ข่าว

เตือนสิ้นปีมีคนหิวโหยทะลุพันล้าน

เตือนสิ้นปีมีคนหิวโหยทะลุพันล้าน

08 พ.ค. 2552

ปารีส-เอฟเอโอเตือน ภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้หิวโหยทั่วโลกทะลุพันล้านคน มากที่สุดที่เคยมีมา เหตุอาหารยังแพง-วิกฤติเศรษฐกิจ วอนประเทศร่ำรวยช่วยเหลือ

 นายฌาคส์ ดิอุฟ ผู้อำนวยการองค์การอาหารโลกของสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เผยหลังเสร็จสิ้นการประชุมนาน 2 วัน ระหว่างเอฟเอโอกับองค์การพัฒนาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันพุธ (6 พ.ค.) ว่าจำนวนผู้คนที่หิวโหยในโลกอาจเพิ่มเป็นมากถึง 1,000 ล้านคน หรือ 1 ใน 6 ของประชากรโลกภายในสิ้นปีนี้ แม้ราคาอาหารจะลดลงร้อยละ 30 นับจากเดือนมิถุนายน ปี 2551 แล้วก็ตาม อันเป็นผลจากวิกฤติการเงินโลก พร้อมเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยหันกลับมาช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารในอนาคต

 นายดิอุฟ ราคาอาหารโดยทั่วไปก็ยังแพงกว่าราคาเมื่อปี 2549 แถมในประเทศกำลังพัฒนา ราคาอาหารยังลดลงเพียง ร้อยละ 12-14 เท่านั้น ขณะที่ราคาอาหารหลักในประเทศยากจนหลายแห่ง แทบจะไม่ได้ลดลงเลย

 ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า วิกฤติเศรษฐกิจยังนำมาซึ่งความล้มเหลวทางการค้า ขณะที่ชาติร่ำรวยได้ลดความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทางการเกษตรแก่ชาติยากจนจากร้อยละ 17 เหลือเพียงร้อยละ 3 ในปัจจุบันด้วย ทำให้อาจมี "ผู้หิวโหย" เพิ่มอีก 104 ล้านคนในปีนี้

 ทั้งนี้คำว่า "ผู้หิวโหย" หมายถึง ผู้ที่ได้รับพลังงานจากอาหารน้อยกว่า 1,800 แคลอรีต่อวัน ซึ่งนายดิอูฟกล่าวว่า ไม่เคยเห็นผู้หิวโหยมากขนาดนี้ในโลกมาก่อน แต่ยอดผู้หิวโหยเพิ่มขึ้นมากเมื่อปีที่แล้วเช่นกัน กล่าวคือเพิ่มขึ้น 40 ล้านคน หลังจากเมื่อปี 2550 เพิ่มขึ้น 75 ล้านคน และหากประเมินถูกต้อง ยอดผู้หิวโหยจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านคนในสิ้นปีนี้ โดยผู้อำนวยการเอฟเอโอยังกล่าวอีกว่า ความปลอดภัยด้านอาหารเป็นเรื่องของสันติภาพและความปลอดภัยของโลก พร้อมเน้นว่าจะต้องเพิ่มปริมาณการผลิตอาหารของโลกขึ้นเท่าตัว เพื่อให้ตามทันอัตราการเติบโตของประชากรโลก

 ในประเทศร่ำรวยนั้น การที่ราคาอาหารแพงได้ทำให้ปริมาณการผลิตอาหารในประเทศร่ำรวยเพิ่มขึ้นร้อยละ 12-13 แต่ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมทั้งประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน บราซิล และอินเดีย มีการเพิ่มการผลิตอาหารเพียงร้อยละ 0.4 ซึ่งเพียงพอต่อการให้ประชากรที่เพิ่มขึ้นในประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ปัญหาขาดแคลนอาหารในประเทศยากจนยังเกิดจากปัญหาในระบบต่างๆ เช่น ถนนในชนบทไม่ดีพอสำหรับการขนส่ง การขาดยุ้งฉางเก็บอาหารอย่างเหมาะสม และการขาดแคลนระบบชลประทานที่ทำให้เกษตรกรยังต้องพึ่งพาฝนในการเพาะปลูก

 นายดิอูฟและบรรดาผู้เชี่ยวชาญยังเรียกร้องให้ชาติร่ำรวยหวนกลับไปเพิ่มความช่วยเหลือด้านการพัฒนาให้ได้ร้อยละ 17 ตามเดิม จึงจะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารในอนาคตได้