ข่าว

คนในข่าว:ปปช.เตรียมความพร้อมอนุสัญญาต่อต้านการให้สินบน

คนในข่าว:ปปช.เตรียมความพร้อมอนุสัญญาต่อต้านการให้สินบน

28 ม.ค. 2555

คอลัมน์ คนในข่าว : ปปช.เตรียมความพร้อม อนุสัญญาต่อต้านการให้สินบนของรัฐต่างประเทศ

สัมภาษณ์พิเศษ : ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

                  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จัดสัมมนาระหว่างประเทศเรื่องการต่อต้านการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศและอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน (OECD) โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริต (ป.ป.ช.) ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งผู้แทนทูตต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

                   นายปานเทพ กล่าวว่า การต่อต้านการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศและอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน (OECD) คือกฎหมายที่จะไม่ทำให้ตกเป็นเครื่องมือในเรื่องของการรับสินบนและการทุจริต ซึ่งขณะนี้มีประเทศสมาชิกรวม 38 ประเทศ อนุสัญญานี้มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 ซึ่งเป็นการปฏิวัติการต่อต้านการคอรัปชั่น และเป็นการเพิ่มมิติใหม่ ทั้งยังช่วยขยายขอบเขตกฎหมายของเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายในระดับโลก

                   โดย ป.ป.ช.ได้ตระหนักถึงเหตุผลที่ประเทศจะเข้าร่วมเป็นประเทศอนุสัญญา OECD เพื่อป้องกันและปราบปรามการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ ซึ่งอนุสัญญา OECD เป็นข้อกฎหมายที่บังคับให้รัฐภาคีทั้ง 38 ประเทศ ต้องกำหนดว่า การให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐในต่างประเทศเป็นความผิดอาญา เช่น หากบริษัทประเทศไทยไปให้สินบนเจ้าหน้าที่ในบริษัทต่างประเทศ ถือว่ามีความผิดทางอาญาและเอาความผิดกับผู้ที่ให้สินบน

                   เหตุผลที่ประเทศไทยจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็เพราะว่าประเทศไทยมีการค้าขายกับบริษัทต่างชาติ จึงมีความจำเป็นที่ต้องศึกษากฎหมายตรงนี้ ว่ามีความจำเป็นว่าเราจะต้องเข้าไปสมาชิกหรือไม่ ซึ่งขณะนี้กำลังมีการวิเคราะห์อยู่ เพราะการที่เราจะเข้าไปเป็นสมาชิกนั้นจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายของประเทศไทยในเรื่องการให้สินบน แต่หากเราเข้าไปเราก็จะได้ประโยชน์ โดยจะส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในการไปยืนอยู่บนเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

                   ทั้งนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในก้าวย่างที่สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งในบทบาทของการเป็นศูนย์กลาง การผลิตสินค้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขยายตลาดไปต่างประเทศและเพิ่มการออกไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืนประเทศไทยก็กำลังพยายามดึงดูดนักลงทุนที่มีความรับผิดชอบในด้านเทคโนโลยีและการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา OECD ว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ซึ่งจะช่วยลดความแตกต่างของรายได้ในภูมิภาคและช่วยบรรลุถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

                   การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการให้สินบนของประเทศไทยจะเป็นการส่งสารที่ชัดเจนให้ คนไทยและประชาคมโลกทราบว่ารัฐบาลไทยมีเจตนารมณ์ทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตในการทำธุรกรรมทางธุรกิจข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศไทย

                   โดยการส่งสารที่ชัดเจนถึงคนไทยว่ารัฐบาลไทยไม่ให้อภัยสำหรับการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศของนักธุรกิจไทย รัฐบาลยังส่งสารว่าผู้บริหารของบริษัทที่ร่ำรวยนั้นมีความเท่าเทียมกับประชาชนคนไทยทั่วไปซึ่งอยู่ในมาตรฐานเดียวกันซึ่งมีส่วนทำให้เกิดความรู้สึกถึงความยุติธรรมทางสังคมมากขึ้น

                   องค์กรภาคประชาสังคมระหว่างประเทศจะรับทราบการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนของประเทศไทยอันเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยและสร้างความน่าเชื่อถือในการต่อต้านการทุจริตของประเทศไทย

