ข่าว

รวบแล้ว'นิพนธ์'เจ้าของยาบ้าพันล้าน

รวบแล้ว'นิพนธ์'เจ้าของยาบ้าพันล้าน

25 ม.ค. 2555

รวบแล้ว "นิพนธ์" เจ้าของยาบ้าพันล้าน สารภาพทำมาตั้งแต่ปี 49 ได้รับการว่าจ้างจากนายตี๋จากคุกบางขวาง จ้างวาน "พ.ต.ทัพภาค 3" ช่วยขนจากแม่สาย ด้านกองทัพบกไฟเขียวตำรวจล็อคตัว "พ.ต." ร่วมแก๊ง โฆษกทบ.ยัน "ประยุทธ์" สั่งทหารให้ความร่วมมือปราบ

            เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2555 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. พล.ต.ต.คำรงณ์วิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก พร้อมเจ้าหน้าที่ บช.ภ.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายนิพนธ์ หรือแดง กันชาติ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 714 ถนนไฮเวย์ลำปาง-งาว ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมของกลางเงินสด 303,500 บาท และแหวนเพชร 3 วง โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 55/496 หมู่บ้านพฤกษ์ลดา 1 หมู่ 6 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทมุธานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

              พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 20 ม.ค. พ.ต.ท.ประหยัด เฮ้าลัง พนักงานสอบสวน (สบ 2) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบยาไอซ์จำนวนหนึ่งอยู่ภายในรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌบ 7510 กทม.ที่เสียหลักพุ่งชนกำแพงปูนกั้นขอบทางถนนมอเตอร์เวย์ (วงแหวนรอบนอกตะวันออก) หมู่ 6 ต.คลองสี่ จ.ปทุมธานี ภายในรถยังพบกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก ยี่ห้อโซนี่ มีเอกสารและบัตรประจำตัวสมาชิกองค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ (สากล) ระบุชื่อนายนิพนธ์เป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ตำแหน่งปฏิบัติการปัญหาเส้นเขตแดน และการข่าวความมั่นคง(สากล) ออกโดย พล.ท.ปิติภาคย์ ป้อมนาค หัวหน้าคณะทำงานปัญหาเขตแดนสากล

              จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงขยายผลตรวจค้นห้องพักของ น.ส.จีรารัตน์ อินทรัตน์ อายุ 25 ปี แฟนสาวของนายนิพนธ์ ที่คอนโดมิเนียม ย่านรัชดาฯ ยังพบยาไอซ์อีกจำนวน 42 กรัม และพบเอกสารการเช่าบ้านเลขที่ 3 หมู่บ้านสัมมากร รังสิตคลอง 2 ถนนรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงได้ขอหมายศาลเข้าตรวจค้น กระทั่งพบยาบ้าและยาไอซ์จำนวนมาก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่บ้านเลขที่ 55/496 หมู่บ้านพฤกษ์ลดา 1 หมู่ 6 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทมุธานี จึงได้เข้าจับกุมตัวพร้อมของกลางดังกล่าว

              จากการสอบสวนนายนิพนธ์ ให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดที่พบในหมู่บ้านสัมมากร รังสิตคลอง 2 และเงินสดจำนวนดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยลักลอบขนยาบ้ามานานแล้วโดยทำมาตั้งแต่ปี 2549 และหยุดไปพักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาทำอีกครั้งเมื่อปลายปี 2553 โดยตนเข้ามาทำงานนี้ได้หลังรู้จักกับนายตี๋ ในเรือนจำบางขวาง และติดต่อให้ตนขนยาบ้าให้ โดยจะได้ค่าจ้างยาไอซ์กิโลละ 5 พันบาท ส่วนยาบ้าเม็ดละ 50 สตางค์ ตนจึงตกลงทำ โดยจะรับงานจากนายเฉินที่แม่สาย จากนั้นก็จะให้ พ.ต.ปิยะณัฐ เจตน์จำรัส นายทหารสังกัดหน่วยทหารช่าง กองทัพภาคที่ 3  ซึ่งรู้จักกันจากงานรับจ้างขนยาบ้านี้เอง ให้มาเอารถตู้ของตน 1 คัน ไปขนยาบ้าจากแม่สาย ส่วนตนจะขับรถตู้อีกคันหนึ่งมารอรับยาบ้าที่ย่านนวนคร เมื่อ พ.ท.ปิยะณัฐมาถึงก็จะย้ายยาบ้ามาใส่รถตู้ตนแล้วตนจะขับไปส่งให้ลูกน้องนายเฉินที่ย่านดอนเมืองก่อนที่จะกระจายยาเสพติดให้ลูกค้าต่อไป ซึ่งตนทำมาแล้ว 7-8 ครั้ง แต่สำหรับครั้งนี้เป็นการส่งครั้งใหญ่ที่สุดของตน โดยจะได้ค่าจ้าง 24 ล้านบาท

