
โฆษกรัฐบาลยุคใหม่?
โฆษกรัฐบาลยุคใหม่ ? โดย...ผศ.ไพศาล อินทสิงห์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ปรับโฉมใหม่คณะรัฐมนตรี (ครม.)กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมๆกับการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองในรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ 2”
ถูกใจ โดนใจหรือไม่ ก็ว่ากันไป แต่ที่สำคัญ อยู่ที่เข้ามาแล้วทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ และประชาชนอย่างไร สร้างผลงานโดดเด่นเพียงใด
ที่น่าสนใจตำแหน่งหนึ่ง ก็คือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ “โฆษกรัฐบาล” ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนด้วย โดยให้ นางฐิติมา ฉายแสง ไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ส่งผลให้โฆษกรัฐบาลว่างอยู่ และรอนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเร็วๆ นี้ ใคร คือผู้เหมาะสมที่จะมาแทน นางฐิติมา ฉายแสง
ก่อนจะมองว่า ใครมีความเหมาะสม คงต้องมองที่เป้าหมายงาน ภารกิจ โดยเฉพาะในยุคใหม่นี้เสียก่อนสำหรับบทบาทโฆษกรัฐบาล ว่า ต้องการทำอะไร เดี๋ยวหาผู้เหมาะสมได้เอง และง่ายด้วยเพราะโจทย์ชัด ไม่เช่นนั้น ก็จะว่ากันไป มองว่า คนนี้ก็ได้ คนนั้นก็เหมาะ แล้วผลสุดท้ายแสดงบทบาทไม่ได้ หรือได้ก็ไม่ดี ต้องเปลี่ยนใหม่อีก หากเป็นเช่นนี้ ย่อมส่งผลเสียต่อการประชาสัมพันธ์(พีอาร์) ของรัฐบาล
โดยเฉพาะเสียโอกาสนายกรัฐมนตรีมีนโยบาย ผลงาน แนวคิดอะไรใหม่ๆ แต่ไม่สามารถผลักดันออกไปสู่ประชาชนให้รับรู้ รับทราบได้
ยังไม่นับรวมถึงการประชาสัมพันธ์ที่จะต้องทำให้ประชาชนเข้าใจในข่าวสารที่ส่งออกไปด้วย ซึ่งไม่ง่าย แต่จำเป็น ไม่ทำไม่ได้
เข้าใจก็ยังไม่พอ ต้องให้ร่วมมืออีก เช่น เข้าร่วมโครงการต่างๆของรัฐบาล ฯลฯ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของรัฐบาล
การบริหารงานนโยบาย โครงการใดๆของรัฐบาลมีประชาชนเข้าร่วมตามเป้าหมาย ก็สำเร็จ ห่างเป้าก็ล้มเหลว ดังนั้น การบริหาร(ผู้นำรัฐบาล) กับการประชาสัมพันธ์ (โฆษกรัฐบาล) จึงส่งผลสะท้อนกันและกันถึงความสำเร็จหรือล้มเหลว ต้องไปด้วยกัน พึ่งพากันชนิดที่ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้
ผู้เขียนยังมองว่า โฆษกรัฐบาลวันนี้ ต้องแสดงบทบาทโฆษกยุคใหม่ เป็นมากกว่าโฆษกรัฐบาลเช่นยุคที่ผ่านๆ มา เพราะโลกเปลี่ยนไป บริบทประเทศเปลี่ยนแปลง มีโจทย์ใหม่ๆเข้ามา ทั้งปัญหา ภารกิจใหม่ๆเกิดขึ้น ซึ่งคนเป็นโฆษกรัฐบาลยุคใหม่ต้องทันการเปลี่ยนแปลง ทันเกม ทันสถานการณ์
วันนี้ประเทศแข่งขันสูง รัฐบาลก็ต้องแข่ง แข่งกับตัวเอง แข่งกับอาเซียน แข่งกับประชาคมโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ
โฆษกรัฐบาลจึงต้องแข่ง และเป็นผู้นำ เป็นการนำด้วยลีลา ท่วงทำนองของการรู้ใช้ รู้ให้ข่าวสารเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบให้รัฐบาล รู้จังหวะเวลาให้ข่าวสาร ให้อย่างไร จึงจะส่งผลดีต่อรัฐบาล เช่น บางจังหวะโอกาส อาจต้องใช้การประชาสัมพันธ์นำการบริหาร ฯลฯ
เป็นโอกาสและความท้าทายไม่น้อย อยู่ที่โฆษกรัฐบาลยุคใหม่ จะพลิ้ว เนียนแค่ไหน เหนือชั้น ข้ามช็อตเพียงใด
วันนี้ ภารกิจโฆษกรัฐบาลจึงมิเพียงจัดแถลงข่าว แจ้งมติคณะรัฐมนตรี เผยแพร่ผลงานรัฐบาล ออกข่าวแจก ซึ่งเป็นแค่ตาม มิใช่นำ
นั่นก็ทำไป แต่ต้องมากกว่านั้น ต้องแตกไลน์ และต่อยอดงาน สร้างมาตรฐานการทำงานโฆษกรัฐบาลที่สูงขึ้น
ต้องเป็นที่ปรึกษา เสนอแนะในเชิงการประชาสัมพันธ์แก่นายกรัฐมนตรี
เหนืออื่นใด นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ และนำไปสู่การกำหนดนโยบาย หรือใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา
อย่าลืมว่า หัวใจของการประชาสัมพันธ์ คือ การสื่อสาร และ สื่อ ถือเป็นตัวแปรที่มีบทบาทและอิทธิพลต่อการกำหนดความสำเร็จ หรือล้มเหลวของการประชาสัมพันธ์
แนวทางหนึ่งที่โฆษกรัฐบาลจะเสนอแนะเรื่องใดๆในเชิงการประชาสัมพันธ์แก่นายกรัฐมนตรีได้อย่าง ถูกต้อง แม่นยำ ก็คือ การเข้าถึงสื่อ
ฟังเสียงสะท้อนจากสื่อทำเนียบรัฐบาล สื่อจะมีข้อมูล รู้หมดใคร อะไร ที่ไหน จะเกิดม็อบที่ไหน งานนโยบาย โครงการอะไรของรัฐบาลมีปัญหา อุปสรรคตรงไหนในทางปฏิบัติบ้าง จะให้ดีทำอย่างไร สื่อเช็คข่าวกันรู้หมด รู้จริง เผลอๆรู้ก่อนเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งนี่คือคุณสมบัติ และจุดแข็งของสื่อ
โฆษกรัฐบาลต้องรู้ใช้จุดแข็งของสื่อ แลกเปลี่ยนความเห็น เป็นกันเองกับสื่อ ใช้จุดแข็งให้เป็นจุดขายด้านการประชาสัมพันธ์รัฐบาล
ไม่เว้นกระทั่งสื่อต่างประเทศ บ่อยครั้งปัญหากระทบมาจากภายนอกประเทศ เพราะปัจจุบันโลกแคบลงด้วยธุรกิจการค้า และเทคโนโลยีการสื่อสาร เกิดอะไรขึ้นที่ไหนรู้ถึงกันหมด
การมีความสัมพันธ์ที่ดี และรู้ใช้ประโยชน์จากสื่อต่างประเทศ มีแต่ได้
นำเสียงสะท้อนที่ได้หากเห็นว่ามีนัยสำคัญ เสนอแนะนายกรัฐมนตรี เพราะโฆษกรัฐบาลต้องเห็นอะไรก่อนคนอื่น มองอะไรได้มากกว่าคนอื่น อ่านขาดในเสียงสะท้อนนั้นๆ
เป็นไปได้หรือไม่ว่า โฆษกรัฐบาล อาจตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง ประกอบด้วยสื่อล้วนๆ จากสำนักต่างๆ เพื่อให้เข้ามาช่วยงานประชาสัมพันธ์รัฐบาล
หากทำได้ โฆษกรัฐบาลก็เป็นมือขวา หรือคู่หูนายกรัฐมนตรีด้านการประชาสัมพันธ์ มองตาก็รู้ใจ ซึ่งจะเป็นบทบาท ภารกิจใหม่ที่มีความหมายและทรงคุณค่า
ถึงบรรทัดนี้ คงมองเห็นใครมีความเหมาะสมที่จะมาแทนนางฐิติมา ฉายแสง อาจมีผู้เหมาะสมหลายท่าน
ทำอย่างไร จึงจะได้โฆษกรัฐบาลที่เฉียบคม มีมุมมองอย่างผู้นำ และผู้กำหนดกลยุทธ์พีอาร์ เป็นที่พึ่งพาให้นายกรัฐมนตรีได้
--------------------
(โฆษกรัฐบาลยุคใหม่ ? โดย...ผศ.ไพศาล อินทสิงห์ มหาวิทยาลัยนเรศวร)