                   นอกจากนี้ การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนของประเทศไทยจะสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศและพันธกรณีในระดับภูมิภาคดังนี้

                   - การอนุวัติการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC)  ที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554

                   - พันธกรณีของประเทศไทยในฐานะเป็นสมาชิก ASEAN ที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับการต่อต้านการทุจริตในภูมิภาครวมทั้งอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ ในภูมิภาคที่ได้รับการสนับสนุนจากการทุจริตข้ามชาติรวมถึงการค้ามนุษย์ สินค้าปลอมละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การค้าไม้ผิดกฎหมาย การค้ายาเสพติด และการลักลอบขนอาวุธ

                   - ในฐานะเป็นสมาชิกของ APEC ประเทศไทยได้รับรองจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของ APEC เพื่อช่วยต่อต้านการทุจริตในภูมิภาค APEC อนุสัญญาและตราสารของ OECD ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตรวมถึงแนวปฏิบัติที่ดีในการควบคุมภายใน จริยธรรมและการกำกับการปฏิบัติงานจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของพันธกรณีในการต่อต้านการทุจริตของไทยใน APEC และสนับสนุนบทบาทผู้นำในภูมิภาค

                   ทั้งนี้หากไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ก็จะส่งผลต่อการค้าการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากประเทศคู่ค้าของไทยส่วนใหญ่ต่างก็เป็นภาคีของอนุสัญญาแล้วทั้งนั้น และประเทศเหล่านั้นก็ต้องการให้คู่ค้าดำเนินการภายใต้มาตรฐานบรรษัทภิบาลอย่างเคร่งครัดมากขึ้น

                   ในแง่ของการลงทุนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ก็เท่ากับเป็นการประกาศว่า รัฐบาลไทยจะไม่อดทนต่อการทุจริตข้ามชาติ ก็จะดึงดูนักลงทุนที่มีความรับผิดชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนด้านเทคโนโลยีและการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงโดยการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

                   ขณะเดียวกัน เมื่อมาตรฐานการป้องกันการทจริตสูงขึ้นแล้ว การไปลงทุนของนักธุรกิจไทยในประเทศที่มีความเสี่ยง มาตรฐานสากลในอนุสัญญาจะช่วยรับประกันว่าบริษัทไทยมีการตรวจสอบอย่างเพียงพอสำหรับบริษัทที่จะเข้าลงทุน

                   จุดแข็งของอนุสัญญาตั้งอยู่บนพื้นฐานของปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1.จุดเน้นในการหยุดยั้งการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศในการทำธุรกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศ 2.กระบวนการตรวจสอบกันเองอย่างเข้มงวดของประเทศภาคี

                   เนื่องจากจุดเน้นของอนุสัญญารัฐภาคีที่ประกอบกันขึ้นเป็นคณะทำงานว่าด้วยการให้สินบนของ OECD (OECD Working Group on Bribery) ได้กำหนดวาระแห่งโลกว่าด้วยการกำหนดนโยบายและมาตรฐานในเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะว่าคณะทำงานประกอบด้วยประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกจึงมีความสนใจในเรื่องการต่อต้านการให้สินบนข้ามชาติคล้ายๆ กัน

                   การที่มีจุดประสงค์เหมือนกันทำให้เกิดการเจรจากันอย่างลงลึกและสร้างสรรค์และให้ผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ กระบวนการตรวจสอบกันเองระหว่างประเทศภาคีเป็นตัวอย่างที่ดีเลิศสำหรับการบรรลุผลในการประเมินซึ่งกันและกันที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากโดยทำการประเมินกฎหมายและแนวปฏิบัติในการอนุวัติการอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน การประเมินผลดังกล่าวช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกรัฐภาคีดำเนินการไปในแนวทางเดียวกัน

                   นอกจากนี้ รายงานการประเมินผลดังกล่าว จะถูกเผยแพร่โดยอัตโนมัติและก็จะถูกนำไปอ้างอิงอย่างกว้างขวางโดยสื่อมวลชน ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน และจะเป็นเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปฏิรูปกฎหมายภายในประเทศอีกด้วย

...............................................
(หมายเหตุ : คอลัมน์ คนในข่าว : ปปช.เตรียมความพร้อม อนุสัญญาต่อต้านการให้สินบนของรัฐต่างประเทศ)