
สหรัฐฯตั้งเป้าลดทหารเกือบแสนนาย
กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เผยร่างงบประมาณประจำปี 2556 ที่ตั้งเป้าลดรายจ่ายให้ได้ 487,000 ล้านดอลลาร์ใน 10 ปี และจะลดจำนวนทหารเกือบ 1 แสนนายภายใน 5 ปีในภาวะที่รัฐบาลต้องรัดเข็มขัด
27 ม.ค.55 นายลีออง พาเน็ตต้า รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐพร้อมด้วยพลเอก มาร์ติน เดมป์ซีย์ ประธานเสนาธิการทหารร่วม แถลงข่าวร่วมกันเมื่อวานเกี่ยวกับร่างงบประมาณประจำปีของกระทรวงกลาโหม โดยนายพาเน็ตต้า บอกว่า กระทรวงจะของบประมาณ 525,000 ล้านดอลลาร์สำหรับปี 2556 ลดลงจากปีนี้ 6,000 ล้านดอลลาร์ แต่ขณะเดียวกันก็ย้ำว่ารัฐบาลจะยังพยายามพัฒนากองทัพให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามในศตวรรษที่ 21
นอกจากนี้พลเอกเดมป์ซีย์ บอกว่า ร่างงบประมาณฉบับนี้มุ่งลดการใช้จ่ายในสงครามในปัจจุบัน เพื่อหันไปเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต แต่ยืนยันว่างบประมาณที่จำกัด ไม่ได้หมายความว่ากองทัพจะลดความแข็งแกร่งลง
ร่างงบประมาณของกระทรวงกลาโหมจะรวมเข้ากับร่างงบประมาณทั้งหมดของรัฐบาลและเสนอให้สภาคองเกรสพิจารณาในวันที่ 13 ก.พ. ครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับจากวินาศกรรม 11 ก.ย.2544 ที่กระทรวงกลาโหมของบลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปีนี้ของบสำหรับปฏิบัติการทางทหารในต่างแดน ซึ่งเน้นในสงครามอัฟกานิสถานเป็นหลักรวม 88,400 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 115,000 ล้านในปีนี้ เป็นเพราะสงครามในอิรักปิดฉากลงและถอนทหารชุดสุดท้ายออกมาแล้ว
นอกจากนี้กระทรวงฯมีแผนตัดลดทหารในกองทัพบก 70,000 นายและนาวิกโยธิน 20,000 นายในช่วง 5 ปีข้างหน้า และยังจะชะลอจัดซื้อเครื่องบินรบและเรือรบ รวมถึงปลดระวางเครื่องบินและเรือรบเก่า และศึกษาแนวทางลดอาวุธนิวเคลียร์
แต่ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถรับมือกับสงครามไซเบอร์ เพิ่มปฏิบัติการที่ใช้เครื่องบินไร้นักบินบังคับ พัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล และอาวุธอื่นๆที่สามารถสั่งงานได้จากระยะไกล ศักยภาพดังกล่าวจำเป็นสำหรับการรับมือกับประเทศต่างๆ เช่น อิหร่านและจีน ที่พัฒนาอาวุธให้โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐในน่านน้ำสากลใกล้กับชายฝั่งได้



