
'เพื่อนคนแรก'
"เพื่อนคนแรก" : ขอดเกล็ดดาวเงิน พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท.
เปิดศักราชใหม่...เพียงไม่กี่วัน พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. ได้เปิดตัวหนังสือ "คู่มือการปฏิบัติหน้าที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว" เล่นเอากระจอกข่าวสงสัยกันทั้งบาง?!?
เกิดอะไรกับตำรวจท่องเที่ยว? ปีที่ผ่านมาทำงานไม่เข้าตาหรืออย่างไร?...จึงต้องทำคู่มือแจกจ่ายตำรวจในสังกัดให้ยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางที่วางไว้
จึงหอบเอาความสงสัยไปถาม "ผู้การ" หล่อใสสไตล์เกาหลี จึงถึงบางอ้อว่า เพียงต้องการให้ตำรวจท่องเที่ยวมีแนวคิดในการทำงานแตกต่างจากตำรวจหน่วยอื่นๆ เพราะตำรวจท่องเที่ยวต้องเป็นเสมือนเป็น "เพื่อนคนแรก" (YOUR FIRST FRIEND) ของนักท่องเที่ยว
"ตำรวจท่องเที่ยวต้องทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเชื่อใจและไว้ใจ เมื่อเห็นโลโก้หรือสัญลักษณ์ของตำรวจท่องเที่ยว ต้องทำให้เขารู้สึกว่า ตำรวจท่องเที่ยวคือเพื่อนคนแรกของเขาที่คอยดูแลบริการให้ความปลอดภัย คอยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ ซึ่งคู่มือการปฏิบัติหน้าที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวนี่เองจะเป็นประตูที่เปิดไปสู่แนวคิดนี้" พล.ต.ต.อดิศร์บอกถึงที่มา
พล.ต.ต.อดิศร์ อธิบายอีกว่า ตำรวจท่องเที่ยวควรมีแนวคิดในการทำงานต่างจากตำรวจท้องที่ทั่วไป จะต้องให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศ และต้องมีความชำนาญเฉพาะด้าน มีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อที่จะสามารถป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดที่จะมีผลกระทบต่อนักท่องที่ยว
"นอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดกับนักท่องเที่ยวแล้ว แนวคิดการประชาสัมพันธ์และการตลาดก็สำคัญ หากมองมองว่า บก.ทท.เป็นโรงงานผลิตสินค้าแล้ว สินค้าสำคัญของเรา คือการป้องกันอาชญากรรม, การปราบปรามอาชญากรรม, การให้บริการ, การให้ข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้เอง หากนำมาปฏิบัติรวมกัน ผลลัพธ์ที่จะได้ก็คือ การสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวนั่นเอง" พล.ต.ต.อดิศร์เปรียบเทียบ
ทั้งนี้ เนื้อหาของคู่มือตีพิมพ์เป็น 2 ภาษา คือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยแนะนำถึงหลักปฏิบัติกับนักท่องเที่ยวในกรณีต่างๆ อย่างนักท่องเที่ยวได้รับอุบัติเหตุ, นักท่องเที่ยวเสียชีวิต, นักท่องเที่ยวฆ่าตัวตาย, นักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาก่อเหตุอาชญากรรมในเมืองไทย เป็นต้น
ข้อปฏิบัติเหล่านี้เป็นหลักปฏิบัติสากล หากตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติได้ก็จะสามารถยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง แม้ว่าตำรวจท่องเที่ยวก็ทำงานอยู่ในเกณฑ์ดีระดับอาเซียนอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะตำรวจท่องเที่ยวทำงานไม่มีศักยภาพ!
อ๋อ...รู้อย่างนี้แล้วค่อยสบายใจ (อิอิ)



