
แจงเขื่อนภูมิพลรับน้ำได้อีก15%
เขื่อนภูมิพลรายงานสภาพน้ำประจำวัน เผยรับน้ำได้อีก 15% หลัง "สมิทธ" แฉเก็บไว้ 90 % กทม.สรุปยอดจ่ายเงิน 5 พันช่วยน้ำท่วม 2.4 แสนครัวเรือน เร่งชงขอครม.อนุมัติเพิ่มเติมอังคารนี้
27ม.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) เปิดเผยว่าขณะนี้เขื่อนภูมิพลมีการกักเก็บน้ำไว้กว่า 90 % นั้น ในวันที่ 27 ม.ค. ทางเว็บไซต์ http://www.bhumiboldam.egat.com ได้เปิดเผยข้อมูลรายงานสภาพน้ำประจำวันเขื่อนภูมิพล ประจําวันศุกร์ ที่ 27 เดือน มกราคม พ.ศ. 2555 เวลา 09.30 น. ว่าระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำ ในเวลา 08.00 น. 253.29 เมตร วัดจากระดับน้ำทะเลปานกลาง(ระดับน้ำกักเก็บสูงสุดเท่ากับ 260.00 เมตร เทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง) คิดเป็นปริมาณน้ำเท่ากับ 11,435.14 ล้าน ลบ.ม. (ออกแบบให้กักเก็บน้ำเต็มอ่างได้ปริมาณจํานวน 13,462.00 ล้าน ลบ.ม.) โดยระดับน้ำสูงกว่า ปีที่ผ่านมา 15.24 เมตร
ทั้งนี้อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล สามารถรับน้ำได้อีก 2,026.86 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 15.06 เปอรเซ็นต์ สําหรับปีนี้ เขื่อนภูมิพล กักเก็บน้ำได้ มากกว่า ปี 2554 ในวันเดียวกัน 3,851.96 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนน้ำที่ไหลเข้าขื่อนนั้น เมื่อวานนี้มีปริมาณน้ําไหลเขาอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล 6.98 ล้านลูกบาศก์เมตร และในวันนี้เขื่อนภูมิพลจะระบายน้ําเพื่อรักษาระบบนิเวศและอุปโภคบริโภคจํานวน 58.00 ล้านลูกบาศก์เมตร
กทม.สรุปยอดจ่ายเงิน5พันช่วยน้ำท่วม2.4แสนครัวเรือน
นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกของกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2554 โดยให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท ในกรุงเทพฯ กรอบครัวเรือน 621,355 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 3,106,775,000 บาท ในพื้นที่ 30 เขตแรกที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเฉพาะหน้า โดยมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว จำนวน 538,056 ครัวเรือน ซึ่งสำนักงานเขตได้ออกหนังสือรับรองแล้ว จำนวน 434,379 ครัวเรือน และส่งข้อมูลให้กรมปภ.อย่างเป็นทางการแล้ว จำนวน 382,524 ครัวเรือน โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2555 ธนาคารออมสินได้จ่ายเงินแล้ว จำนวน 242,785 ครัวเรือน
นายวสันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กทม.ได้ขออนุมัติจำนวนครัวเรือนเพิ่มเติม โดยส่งข้อมูลจำนวนครัวเรือนและเขตที่ขอเพิ่มเติมให้ปภ.ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2554 รวมจำนวนครัวเรือนที่ขอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเพิ่มเติมในกลุ่ม 30 เขตแรก จำนวน 260,197 ครัวเรือน นอกจากนี้กรมปภ.ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพิ่มเติม อีก 12 เขต ครัวเรือนประสบภัยจำนวน 207,690 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด 42 เขต เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,089,242 ครัวเรือน
นายวสันต์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ในส่วนของครัวเรือนที่เสนอขออนุมัติในภายหลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ซึ่งคณะกรรมการ กฟย. ควรเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินในส่วนที่เหลือตามที่กทม.ได้เสนอไปแล้วอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาโดยเร็ว และคาดว่าเงินช่วยเหลือกรณี 5,000 บาท ที่ขออนุมัติเพิ่มเติมจะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 31 ม.ค.นี้
" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งการให้หน่วยงานของกรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบในกรณีดังกล่าวดำเนินการอย่างเร่งด่วนในทุกกรณีเพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาโดยเร็วที่สุด"โฆษกกทม.กล่าว
“อภิสิทธิ์”ย้ำกทม.พร้อมทำตามนโยบายรัฐ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่รัฐบาลวิจารณ์การบริหารงานของกทม.ว่า มีการทำความเข้าใจถึงงบประมาณที่เตรียมการไว้ในส่วนของกทม.ซึ่งรัฐบาลยินดีให้กทม.จัดการและเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่กทม. ขอความร่วมมือจากรัฐบาล 2 ข้อคือ
1. ให้การระบายน้ำของรัฐบาลจากทางเหนือมีความเป็นธรรมชาติเพื่อให้บริหารจัดการได้ เพราะบางช่วงมีการสกัดกั้นน้ำ เป็นผลให้ระดับน้ำยกตัว และเมื่อน้ำมาถึงกรุงเทพฯ จึงเกิดปัญหา 2. ขอให้รัฐบาลทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องนโยบายการระบายน้ำของรัฐบาล เพื่อจะได้ไม่มีภาพของประชาชน หรือแกนนำฝ่ายรัฐบาลเข้ามาทำลายเขื่อนหรือเปิดประตูน้ำซึ่งทำให้ไม่เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลสั่งการกทม.ไว้
ยืนยันว่ากทม.ทำหน้าที่ของตัวเอง และทำตามนโยบายของรัฐบาล ขอรัฐบาลอย่าพยายามสร้างเรื่องให้เป็นปัญหากทม.ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร แต่ขณะนี้มีความพยายามเล่นการเมืองของคนบางกลุ่มในรัฐบาล สร้างเรื่องขึ้นมาว่า 1.เพื่อหวังผลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะกทม. ไม่ร่วมมือ ซึ่งได้อธิบายไปแล้วว่า กทม. ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลสั่งการแต่ตัวเองไม่อยากรับผิดชอบ ก็โบ้ยให้กทม. เช่นปัญหากทม. กับปริมณฑลขัดแย้งกันก็มาจากเรื่องของนโยบายของรัฐบาล ของศปภ. ทั้งสิ้น 2. หวังผลเรื่องการเมือง เรื่องการเลือกตั้งกทม.และมีการดิสเครดิตกัน
“ยงยุทธ”ยันไร้ขัดแย้งคกก.กยน ยันรับฟัง"สมิทธ"
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวกรณีนายสมิทธ กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ออกมาระบุอยากจะลาออกจากตำแหน่งว่า นายสมิทธ ถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ จึงอยากให้อยู่ช่วยงานรัฐบาลก่อน เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น จะกระทบต่อทุก ๆคนรวมถึงนายสมิทธด้วย
“ผมยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ คำเตือนของนายสมิทธเสมอ ส่วนตัวยังไม่เคยได้ยินว่า นายสมิทธน้อยใจอยากจะลาออก” นายยงยุทธ กล่าวและว่า ในส่วนกรณีที่นายสมิทธกังวลเรื่องการระบายน้ำที่เขื่อนภูมิพลยังกักเก็บน้ำอยู่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เรื่องดังกล่าวได้กำชับไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแล้วให้หยุดกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและเพื่อใช้ในการเกษตรและควรเร่งระบายน้ำออกมาบ้าง เพราะน้ำในขณะนี้มีมากกว่าเดือนเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่าตัว นอกจากนี้ยังได้ย้ำกับผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนราชการ เกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาด้านอุทกภัย หากมีผู้ชุมนุมประท้วงปิดถนนให้ใช้วิธีการเจรจา สร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้าน เชื่อว่า รัฐบาลจะรับมือสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้
..............
(หมายเหตุ : ภาพข่าวเก่า)



