ข่าว

ท่องเที่ยวเพิ่มเงื่อนไขปล่อยกู้ขยายวงช่วยธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

ท่องเที่ยวเพิ่มเงื่อนไขปล่อยกู้ขยายวงช่วยธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

08 พ.ค. 2552

กระทรวงท่องเที่ยวฯ รับลูกมติ ครม. เร่งขยายเงื่อนไขการปล่อยกู้เพิ่มเติมให้กลุ่มธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว เตรียมเสนอ "ชุมพล" คงคณะกรรมการบริหารโครงการช่วยเหลือเงินกู้ผู้ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบิน และขยายกรอบเวลาการทำงาน

น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว ว่าที่ประชุมมีมติเสนอเรื่องต่อนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2 ประเด็นหลัก คือ ให้คงคณะกรรมการบริหารโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองให้ดำเนินการต่อเนื่อง และขยายกรอบเวลาการทำงานจากปี 2552-2553 เป็น 2552-2554 ตามวาระการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

 ทั้งนี้ จากมติคณะรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องกู้ยืมเงินช่วยเหลือ 5,000 ล้านบาท โดยขยายความช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโดยรวมด้วยนั้น แนวทางการให้เงินกู้แบ่งเป็น 3 แนวทาง คือ การกู้เงินน้อยกว่า 5 ล้านบาทให้เซ็นค้ำไขว้กันได้อีก 2 แนวทางคือ กลุ่มที่ต้องการเงินกู้มากกว่า 5 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อชะลอการเลิกจ้าง 50 ล้านบาท และสินเชื่อเอสเอ็มอีเพาเวอร์ 50 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางเพิ่มเติมในการให้สิทธิผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจบริการอาหาร ธุรกิจซักอบรีด ในการกู้ยืมเงินวงเงิน 5,000 ล้านบาทดังกล่าวเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นที่ประชุมระบุว่า ผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์เพิ่มเติมดังกล่าวอาจต้องมีรายได้กว่า 50% จากธุรกิจท่องเที่ยว เช่น ผู้ประกอบการบริการอาหารรายหนึ่งขายอาหารให้โรงแรมกว่า 50% ของรายได้ เป็นต้น ทั้งนี้ที่ประชุมจะต้องตั้งคณะกรรมการดูแลกลุ่มดังกล่าวเฉพาะ เพื่อการพิจารณาคุณสมบัติให้สอดคล้อง

 “ที่ผ่านมาวงเงินกู้ช่วยเหลือ 5,000 ล้านบาท เกิดขึ้นเพื่อต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ถึงตอนนี้ที่เงื่อนไขขยับมากขึ้น และรวมไปถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ มากมาย ทำให้อาจต้องขยายวงเงินเพิ่มเติม แต่ต้องรอให้วงเงินกู้ลอตแรกยื่นขอครบวงเงินก่อน โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการยื่นขอแล้วราว 3,000 ล้านบาท” น.ส.ศศิธารากล่าว