
มท.1ชี้ตั้งพลุเอียงเหตุบึ้มที่สุพรรณฯ
"ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" ระบุเหตุพลุระเบิดที่สุพรรณบุรีเกิดจากความประมาทตั้งกระบอกเอียง ให้ถือเป็นบทเรียนของบริษัทรับจัดงานกำชับให้มีความระมัดระวัง ขณะผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าพักวัดพระธาตุกว่า 500 คน
25ม.ค.2555 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุการณ์พลุระเบิดจนมีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บที่สุพรรณบุรีว่า หลังจากเกิดเหตุตนได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีในทันที เรื่องดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครต้องการให้เกิด เป็นเรื่องของความประมาทของระดับผู้ปฏิบัติงานและไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใหญ่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง จะไปติเตียนผู้ใหญ่ไม่ได้ เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญว่าการจัดงานจะต้องใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน โดยจะต้องมีการกำหนดมาตรการที่เข้มข้นในการดูแลการจัดงานในที่สาธารณเพิ่มมากขึ้น เหตุที่เกิดขึ้นได้รับรายงานว่าเกิดจากกระบอกพลุเอียง หากตั้งตรงก็คงไม่มีปัญหา ถือเป็นอุทาหรณ์ โดยเฉพาะบริษัทออกาไนส์ที่รับจัดงานต่าง ๆ
"ผมจะต้องมีการกำชับไปยังทุกจังหวัด ไม่เฉพาะกรณีพลุ แต่ทุกอย่างที่จะเกิดอันตรายในพื้นที่สาธารณะที่จะต้องระมัดระวังทุกขั้นตอนจะไม่มีการสั่งห้ามจุดพลุ เพราะพลุถือเป็นสีสันของงานที่จัดขึ้น" รมว.มหาดไทย กล่าว
ด้านนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า สาเหตุอย่างเป็นทางการของพลุระเบิดขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจุดพลุหรือขัดข้องจากวัสดุอุปกรณ์ ขณะนี้ยังมีพลุที่เตรียมไว้จุดในงานคืนต่อไปอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ได้อายัดห้ามเคลื่อนย้ายพลุออกจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด และได้ขอความร่วมมือไปยังคณะผู้จัดให้งดการจัดงานต่างๆ เอาไว้ก่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัย ขณะที่ตามกำหนดเดิมงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24- 29 ม.ค. นี้
ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ได้ลงทะเบียนเข้าพักอาศรัยที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดพระธาตุ) กว่า 500 ราย ขณะที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช นายแพทย์สุรินทร์ ประสิทธิ์หิรัญ สาธารณสุขจังหวัด นายแพทย์ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช ได้ระดมทีมแพทย์ พยาบาล ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและให้การรักษาอย่างเต็มที่ พร้อมกับคัดแยกผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหากรายใดบาดเจ็บไม่มากก็ให้กลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย ประกอบด้วยนายวินัย พันธ์แตง อายุ 30 ปี คนจุดพลุร่างถูกแรงระเบิดขาดสองท่อน นายสามารถ ศรีนิล อายุ 30 ปี นายวสันต์ ศรีสาธร อายุ 33 ปี ทีมงานถูกเปลวไฟเผาร่างไหม้เกรียม ส่วนรายที่ 4 คือ นางลำยอง พานสกุล อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 38/1 หมู่ 1 ต.รั่วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ด้านคนเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช ทั้งหมดรวม 60 คน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ขณะที่รายที่พักรักษาตัวมีเพียง 15 คน อาการสาหัส 1 คน คือนายธนิต กลิ่นเกตุ เป็นพนักงานดับเพลิงของเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ส่วนที่โรงพยาบาลศุภมิตร มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 14 คน ขณะนี้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 9 คนยังนอนพักรักษาตัว 5 ราย เป็นพระสงฆ์ 1 ราย
นางสมเจตน์ พรหมสุนทร หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ ผู้ประสบภัยจะได้รับความช่วยเหลือ กรณีเสียหายบางส่วนจะได้รับความช่วยเหลือรายละ 20,000 บาท ตามสภาพจริง ส่วนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง จะได้รับการช่วยเหลือหลังละ 30,000 บาท ส่วนผู้ที่เสียชีวิตจะได้รับค่าทำศพรายละ 25,000 บาท ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัว จะได้รับเพิ่มอีก 25,000 บาท ส่วนสาเหตุการระเบิดจากการสอบถามเกิดจากการวางท่อในแนวเอียง ทำให้พลุพุ่งเข้าไปในกองของพลุที่ยังไม่ได้ยิง ทำให้พลุเกิดการระเบิดขึ้น