              "เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ที่อยู่ในขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งพลเรือนและทหารหรือตำรวจที่เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหาจะได้ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินตดีตามกฎหมายต่อไป" พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าว

              ด้านพ.อ.สรรเสริญ  แถลงข่าวภายหลังไปให้ข้อมูลกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับคดียาเสพติดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายไปให้ข้อมูลกรณีที่นายนิพนธ์ได้ให้การซักทอดว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ทบ. เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งนายทหารที่ถูกซักทอด คือ พ.ต.ปิยะณัฐ เบื้องต้นตำรวจได้มีการประสานงานขอควบคุมตัว พ.ต.ปิยะณัฐ ไว้แล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย

              "อย่างไรก็ตามปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ ทบ.ให้ความสำคัญ และ ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นของ ทบ. ตอบสนองงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งทหารจะต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน จะต้องไม่มาทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ส่วนกรณีที่มีทหารถูกซักทอด อยากให้สังคมสบายใจว่าเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล และทหารก็พร้อมให้การสนับสนุนกับตำรวจเกี่ยวกับคดี" พ.อ.สรรเสริญ กล่าวและว่า

              "ส่วนที่มีข่าวว่า พล.ท.ปิติภาคย์ ได้มีการออกบัตร กอ.รมน.ให้กับนายนิพันธ์ นั้น เบื้องต้นทราบเป็นการออกบัตรให้กับนายนิพันธ์ที่เข้ารับการฝึกเป็นมวลชนของ กอ.รมน. เป็นเครือข่ายในเรื่องของการชี้แจงปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง และงานด้านอื่นๆ แต่นายนิพันธ์ ไม่เคยเกี่ยวข้องกับ กอ.รมน. แต่หากผลการสืบสวนของตำรวจพบว่ามีการเกี่ยวข้องทาง กอ.รมน. ก็ยินดีที่จะให้ข้อมูล ส่วนเรื่องบัตรของ กอ.รมน. นั้น ไม่น่าจะมีผลอะไร เพราะนายนิพันธ์ไม่เคยหยิบบัตรของ กอ.รมน. มาใช้ประโยชน์แต่อย่างใด" โฆษกทบ. กล่าว

 

จับกุมยาบ้าเครือข่ายเรือนจำจังหวัดลำพูน


               พ.ต.ต.ณรงค์พร เร็วชัย สว.กก.สส.ภ.จว.ลำพูน ได้รับแจ้งจากสายลับว่าสามารถทำการล่อซื้อยาบ้า ซึ่งเป็นเครือข่ายของนายคำจันทร์ ดวงเทพ นักโทษที่ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดลำพูนได้ จึงได้ให้สายลับโทรศัพท์ ขอซื้อยาบ้าจากนายคำจันทร์  ต่อมาสายลับได้ติดต่อซื้อยาบ้าจากนายคำจันทร์ จำนวน 1 มัด ประมาณ 2,000 เม็ด ซึ่งนายคำจันทร์ ตอบตกลงที่จะขายยาบ้าให้สายลับในราคา 150,000 บาท โดยบอกว่าจะสั่งการให้นางใหม ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ภรรยาของนายคำจันทร์ และนายครรชิต หรือ แดง วันเวียง ซึ่งทั้งสองเป็นเครือข่ายของนายคำจันทร์ นำยาบ้าไปมอบให้สายลับ ซึ่งนายครรชิต นัดให้สายลับไปรับยาบ้าที่บริเวณหน้าหอพักวิทยา หมู่ที่ 18 ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน

              จากนั้นตำรวจจึงได้นำกำลังไปซุ่มดูจนนายครรชิตยื่นสิ่งของให้สายลับ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าทำการจับกุม และค้นพบยาบ้าในกระเป๋ากางเกงจำนวน 12 เม็ด ต่อมาตรวจนับดูพบว่ามียาบ้าที่ล่อซื้อได้จำนวน 1,940 เม็ด

              นายครรชิต รับสารภาพว่า เป็นเครือข่ายยาบ้าของนายคำจันทร์ โดยคอยทำตามคำสั่งของนายคำจันทร์ว่าจะให้นำยาบ้าไปมอบกับผู้ใด ได้ค่าจ้างเป็นยาบ้า 1 ถุง (200 เม็ด) ต่อการนำยาบ้า 1 มัด (2,000 เม็ด) ไปส่งให้ลูกค้า และเป็นเครือข่ายยาบ้าของนายคำจันทร์มานานแล้ว ตำรวจจึงนำตัวผู้หามาตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พร้อมยึดของกลาง เป็น ยาบ้าจำนวน 1,952 เม็ด เงินสดจำนวน 30,900 บาท และรถจักรยานยนต์ 1 คัน และดำเนินคดีต่อไป