ข่าว

หมากเกมชง "วายุภักษ์"
ซื้อหุ้นปตท.-การบินไทย

หมากเกมชง "วายุภักษ์" ซื้อหุ้นปตท.-การบินไทย

29 ม.ค. 2555

“ดร. โกร่ง” วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง หลังมีแนวคิดเรื่องให้กองทุนวายุภักษ์ เข้าไปซื้อหุ้นบริษัท ปตท และบริษัทการบินไทย ของ “ดร. โกร่ง” วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ปรากฎเป็นข่าว เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2555 ขณะไปกล่าวในงาน CEO FORUM ในหัวข้อ “Thailand's  Future  Development Strategies” 


 ประเด็น ของ ดร.โกร่ง ก็คือ ประการแรก จะเป็นการระดมทุนจะเน้นจากในประเทศเป็นหลัก "...เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากในระยะ 15 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมาตลอด และมีทุนสำรองค่อนข้างสูงมาก..."


 ประการที่สอง เกี่ยวกับแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการ ประกอบด้วยการโอนหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินกลับไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับภาระ และอีกส่วนหนึ่งที่สามารถดำเนินการได้ก็คือ การบริหารจัดการหุ้นของรัฐวิสาหกิจโดยผ่านกองทุนวายุภักษ์แทนกระทรวงการคลัง ทั้ง บมจ.ปตท. (PTT) บมจ.การบินไทย (THAI) ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศ...


ฟังเผินๆ ก็ไม่มีอะไร ต้องอ่านเนื้อในถึงจะเข้าใจ และถึงบางอ้อกันทีเดียว ...เมื่อหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน อย่าง “โอบามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวในประเด็นนี้ โดยฝากโจทย์ให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ 2 คิดทบทวนว่า ควรจะมองที่ “ประชาชนเป็นตัวตั้ง” ดีหรือไม่  


“เรามีรัฐวิสาหกิจที่แปรสภาพและมีการอ้างความจำเป็นที่จะตอบสนองผู้ถือหุ้นซึ่งครึ่งหนึ่งไม่ใช่รัฐ ในขณะที่หน่วยงานนี้ยังเป็นเครื่องมือในเชิงนโยบายของรัฐบาลได้ และยังมีปัญหาผูกขาดหลายส่วนนี่คือโจทย์ใหญ่ แต่รัฐบาลตั้งโจทย์ว่า จะแต่งตัวเลขหนี้สาธารณะเพื่อให้รัฐบาลมีเงินมาใช้มากๆ...”


ประกอบกับ กระแสข่าวที่ว่า กรณีวายุภักษ์ ซื้อหุ้น ปตท-การบินไทย อาจเป็นการเปิดทางให้คนนอก (ประเทศ) เช่น นักลงทุนตาน้ำข้าว และฝรั่งหัวดำที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อและตัวตน เข้ามาในปตท ได้ง่าย ดังคำครหาที่เป็นอยู่ว่า “แฉแปรรูปปตท.เอื้อ'ทักษิณ'ฮุบธุรกิจพลังงาน” (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 24 มกราคม 2555) ซึ่งไม่ใช่เพราะมีความพยายามทำให้กองทุนวายุภักษ์ มีสถานะเป็นกองทุนเปิดแต่อย่างใด

แต่ด้วยสถานะ บริษัทจำกัด (มหาชน) ต่างหากที่เอื้อให้ใครเข้าก็ได้ออกก็ได้ สะดวกโยธิน
คำถามตามมาก็คือ ถ้ามีผู้ถือหุ้นใดแสดงความจำนงต้องการเทคโอเวอร์ ปตท. ความเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกระทรวงการคลัง 49% บวกด้วยวายุภักษ์อีก 2% จะช่วยป้องกันช่องโหว่นี้ได้จริงหรือ

โดยเฉพาะหากผู้ซื้อเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และดีลเกิดขึ้นในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 2 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นน้องสาวของผู้ที่จะมาซื้อ หรือ นอมินีของผู้ที่จะมาซื้อเล่า จะว่าอย่างไร???
หาคำตอบเอาเองแล้วกัน!!!