
พลุบึ้ม!ตรุษจีนสุพรรณฯเจ็บ-ตายอื้อ
พลุระเบิดงานตรุษจีนที่อุทยานมังกรสวรรค์เมืองสุพรรณบุรี บาดเจ็บครึ่งร้อย มีผู้เสียชีวิตด้วย ขณะที่ "บรรหาร-ชุมพล" อยู่ในงานปลอดภัย ไฟไหม้ชุมชน 50 หลังและลามไหม้วัดพระธาตุด้วย
เหตุการณ์ระทึกขวัญ พลุในงานฉลองตรุษจีนเมืองสุพรรณระเบิด มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 24 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมเป็นประธานจัดงานฉลองเทศกาลตรุษจีน ที่พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์) ที่ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 24-29 มกราคม เพื่อเฉลิมฉลองปีมังกรทอง
บรรยากาศภายในงานมีบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและดารานักแสดงจำนวนมาก ในงานมีการจัดพลุแสดงแสงสีเสียงตระการตา แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อสะเก็ดไฟจากพลุระเบิดกระเด็นใส่บ้านเรือนประชาชนในชุมชนข้างวัดพระศรีมหาธาตุ (วัดพระธาตุ) ส่งผลให้ไฟไหม้บ้านเรือนกว่า 50 หลังคาเรือน นอกจากนี้ไฟยังไหม้ลามไปยังกุฏิวัดพระธาตุส่งผลให้พระบาดเจ็บกว่า 10 รูป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ระดมรถระดับเพลิงเข้าระงับเหตุ แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากลมแรงทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงร้องตื่นตระหนก เบื้องต้นมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 คน ถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตกระแสข่าวยังสับสน เนื่องจากบางหน่วยรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 4 คน บางหน่วยรายงาน 3 คน ขณะที่บางหน่วยยังไม่ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตหรือไม่
นายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตรองเลขาธิการพรรคชาติไทย เล่าเหตุการณ์ว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุนั่งอยู่ด้านหน้าเวทีที่มีการแสดงมังกร ช่วงนั้นเป็นการจุดพลุชุดสุดท้าย ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงาน เมื่อทีมงานจุดพลุเสร็จลอยอยู่บนฟ้า แต่พลุเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ประชาชนที่เดินเที่ยวงานแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
"ผมนั่งอยู่ด้านหน้าเวที มีท่านบรรหารและท่านชุมพลนั่งด้วย ก็เกิดอาการหูดับไปชั่วขณะ แม้จะนั่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตรก็ตาม หลังจากเสียงระเบิดดังขึ้น ผมรีบเดินออกให้ห่างจากจุดเกิดเหตุ ทราบภายหลังว่ามีประชาชนหลายคนได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นทีมงานที่จุดพลุ ไม่ใช่ประชาชนที่เดินชมงาน ส่วนชุมชนที่เกิดเพลิงลุกไหม้เป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังที่จุดพลุ รวมถึงชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ เป็นบ้านไม้ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว" นายจองชัยกล่าว
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่าผู้ใหญ่ของพรรคที่ไปร่วมงาน ทั้งนายบรรหาร นายชุมพล นายธีระ รวมทั้ง ส.ส.สุพรรณบุรีที่ไปร่วมงาน ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ค่อนข้างไกลจากด้านหน้าเวที เพียงแต่อาจตกใจเสียงระเบิดที่ดังมาก อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุนายบรรหารได้ไปบัญชาการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่
นายวิศรุต อินแหยม ผอ.ททท.สุพรรณบุรี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองปีทองมังกรสวรรค์ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมงานสามารถสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยจะจัดแสดงชุดเจ้าแม่กวนอิมพันมือจากนครปักกิ่ง จักรยานยนต์ไต่ลูกโลกจากนครเซี่ยงไฮ้ การแสดงอังกอบู๊ มังกรเก้าเซียน กังฟู
