงทุนขั้นต่ำ 2,000 บาทก็เรียกว่า น่าสนใจ

                   แต่สำหรับใครที่ "ชักหน้าไม่ถึงหลัง" ต้องกลับไปอ่านตั้งแต่ต้น และลงมือทำ!

.......................................
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ที่นี่ เอเชีย โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])