
โพลล์ชี้คนกรุงดื่มนมยูเอชทีมากที่สุด
เอแบคโพลล์ เผย คนกรุงส่วนใหญ่ดื่มนมยูเอชที มากกว่า พาสเจอร์ไรซ์ โดยเฉพาะรสจืด รองลงมานมเปรี้ยวรสผลไม้
26 ม.ค.55 ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ (Social Innovation Management and Business Analysis, SIMBA) โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด มหาชน เปิดเผยผลวิจัย เชิงสำรวจเรื่อง พฤติกรรมการเลือกดื่มนมในปัจจุบัน กรณีศึกษาประชาชนอายุ 18 - 50 ปีที่พักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 722 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 - 25 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ผลสำรวจทั้งหมดนี้สามารถดึงข้อมูลได้ที่ www.abacpolldata.au.edu ซึ่งผลการสำรวจเมื่อสอบถามถึงผลิตภัณฑ์นมที่นิยมดื่ม พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนิยมดื่มนมยูเอชทีมากกว่านมพาสเจอร์ไรซ์ โดยร้อยละ 83.1 ของเพศหญิงระบุชอบดื่มนมยูเอชที เช่นเดียวกับเพศชายที่พบว่ามีสัดส่วนของผู้ที่ระบุชอบดื่มนมยูเอชที คิดเป็นร้อยละ 78.9 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกตามช่วงอายุของกลุ่มคนที่นิยมดื่มนมยูเอชที พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 79.2 ระบุอายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 84.7 ระบุช่วงอายุ 20 - 29 ปีซึ่งเป็นช่วงอายุที่นิยมดื่มมากที่สุด ร้อยละ 77.7 ระบุช่วงอายุ 30 - 39 ปี และร้อยละ 81.7 ระบุช่วงอายุ 40 - 50 ปี ในขณะที่กลุ่มคนที่นิยมดื่มนมพาสเจอร์ไรซ์มากที่สุด คือ ช่วงอายุ 30 - 39 ปี ร้อยละ 22.3
และเมื่อทำการจำแนกตามรายได้ของกลุ่มคนที่นิยมดื่มนมยูเอชที พบว่า ร้อยละ 81.3 ระบุรายได้ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 77.0 ระบุรายได้ 5,001 - 10,000 บาท ร้อยละ 80.9 ระบุรายได้ 10,001 - 15,000 บาท ร้อยละ 89.0 ระบุรายได้ 15,001 - 20,000 บาทซึ่งเป็นช่วงรายได้ที่นิยมดื่มมากที่สุด และร้อยละ 81.5 ระบุรายได้มากกว่า 20,000 บาท ในขณะที่ ร้อยละ 23.0 ในช่วงรายได้ 5,001 - 10,000 บาท นิยมดื่มนมพาสเจอร์ไรซ์มากกว่าช่วงรายได้อื่น ซึ่งเหตุผลที่นมยูเอชทีสามารถครองใจตลาดในทุกเพศ ทุกวัยส่วนหนึ่งมาจากนมยูเอชทีสามารถเก็บได้นานกว่านมพาสเจอร์ไรซ์
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงชนิดของนมพร้อมดื่มที่นิยมดื่มมากที่สุด พบว่า อันดับหนึ่งหรือร้อยละ 21.5 ระบุนมสดรสจืด รองลงมาร้อยละ 13.9 ระบุนมเปรี้ยวรสผลไม้ ร้อยละ 12.5 ระบุโยเกิร์ตพร้อมดื่ม เช่น ยาคูลท์ บีทาเก้น ร้อยละ 12.1 เท่ากัน ระบุ นมสดรสจืดแบบพร่องมันเนยและนมที่ปรุงแต่งสี - รสเลียนแบบธรรมชาติ เช่น รสหวาน รสช็อกโกแลต สตรอเบอรี่ ตามลำดับ
ทั้งนี้ ที่น่าพิจารณา คือ พฤติกรรมในการเลือกซื้อนมพร้อมดื่มของกลุ่มตัวอย่างกว่าครึ่งหรือร้อยละ 57.4 ยังคงมีพฤติกรรมในการซื้อยี่ห้อเดิม รสชาติ/ส่วนผสมแบบเดิมอยู่ ในขณะที่การเปลี่ยนยี่ห้อ รสชาติ /ส่วนผสมเดิม มีเพียงร้อยละ 14.8 ส่วนการเปลี่ยนยี่ห้อ เปลี่ยนรสชาติ/ส่วนผสม พบอยู่ที่ร้อยละ 14.6 และการซื้อยี่ห้อเดิม เปลี่ยนรสชาติ /ส่วนผสม อยู่ที่ร้อยละ 13.2 ตามลำดับ
เมื่อถามถึงขนาดของนมพร้อมดื่มยูเอชทีที่ดื่มเป็นประจำ พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 48.8 ระบุขนาด 250 มล. รองลงมา ร้อยละ 27.5 ระบุขนาด 150 มล. ร้อยละ 20.9 ระบุขนาด 200 มล. ร้อยละ 2.2 ระบุขนาด 1,000 มล. และร้อยละ 0.6 ระบุขนาด 1,200 มล.
สำหรับประโยชน์ของนมที่สามารถดึงดูดให้เกิดความต้องการดื่ม พบว่าตัวอย่างร้อยละ 37.4 ระบุดื่มเพื่อสุขภาพร่างกายและเน้นเสริมความแข็งแรงของกระดูก ระบบประสาท เช่น การเติมแคลเซียม งาดำ โอเมก้า รองลงมาร้อยละ 33.9 ระบุดื่มเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยไม่มีการเติมสารอาหารอื่นเพิ่มลงในนม ร้อยละ15.9 ระบุดื่มเพื่อสุขภาพร่างกายและเน้นการควบคุมน้ำหนัก ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญ ระบบขับถ่าย เช่น มีแอลคาร์นิทีน สารสกัดจากถั่วขาว จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่างๆ และร้อยละ 12.8 ระบุดื่มเพื่อสุขภาพร่างกายและเน้นเสริมการบำรุงผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น การเติมคอลลาเจน วิตามิน ACE สารสกัดจากชาเขีย
อีกทั้ง ประเด็นที่น่าพิจารณาคือเมื่อถามถึงความน่าเชื่อถือในประโยชน์ที่ได้รับจากนมตามโฆษณา พบว่าตัวอย่างเกือบครึ่งหรือร้อยละ 43.9 ระบุเชื่อถือในระดับปานกลาง ร้อยละ 35.3 เชื่อถือในระดับมาก - มากที่สุด และร้อยละ 20.8 เชื่อถือในระดับน้อย - ไม่เชื่อเลย
จากการพิจารณาจากลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าตัวอย่างร้อยละ 46.8 เป็นชาย และร้อยละ 53.2 เป็นหญิง โดยร้อยละ 3.4 ระบุอายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 29.4 ระบุอายุ 21-29 ปี ร้อยละ 29.9 ระบุอายุ 30 - 39 ปี ร้อยละ 37.3 ระบุอายุ 40 - 50 ปี กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 64.3 ระบุสำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 32.7 ระบุสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 3.0 ระบุสำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ตัวอย่างร้อยละ 17.3 ระบุรายได้ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 32.4 ระบุรายได้ 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 16.2 ระบุรายได้ 10,001-15,000 บาท ร้อยละ16.6 ระบุรายได้ 15,001-20,000 บาท และร้อยละ 17.5 ระบุรายได้มากกว่า 20,000 บาท



