ข่าว

'หลวงพ่อคูณ'ให้พรปีใหม่กลับวัด30ม.ค.นี้

'หลวงพ่อคูณ'ให้พรปีใหม่กลับวัด30ม.ค.นี้

26 ม.ค. 2555

หลวงพ่อคูณสดชื่น เตรียมกลับวัดบ้านไร่ 30 ม.ค. แพทย์วางกฏเหล็ก ห้ามญาติโยมเข้าใกล้ ห้ามรบกวนเด็ดขาด เปลี่ยนการเคาะหัวเป็นให้พรผ่านสายสิญจ์แทน เตรียมทีมแพทย์จัดเวรดูแลอย่างใกล้ชิด

                    26 ม.ค.55 นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ  เหมทานนท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา  นพ.ธีระพล โตพันธานนท์ ผอ.รพ.มหาราช นครราชสีมา นพ.พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัว หลวงพ่อคูณ พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  สาธารณสุขอำเภอด่านขุนทด  โรงพยาบาลด่านขุนทด และคณะกรรมการวัดบ้านไร่ นำโดย พล.ต.ต.มหัคพันธ์ สุระคุปต์ ประธานคณะกรรมการวัดบ้านไร่  ร่วมประชุมเพื่อเตรียมการในการนำ หลวงพ่อคูณ กลับไปพักรักษาตัวที่วัดบ้านไร่ หลังป่วยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.2554 การประชุมดำเนินไปต่อนเองนานเกือบ 2 ชั่วโมง ที่สุดมีความเห็นว่าให้ หลวงพ่อคูณ กลับวัดบ้านไร่ ในวันที่ 30 ม.ค.นี้

                    เนื่องจาก มีความพร้อมในทุกด้านแล้ว ทั้งกุฏิปลอดเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ระเบียบวิธีปฏิบัติที่กำหนดให้ญาติโยมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมทั้งร่างกายหลวงพ่อเองก็มีความแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้น น้ำหนักอยู่ที่ 40.8 กก.

                    นพ.ธีระพล กล่าวว่า อาการโดยรวมของ หลวงพ่อคูณ ขณะนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจกลับมาเป็นปกติเกือบ 100 % ทั้งในส่วนของอาการวัณโรคปอด รวมถึงโรคแทรกซ้อนต่างๆ สามารถควบคุมอาการได้ทั้งหมดแล้ว การจดจำ ปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมาเป็นปกติดี อาการติดเชื้อในปอดดีขึ้นอย่างมาก แต่ด้วยสภาพร่างกายของหลวงพ่อที่ป่วยหลายโรค ทั้งเบาหวาน ปอดปวม ถุงลมโป่งพอง และวัณโรค ประกอบกับอายุมาก จะครบ 89 ปีเต็ม ในวันที่ 4 ต.ค. 55  ทำให้จะกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์เต็มร้อยเหมือนเดิมเป็นไปไม่ได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลป้องกันการติดเชื้อเป็นพิเศษ

                    สำหรับแนวทางที่จะปฏิบัติหลังกลับไปที่วัดบ้านไร่นั้น ทางคณะแพทย์จะประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอด่านขุดทด โรงพยาบาลด่านขุดทด ในการจัดคณะแพทย์พยาบาลคอยเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง คณะแพทย์และพยาบาล รพ.มหาราชจะเป็นพี่เลี้ยงให้แพทย์และพยาบาลที่จะดูแลหลวงพ่อคูณที่วัดบ้านไร่ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน โดยมีแพทย์-พยาบาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนดูแลตลอด 24 ชั่วโมงรวม 14 คน บุรุษพยาบาลอีก 30 คน เพื่อให้ได้เรียนรู้ขั้นตอนในการดูแลรักษาหลวงพ่อคูณโดยละเอียด

                    นอกจากนี้ กุฏิปลอดเชื้อมีอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นในการดูแลอาการของหลวงพ่อคูณครบครัน ทั้งระบบการตรวจเช็ดการทำงานของสมอง และระบบต่างๆทั้งภายในและภายนอกร่างกาย รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งถือว่าสามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์

                    ส่วนกฏเหล็กในการเข้าพบ หลวงพ่อคูณ คือ ห้ามใครเข้าใกล้หรือสัมผัส หลวงพ่อคูณเกินระยะ 2 เมตร นอกจากลูกศิษย์คนสนิทและแพทย์พยาบาลที่จำเป็นต้องดูแลหลวงพ่อฯอย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่จะต้องผ่านกระบวนการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อและสวมหน้ากากป้องกันการติด-แพร่เชื้อตลอดเวลา การทำกิจนิมนต์ที่วัดบ้านไร่ หลวงพ่อจะทำวันละสองรอบ เช้าเวลา 11.00 - 12.30 น. รอบบ่ายเวลา 16.00 - 18.00 น. โดยหลวงพ่อจำเป็นต้องฉันเย็นในเวลา 18.30 น. เพื่อรักษาสภาพร่างกายให้แข็งแรงมากที่สุด  การทำกิจนิมนต์ห้ามเคาะหัวหรืองดทำการใดๆที่ใกล้ชิดกับหลวงพ่อคูณทั้งหมด โดยจะใช้วิธีตั้งอาสนะให้ห่างจากญาติโยมในรัศมี 2.50 เมตร และให้จับสายสิญจน์แทน

                    หลังการประชุม นพ.พินิจจัย ได้ตรวจอาการโดยรวมของ หลวงพ่อคูณ เพื่อประเมินอาการโดยรวมอีกครั้ง พบว่า ทุกอย่างเป็นปกติดี จากนั้นได้ให้ทำกายภาพบำบัดอยู่ภายในห้องพัก ปั่นจักรยานอยู่กับที่ประมาณ 10 นาทีเพื่อฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อขา ยกแขนขึ้นลงเพิ่มพัฒนากล้ามเนื้อแขน เมื่อเสร็จสิ้นได้พา หลวงพ่อออกมาสูดอากาศภายนอก และเปิดโอกาสให้ศิษยานุศิษย์จากประเทศมาเลเซียได้กราบไหว้เพื่อความเป็นศิริมงคล แต่ห้ามใกล้กว่า 2 เมตร ซึ่งหลวงพ่อมีสีหน้าสดใสมาก และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ าหายดีแล้วไม่ต้องเป็นห่วง พร้อมกับสวดให้พรปีใหม่แก่ศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศด้วยบทสวยยะถาฯ ตั้งแต่ต้นจนจบอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการสวดบทสวดให้พรเต็มรูปแบบครั้งแรกในรอบเกือบ 4 เดือน หลังจากหลวงพ่อคูณได้สวดบทให้พรบทนี้ไปครั้งที่พักฟื้นรักษาตัวจากการผ่าตัดเจาะหน้าท้องที่โรงพยาบาลศิริราช ในวันที่ 4 ต.ค.2554 ที่ผ่านมา