ข่าว

ผู้ตรวจการฯลงพื้นที่มอบของพระราชทาน

ผู้ตรวจการฯลงพื้นที่มอบของพระราชทาน

27 ม.ค. 2555

ผู้ตรวจการแผ่นดิน จับมือสำนักราชเลขาธิการ ลงพื้นที่มอบของพระราชทานในหลวง ช่วยเหลือราษฎรทั่วประเทศ 'ประวิช' เผย พร้อมรับเรื่องร้องทุกข์ และเร่งสะสางปัญหาในพื้นที่ห่างไกล

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักราชเลขาธิการ ตามโครงการพระราชทานความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการสนองงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มีพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกร

          ทั้งนี้ สำนักราชเลขาธิการ ได้นำของที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทาน ไปมอบให้แก่ราษฎร ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ถือโอกาสลงพื้นที่ช่วยเหลือราษฎรด้วย ในวันที่ 27 ม.ค.55 ณ ลานกาแฟดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย  และจะลงพื้นที่ต่อเนื่อง ในวันที่ 29 ม.ค.55 ณ ศาลาประชาคมศูนย์ราชการจังหวัดพะเยา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ซึ่งกิจกรรมลักษณะนี้ จะมีขึ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยหมุนเวียนไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

          นายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้จับมือร่วมมือกับสำนักราชเลขาธิการ ลงพื้นที่ไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยหมุนเวียนจังหวัดละหนึ่งครั้งทุกเดือน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และผู้ที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ตามโครงการพระราชทานความช่วยเหลือ

          ทั้งนี้ โดยหลักเมื่อมีการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา สำนักราชเลขาธิการ จะกลั่นกรองตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอำนาจในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งการนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้สนองงานในส่วนของราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา เพื่อขอรับพระราชทานความเป็นธรรม เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น

          "จากสถิติการรับเรื่องร้องเรียน ในจังหวัดเชียงราย 3 ปีย้อนหลัง พบว่า มีจำนวน 31 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้ว 17 เรื่อง และอยู่ในระหว่างดำเนินการ 14 เรื่อง ซึ่งการร้องเรียนส่วนใหญ่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินและเอกสารสิทธิ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในกรณีจังหวัดพะเยานั้น ในช่วง 3 ปีย้อนหลังมีเรื่องร้องเรียน 5 เรื่อง ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ 3 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 2 เรื่อง โดยเป็นการร้องเรียนกระทรวงมหาดไทย เรื่องการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งร้องเรียนเทศบาลในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ถูกต้อง"

          นายประวิช กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ไปติดตามเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งพูดคุยกับหน่วยงานและประชาชนที่เกี่ยวข้องด้วย  

          นายประวิช กล่าวด้วยว่า นอกจากการมุ่งสร้างความเป็นธรรมแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมและปลูกจิตสำนึก ด้านคุณธรรมจริยธรรม ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ ด้วยการกระตุ้นให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ผู้ปกครอง มีกรอบแนวคิดที่ดีและตระหนักในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม พร้อมทั้งร่วมงานกับก.ศึกษาธิการ และก.วัฒนธรรม ในการยกระดับมาตรฐานด้านจริยธรรมให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ อาทิ โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สังคมเกิดความเข้มแข็ง เป็นแบบอย่างที่ดีทำให้ราษฎรในชุมชน สามารถพึ่งพาตนเองได้คุณภาพชีวิตที่ดีก็จะตามมา

          นอกจากนี้ ยังพยายามปลูกฝัง และผลักดันแนวคิดที่ว่า “การทำตนเป็นแบบอย่าง ย่อมดีกว่าการพร่ำสอนใด ๆ” ดังนั้น การจัดงานในแต่ละครั้ง จึงต้องเน้นและย้ำคำว่า “คุณธรรม จริยธรรม” ควบคู่ไปด้วยเสมอ

          สำหรับ โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ ณ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยาในครั้งนี้ นอกจากจะได้นำรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ (Mobile Unit) ออกให้บริการรับเรื่องร้องเรียนแล้ว ยังได้มีการมอบโล่เพื่อประกาศเกียรติคุณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงเรียนต่าง ๆ ของทั้งสองจังหวัด ทำกิจกรรมเพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมกิจกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ โครงการเยาวชนหัวใจสีเขียวร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม  โครงการพี่สอนน้อง โครงการคนสามวัยหัวใจเดียวกัน เป็นต้น

          ทั้งนี้ โรงเรียนและอปท.ที่ได้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ในจังหวัดเชียงราย จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวาวีวิทยาคม โรงเรียนบ้านดอยช้าง โรงเรียนบ้านแสนเจริญ โรงเรียนตชด.บ้านดอยล้าน และโรงเรียนห้วยน้ำเย็น รวมทั้งอบต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย สำหรับที่จังหวัดพะเยาจำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านป่าแฝกเหนือ  โรงเรียนบ้านปางงุ้น  โรงเรียนอนุบาล ภูกามยาว โรงเรียนแม่กา โรงเรียนบ้านภูเงิน รวมทั้งอบต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา

          นายประวิช กล่าวด้วยว่า สังคมจะดีขึ้นได้ หากคนไทยใส่ใจในเรื่องจริยธรรม และตระหนักอย่างมากว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การใช้วิธีการปลุกและปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน ได้ซึมซับแต่เยาว์วัย