
ธปท.กระทุ้งแบงก์ลดดอกเบี้ยกู้ หวังรัฐเร่งลงทุนปั๊มเศรษฐกิจ-รับห่วงการเมืองปะทุอีก
ธปท.หวังรัฐผลักดันเม็ดเงินลงทุน ช่วยปั๊มเศรษฐกิจให้ติดลบน้อยลง รับปัญหาการเมืองยังน่าห่วง หากรุนแรงอีกทุนนอกเผ่นหนีแน่ แถมกระทบการใช้จ่ายในประเทศ ส่งสัญญาณแบงก์พาณิชย์ลดดอกเบี้ยกู้ขาเดียว ด้านสบน.เร่งเจรจากู้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา “ไขประเด็นเศรษฐกิจ” ว่า หากภาครัฐสามารถผลักดันเม็ดเงินลงทุนได้จริงตามที่ประกาศไว้ จะช่วยลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ โดยอาจจะติดลบเหลือ 3.5% ตามที่ภาครัฐคาดหวัง อย่างไรก็ตาม ภาวะการเมืองยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม หากเกิดความไม่มั่นคงและเกิดปัญหารุนแรงอีก ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอาจจะหดหายไป
"โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศที่ขณะนี้แม้จะชะลอการลงทุนในประเทศไทย เพราะภาวะเศรษฐกิจ หากการเมืองรุนแรงแล้วเขาย้ายฐานออกไปจะลำบาก ซึ่งจะส่งผลมาถึงความเชื่อมั่นการจับจ่ายของคนในประเทศอีกด้วย” นางธาริษา กล่าว
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวด้วยว่า นับจากนี้ไปคาดว่าธนาคารพาณิชย์ต่างๆ น่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ โดยไม่ต้องลดดอกเบี้ยเงินฝากตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยมาแล้ว 2.5% เหลือ 1.25% ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ช้า เพราะมีต้นทุนเงินฝากค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นการระดมระยะยาว แต่ขณะนี้ถือได้ว่ามีระยะเวลาที่สมควรจะลดดอกเบี้ยได้แล้ว ประกอบกับความต้องการสินเชื่อในระบบน้อยลง เมื่อเป็นเช่นนี้ธนาคารพาณิชย์จึงสมควรลดดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ต้องลดดอกเบี้ยเงินฝาก
“ในเรื่องสภาพคล่องที่เอสเอ็มอีระบุว่ามีปัญหา เพราะแบงก์ไม่ปล่อยกู้ ทาง ธปท.ได้หารือกับธนาคารพาณิชย์มีการพูดคุยให้ดูแลผู้ประกอบการ แต่คงจะไม่ออกระเบียบอะไรออกมาที่จะฝืนกลไกตลาด ขณะเดียวกันหากไปดูถึงการปล่อยสินเชื่อทั้งระบบแล้วในไตรมาส 1 ปีนี้ ยังขยายตัว 5% แม้เศรษฐกิจจะติดลบ 5-6% ก็ตาม” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว
นายพงษ์ภานุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานว่า กรอบวงเงินที่จะขอกู้ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท โดยจะกู้เงินจากธนาคารโลก 3.5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะกู้จาก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(เอดีบี) และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(ไจก้า) เท่ากันคือ 1.75 หมื่นล้านบาท ซึ่งกรอบวงเงินกู้จากธนาคารโลกอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียด เพื่อให้สามารถนำร่างสัญญาเงินกู้เข้าเสนอในรัฐสภาให้ทันก่อนปิดสมัยประชุม คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ในเดือนมิถุนายน
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ.การกู้เงินเพิ่มอีก 8 แสนล้านบาท โดยการกู้เงินในประเทศ เพราะสภาพคล่องธนาคารในประเทศยังมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งธนาคารได้เสนอสินเชื่อวงเงิน 3,600 ล้านบาท ให้รัฐบาลพิจารณา เพื่อนำไปพัฒนาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)



