ข่าว

ประกาศแล้ว'ศิลปินแห่งชาติ'ปี54

ประกาศแล้ว'ศิลปินแห่งชาติ'ปี54

26 ม.ค. 2555

"เฉลิมชัย-เมธา-ทองร่วง-ประภัสสร-สุชาติ-รัจนา-นคร-เศรษฐา-รศ.สดใส" ขึ้นแท่นศิลปินแห่งชาติ ปี 54 พร้อมเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพฯ 24 กุมภาพันธ์นี้

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 55  ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) เพื่อพิจารณาคัดเลือกศิลปินแห่งชาติปี 2554 โดยใช้เวลาประชุมร่วม 3 ชั่วโมง .

          ภายหลังการประชุม นางสุกุมล แถลงผลการคัดเลือกเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปิน ผู้มีความสามารถ และอุทิศตนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจนโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2554 ใน 3 สาขา จำนวน 9 คน ดังนี้

          สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (จิตรกรรม) , นายเมธา บุนนาค (สถาปัตยกรรม) , นายทองร่วง เอมโอษฐ์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะปูนปั้น)

          สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ นายประภัสสร เสวิกุล (นวนิยายและกวีนิพนธ์) , นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี (เรื่องสั้นและกวีนิพนธ์)

          สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ นางรัจนา พวงประยงค์ (นาฏศิลป์ไทย-ละคร) , นายนคร ถนอมทรัพย์ (ดนตรีสากล-ประพันธ์และขับร้อง) , นายเศรษฐา ศิระฉายา (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) และ รศ.สดใส พันธุมโกมล (ละครเวทีและละครโทรทัศน์)

          นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ความเป็นศิลปินแห่งชาติ ถือเป็นรางวัลสูงสุดในชีวิต คนที่ทำงานคณะกรรมการจะเห็นคุณค่า ตนก็เป็นคนทำงานคนหนึ่งจึงเชื่อมั่นว่า ณ วันหนึ่งคณะกรรมการจะเห็นคุณค่า แต่ไม่คิดว่าจะได้รับการยกย่องรวดเร็วในช่วงอายุเพียง 57 ปี สำหรับการทำงานศิลปะ ถือเป็นงานยิ่งใหญ่ ประเทศไทยไม่สามารถจะสร้างความยิ่งใหญ่ทางวัตถุเหมือนต่างชาติได้ แต่สามารถสร้างศิลปะให้ยิ่งใหญ่ได้ ดังนั้น ทุกคนจึงถืองานศิลปะเป็นครู ตนก็เป็นเพียงคนคนหนึ่งที่สืบทอดงานจากครู เพื่อฝากไว้ให้แก่ประเทศชาติ

          นายประภัสสร กล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณที่ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ที่ผ่านมาทำงานในวงการวรรณกรรมตามหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยไม่ได้มุ่งหวังสิ่งตอบแทนใดๆ โดยหลักคิดหลักทำสร้างวงการวรรณกรรมให้มีความเข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้า ผลักดันให้นักเขียนไทยเป็นที่ยอมรับในสังคมทั้งในและต่างประเทศ ตนมีส่วนสำคัญใช้วรรณกรรมส่งเสริมความเข้าใจระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน เนื่องจากเห็นว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องการค้า ธุรกิจ แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนเรียนรู้ผ่านวรรณกรรม จึงมีความเชื่อมั่นว่าปี 2558 ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน พลังวรรณกรรมจะเป็นส่วนสำคัญสร้างความสามัคคีระหว่างประเทศ

          นายทองร่วง กล่าวว่า รู้สึกขอบใจหน่วยงานราชการที่เห็นความสำคัญของงานปูนปั้นพื้นบ้าน เพราะงานสาขานี้ไม่เคยได้รับการยกย่องมาก่อน ตนเป็นแค่เพียงช่างปั้นปูนบ้านนอก ทำงานปูนปั้นตามวัดไปเรื่อยๆ วันนี้ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ถือเป็นเกียรติสูงสุด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ช่างปูนปั้นเมืองเพชรถือว่ากำลังได้รับความนิยม ยิ่งมีกระแสคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญ ยิ่งเป็นการต่ออายุสืบทอดงานปูนปั้นเมืองเพชรให้มีความมั่นคงต่อไป

          นายนคร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลนี้ แต่น่าจะได้รับตอนที่อายุยังน้อย จะได้ทำงานให้สังคมมากกว่านี้ ตนทำงานด้านเพลงมาตลอดชีวิต ไม่เคยคิดทำอย่างอื่น เริ่มต้นเป็นศิลปินตั้งแต่อายุ 12 ปี ทำมาตั้งแต่เขียนป้ายโรงหนัง พากย์หนัง แต่งเพลง ร้องเพลง อยู่กับงานนี้มาอย่างต่อเนื่อง งานดนตรีเป็นงานที่ทำให้คนมีความสุข เป็นปัจจัยหนึ่งในชีวิตให้การรักษาบำบัด ปลุกปลอบ แม้กระทั่งงานศพยังมีดนตรีเลย คนที่ทำหน้าที่นี้ควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะได้เป็นตัวอย่างของสังคม

          นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า เกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาตินี้ประกอบด้วย 3 หลักเกณฑ์ ดังนี้ 1.เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะและเป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะ รวมถึงเป็นต้นแบบศิลปะแขนงนั้น 2.คุณค่ามาตรฐานผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ เช่น ผลงานต้องสื่อให้เห็นถึงคุณค่าในความดี ความงาม คุณค่าทางอารมณ์ สะท้อนความเป็นธรรมชาติ หรือสถานภาพทางสังคม และวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย เอกลักษณ์ของท้องถิ่นและเอกลักษณ์ของชาติไม่ลอกเลียนแบบจากผู้อื่น และ 3.มีการจัดแสดงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐานอ้างอิง โดยเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด พัฒนาการทางงานศิลปะอย่างเด่นชัด ผลงานได้รับรางวัลหรือเกียรติคุณ ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ

          นางปริศนา กล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติมาเมื่อปี 2527 และประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติในปีแรกเมื่อปี 2528 จนปี 2553 มีศิลปินสาขาต่างๆ ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติแล้วรวม 212 คน เสียชีวิตไปแล้ว 92 คน มีชีวิตอยู่ 120 คน ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติจะได้รับเงินตอบแทนเดือนละ 2 หมื่นบาท และสามารถเบิกเงินสวัสดิการเพื่อการรักษาพยาบาลได้ตามระเบียบราชการ รวมทั้งมีค่าช่วยเหลือเมื่อประสบสาธารณภัย และหากเสียชีวิต จะมีค่าช่วยเหลืองานศพ 1.5 หมื่นบาท ค่าจัดทำหนังสือที่ระลึก 1.2 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ศิลปินแห่งชาติทั้งหมดจะเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันศิลปินแห่งชาติ และในวันดังกล่าวจะมีงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ศิลปินแห่งชาติ พร้อมกิจกรรมการแสดงและนิทรรศการศิลปินแห่งชาติ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย