ข่าว

ทางเลือกวิถีหนุ่มไทยใส่สูท

ทางเลือกวิถีหนุ่มไทยใส่สูท

27 ม.ค. 2555

ทางเลือกวิถีหนุ่มไทยใส่สูท

                   กว่าครึ่งศตวรรษมาแล้วที่ "สูท" ได้ปรับเปลี่ยนวิถีการแต่งตัวหนุ่มๆ ญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องง่ายในสังคมชาตินิยมอันแข็งแกร่งที่จะยอมรับให้อาภรณ์แบบสากลนี้มีบทบาทในชีวิตประจำวันจนลืมกิโมโนไปโดยปริยาย แต่ด้วยความพยายามของบริษัทผู้ผลิตสูทยุคบุกเบิกอย่าง "โคนาคะ" ที่ปั้นแบรนด์ "SUIT SELECT (สูท ซีเล็ค)" จนติดลมบน ทำให้วันนี้ตามสำนักงานและท้องถนนทั่วญี่ปุ่น ได้เห็นหนุ่มสาวแดนอาทิตย์อุทัยใส่สูทรูปแบบใหม่จนคุ้นชินตา

                   เช่นเดียวกันว่าในไม่ช้านี้วัฒนธรรมสูทจะแพร่มาสู่เมืองไทย ให้หนุ่มเมืองร้อนรักการแต่งตัวได้สนุกกับการเลือกซื้อสูทตัวแรกในชีวิตทำงาน รวมถึงวาระอื่นๆ ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้น "ณะ" ณรงค์ เลิศกิตศิริ ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคนาคะ (ประเทศไทย) จำกัด เรียกน้ำย่อยด้วยการพาสื่อมวลชนไปทำความรู้จักพร้อมพูดคุยกับทีมผู้บริหาร นำโดย เคนสุเกะ โคนาคะ ประธานและซีอีโอ บริษัท โคนาคะ จำกัด และ คาชิวะ ซาโต้ ผู้อำนวยการศิลปกรรมและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ถึงประเทศญี่ปุ่น

                   ในห้องประชุมบรรยากาศกันเอง เคนสุเกะ โคนาคะ เจเนอเรชั่นที่ 3 ของแบรนด์ เล่าที่มาของ "สูท ซีเล็ค" ว่า เริ่มจากร้านขายสูทดั้งเดิมร้านเล็กๆ ตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปจึงคิดทำสูทให้ทันสมัยขึ้นตั้งชื่อยี่ห้อใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2001 ว่า "SUIT SELECT 21 (สูท ซีเล็คท์ 21)" แต่ร้านออกแบบเองก็ยังดูไม่คลิกจึงว่าจ้างนักสร้างแบรนด์ชื่อดังของญี่ปุ่น อย่าง คาชิวะ ซาโต้ มาช่วยปรับภาพลักษณ์ใหม่ ให้ดูทันสมัย พร้อมตัดเลข 21 ทิ้งเหลือเพียงคำว่า "สูท ซีเล็ค" แล้วออกแบบโลโก้ใหม่อย่างเรียบหรูเป็นเส้นตั้งตรง 4 แถบ นับแต่นั้นมาก็ประสบความสำเร็จอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและบัณฑิตที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ๆ

                   ด้าน "ณะ" ณรงค์ ในฐานะผู้ดูแลแบรนด์ประจำเมืองไทย เสริมว่า ผู้ชายญี่ปุ่นมีสูทใส่อย่างต่ำ 3-4 ชุด และมีคอลเลกชั่นทุกฤดู ซึ่งแบรนด์นี้แตกต่างจากสูททั่วไป สามารถทำให้ชุดสูทกลายเป็นแฟชั่นที่มีชีวิตชีวาได้จนเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ที่สำคัญผ่านกระบวนการผลิตด้วยมาตรฐาน วูลมาร์ค ไลเซ็น (Woolmark license) หรือใบอนุญาติการผลิตผ้าขนแกะ เพื่อรับประกันว่าเป็นสินค้าจากขนแกะคุณภาพสูง

                   "แบรนด์นี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจมาก เปิดสาขามากถึง 360 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น และเขาตั้งเป้าที่จะขยายสาขาในต่างประเทศ โดยเลือกประเทศไทยเป็นแห่งแรก เพราะเป็นศูนย์กลางของอาเซี่ยนและไวต่อการเข้าถึงแฟชั่น สอดคล้องกับการอยากปลุกกระแสหนุ่มไทย โดยเฉพาะผู้ที่เข้าทำงานใหม่ ได้มีโอกาสสวมใส่สูทตัวแรกเพื่อความดูดี น่าเชื่อถือ หนุ่มๆ ที่เริ่มทำงานควรจะเลือกสูทที่ใช้ได้หลายโอกาส คือ ใส่ไปทำงานแล้วสามารถใส่ไปงานอื่นต่อได้ด้วย เดี๋ยวนี้สูทหน้าตาเปลี่ยนไปไม่ได้โบราณเหมือนแต่ก่อน มีความทันสมัยมากขึ้น เช่น เนื้อผ้าดูแลง่ายขึ้น สามารถใส่ได้หลายโอกาส หลายฤดูกาล รูปแบบสไตล์ทันสมัยมีแบบฟิตเข้ารูปที่ใส่ทรงสกินนี่" ณรงค์ แจกแจง

                   พร้อมกับบอกด้วยว่า ชุดสูทที่ใช้เนื้อผ้าและแพทเทิร์นแบบโบราณ นอกจากจะดูแลยากแล้วยังดูแก่เกินวัยสำหรับวัยรุ่น ชุดสูทถือเป็นเรื่องจำเป็นมากสหำรับผู้ชาย เพราะไม่ว่าจะไปงานหรือติตต่อธุรกิจอะไร การใส่เสื้อสูทจะส่งผลถึงภาพลักษณ์ที่ดูสุภาพและน่าเชื่อถือไปในตัว เนื่องจากการแต่งกายสามารถสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ได้ด้วย

                   "อย่างน้อยๆ ควรจะมีสูทไว้คนละ 2-3 ชุด ที่คัตติ้งดีๆ ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป ส่วนสีควรจะเลือกสีเข้ม โดยเฉพาะสีดำต้องมีไว้เพราะสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ไปได้ทุกงานและต้องพิถีพิถันในการเลือกเนื้อผ้า สำหรับสูทที่ผมจะนำเข้าไปเปิดร้านในไทยจะมี 2 ระดับราคา คือ ซิลเวอร์ ไลน์ ที่ราคาหลักหมื่น และ แบล็ค ไลน์ ราคาเริ่มต้นที่ 6,000 กว่าบาท ถือเป็นราคาที่น่าจะลงทุนเพื่อความดูดีและน่าเชื่อถือ" ณรงค์ กล่าวปิดท้าย