
รัฐเปิดเกมรุกใช้สื่อบุกถึงบ้าน
ระยะหลัง "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานด้านสื่อสารมวลชนเปิดเกมรุกงานด้านสื่อสารเป็นพิเศษ
ตั้งแต่รายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งออกอากาศทุกเช้าวันอาทิตย์ เวลา 09.00-10.00 น.
ภายหลังการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่กรุงเทพฯ "รัฐบาล" ก็ประกาศผลิตซีดีจำนวน 1 ล้านแผ่น เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเว็บไซต์ "ช่วยชาติ" ชี้แจงเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของรัฐบาลตามมาอีกด้วย
ถือเป็นเกมรุกเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
เมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา "ฝ่ายค้าน" โดย "พรรคเพื่อไทย" ที่ผนึกกำลังกับ "คนเสื้อแดง" จัดเวที "ความจริงวันนี้สัญจร" ไปตามพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ
ถือว่า "รัฐบาล" เสียเปรียบเรื่องการเข้าถึงประชาชน เพราะส.ส.ส่วนใหญ่มักมี "รายการวิทยุชุมชน" เป็นของตนเองด้วย
ล่าสุดรัฐบาลในฐานะกำกับดูแล "กรมประชาสัมพันธ์" ได้มีการจัดระเบียบ "วิทยุชุมชน" หากเห็นว่าเป็นรายการยิ่งสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นก็จะมีการจัดระเบียบใหม่ ซึ่งมีกระแสต่อต้านจากบุคคลหลายกลุ่ม
ระหว่างการไปมอบนโยบายการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด "สาทิตย์" ได้กล่าวกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศ กว่า 1,000 คน โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศนำ "สยามเมืองยิ้ม" กลับคืนสังคมโดยใช้สื่อที่มีอยู่ในท้องถิ่นเข้ามาช่วย
เช่น เคเบิลทีวีที่ปัจจุบันมีมากกว่า 500 ราย นอกจากนี้ยังมีทีวีดาวเทียมที่ทำรายการให้เคเบิลทีวี ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์มีสถานีประจำภูมิภาคต่างๆ ประมาณ 10 แห่งทั่วประเทศ
"อีก 2-3 เดือนข้างหน้า แทนที่คนทั่วประเทศจะดูช่อง 11 จากกรุงเทพฯ อย่างเดียวนั้น จะเปลี่ยนเป็นให้มีทีวีจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทีวีของรัฐ 1 ช่อง และให้มีทีวีจากท้องถิ่นๆ นั้นอีก 1 ช่องโดยจะใส่ไว้ในเคเบิลทีวีท้องถิ่น โดยเนื้อหารายการแบ่งเป็นรายการของรัฐ 50% รายการของท้องถิ่น 50% เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามข่าวของทั้งพื้นที่ส่วนกลางและของท้องถิ่น" นายสาทิตย์ กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด
นอกจาก "เคเบิลทีวี" แล้ว "สาทิตย์" ก็ได้เสนอให้ "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ใช้ประโยชน์จาก "วิทยุชุมชน" ซึ่งขณะนี้มีอยู่กว่า 4 พันสถานี เพื่อสื่อสารถึงประชาชนในท้องถิ่น
ซึ่งเรื่องนี้ "ผศ.ดร.กิตติ กันภัย" อาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า เป็นแนวคิดที่ดี และเห็นว่ารัฐบาลดำเนินการในเรื่องนี้ช้าเกินไปด้วยซ้ำ ความร้าวฉานที่เกิดขึ้นในสังคมเกิดจากการขาดข้อมูล โดยเฉพาะความเป็นจริงทางการเมือง ประชาชนหลายคนยังไม่รู้ข้อเท็จจริง ดังนั้น รัฐบาลต้องทำเรื่องที่สังคมเห็นว่าบางเรื่องยังเป็นข้อมูล ลับ ลวง พราง จึงต้องให้เกิดความกระจ่างให้ได้
อย่างไรก็ตาม มีการมองกันว่าการใช้สื่อของรัฐเป็นการใช้การสื่อสารทางเดียว แต่ "กิตติ" มองว่า การใช้สื่อโดยเฉพาะสื่อชุมชนมักมีการเปิดสายรับฟังข้อมูลจากคนฟัง จะมีการแสดงความเห็นที่หลากหลาย และสื่อชุมชนจะมีกรรมการตัดสินใจนำเสนอข้อมูลสามารถคัดกรองข้อมูลได้ แม้ว่าข้อมูลบางส่วนจะมาจากหน่วยงานของรัฐก็ตาม
นี่ถือเป็น "เกมรุก" ที่รัฐบาลพยายามใช้สื่อของรัฐที่มีอยู่ในมือเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม แม้ว่าบางพื้นที่จะไม่สามารถไปชี้แจงด้วยตัวเองได้ แต่การใช้สื่อในมือเป็นเครื่องมือถือเป็นความชาญฉลาดอย่างหนึ่ง
สมถวิล เทพสวัสดิ์