ต่อมาเวลา 20.30 น. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์พลุระเบิดในงานฉลองตรุษจีนที่ถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาล 29 คน ส่วนเหตุเพลิงไหม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าไปเคลียร์พื้นที่ได้ เพราะยังมีพลุอีกจำนวนมากบริเวณจุดเกิดเหตุ
นางอุไร เสปอร์บันด์ มารดาของ น.ส.อุรัสยา สเปอร์บันด์ หรือ "ญาญ่า" นางเอกชื่อดัง ซึ่งเดินทางไปร่วมงานให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ว่า นางเอกสาวไม่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่ได้อยู่เขตพื้นที่เกิดเหตุ
"น้องญาญ่ายืนอยู่ข้างๆ ท่านบรรหาร บริเวณหน้าเวที แล้วได้ยินเสียงดังขึ้นมา ดังมาก เราก็ตกใจ แต่ทั้งแม่และน้องญาญ่าไม่ได้รับอันตรายใดๆ น้องเองโอเคไม่ได้บาดเจ็บ เราไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร ได้ยินแค่เสียงที่ดังขึ้น หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแม่กับน้องญาญ่าก็เดินทางกลับเลย เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นเป็นอย่างไร แต่ต้องขอบคุณที่หลายคนเป็นห่วง เพราะมีคนโทรมาหาเยอะมาก" นางอุไรกล่าว
ขณะที่ น.ส.รินลณี ศรีเพ็ญ หรือ จอย พิธีกรในงาน บอกว่า ไม่สามารถให้ข้อมูอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เพราะทำงานพิธีกรอยู่ข้างหน้าเวที จึงไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางด้านหลัง
"ตอนที่พลุดังเสียงมันดังมากจริงๆ เราพอจะทราบว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น เนื่องจากว่าบริเวณที่เสียงดังเกิดจากทางด้านหลังของเวที ส่วนด้านหน้าเวทีที่จอยอยู่ ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ จอยเองก็ปลอดภัยดี พอจะเดินทางกลับก็ทราบว่ามีเหตุการณ์โกลาหลเกิดขึ้น มีเสียงรถหวอเข้ามา แต่เรื่องที่มีคนเสียชีวิตตรงนี้จอยไม่ทราบเลย ทราบจากคนขับรถว่ามีคนบาดเจ็บ" น.ส.รินลณีกล่าว
นายถาวร จำปาเงิน ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ (นายธีระ วงศ์สมุทร) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าถึงเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุอยู่หน้าเวที ไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเหตุการณ์เกิดด้านหลังเวที ระหว่างที่ทีมงานศุภักษร ซึ่งรับหน้าที่จัดงานด้านแสงเสียงกำลังจุดพลุ แรงสะเทือนจากการจุดทำให้แถวพลุล้มลง ทิศทางของพลุเกิดพลาดเป้า แทนที่จะพุ่งขึ้นฟ้ากลับพุ่งไปที่ตัวมังกร ทำให้เกิดเปลวไฟ ลอยกระจายไปตามบ้านเรือน และวัด ทำให้มีประชาชนที่อาศัยอยู่ตามบ้านบาดเจ็บ ส่วนประชาชนที่อยู่ในงานไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เสียงของพลุที่ดังขึ้นต่อเนื่องประมาณ 30-50 ชุด ทำให้ประชาชนและผู้ชมหน้าเวทีไม่มีใครทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นที่ด้านหลังของเวที
"ระหว่างกำลังเกิดเหตุไม่มีใคร จนกระทั่งใกล้จบการแสดงมีคนมาบอกคุณบรรหาร จึงสั่งการให้ตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมสั่งระดมส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น และคณะผู้จัดงาน ช่วยกันระดมความช่วย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และได้รับผลกระทบในครั้งนี้ เรื่องของเสียหายไม่มีปัญหา เบื้องต้นต้องระดมหมอมาดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก่อน แต่การจัดงานก็ยังคงดำเนินต่อไปไม่มีปัญหา" ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ กล่าว
นายถาวร บอกว่า หลังนายบรรหารทราบข่าวก็รู้สึกตกใจและเร่งสั่งการให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือเต็มที่ ขณะนี้กำลังเดินทางไปโรงพยาบาลที่ส่งผู้บาดเจ็บไปรักษา เชื่อว่าไม่น่ามีใครเป็นไรมาก การจัดการครั้งนี้ก็ด้วยความปรารถนาดี ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
นายเชิด หอมเย็นใจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกัน เล่านาทีระทึกว่า บ้านเรือนในชุมชนวัดพระธาตุในพื้นที่ 5 ไร่กลายเป็นทะเลเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจอพยพประชาชนในชุมชนออกมาทั้งหมด โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไว้ โดยภายในงานยังมีพลุเหลืออยู่อีกประมาณ 500 ลูก จากทั้งหมด 1 หมื่นลูก ทั้งนี้ต้องรอให้เพลิงสงบก่อน จากนั้นจะออกค้นหาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
นายพิษณุ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตอนแรกเป็นการจุดพลุช่วงที่นายบรรหารขึ้นเวทีประมาณ 2-3 ชุดแรก ต่อมาได้ยินเสียงพลุดังมาก สังเกตว่าทำไมพลุไม่ขึ้นฟ้า แต่ดังข้างล่าง มาเห็นว่าเป็นเพลิงไหม้และเสียงดังมาก กระจกบ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างของวัดแตกพังลงมา
"เหตุการณ์เหมือนจุดไฟเผากองฟาง พรึ่บขึ้นเร็วมาก ชาวบ้านแตกตื่นวิ่งกันจ้าละหวั่น มีเสียงพลุแตกระเบิดเป็นระยะ หลังจากเกิดเหตุทางหน่วยงานต่างๆ ใช้ศาลาวัดมหาธาตุเป็นศูนย์ความช่วยเหลือ ปีนี้มีคนมาร่วมงานมาก เคราะห์ดีที่ชาวบ้านในชุมชนที่เกิดเพลิงไหม้มาร่วมงานเกือบหมด ไม่งั้นคงมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่านี้" นายพิษณุกล่าว
กระทั่งเวลา 21.50 น. นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าฯสุพรรณบุรี กล่าวว่า เบื้องมีผู้เสียชีวิตจากเหตุพลุระเบิดและไฟไหม้ 3 คน อาการสาหัสรุนแรง 3 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ก่อนเรียกผู้รับเหมาจัดงาน ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนมาสอบสวนข้อเท็จจริงว่าดำเนินการโดยประมาทหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นชาย 2 คน และอีกศพยังไม่สามารถระบุเพศได้ เนื่องจากถูกไฟคลอกจนไหม้เกรียม ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช 47 คน บาดเจ็บสาหัส 10 คน และโรงพยาบาลศุภมิตร 12 คน
นายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายบรรหาร กล่าวว่า โทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครคาดคิดและไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นนี้ ขอเวลาประเมินสถานการณ์ก่อน ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้รับการเยียวยาแน่นอน เช่นเดียวกับ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา บุตรสาวบรรหาร กล่าวว่า ครอบครัวศิลปอาชา โดยเฉพาะนายบรรหารรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายชำนาญ หวานชะเอม เจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือสุพรรณโฟนช๊อฟ ถนนประชาธิปไตย ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า หลังจากเปิดงานช่วงมีการถ่ายทอดสด ระหว่างการแสดงจักรยานยนต์ไต่ลูกโลก กำลังดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่ร้าน ซึ่งห่างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้สั่นสะเทือนทั้งร้าน จนตนและลูกน้อง รวมทั้งร้านค้าที่อยู่ติดกัน มีร้านถ่ายรูป และร้านขายยา ต่างวิ่งออกมาพร้อมกัน เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อตรวจสอบภายหลังพบว่าฝ้าหลังคาหล่นลงมาหลายแผ่น ร้านข้างเคียงกระจกร้าว ตู้ปลาแตก เป็นที่ตกอกตกใจอย่างมาก
นายพิเชษฐ์ คิดรอบนอก ผู้ผลิตพลุรายหนึ่ง กล่าวว่า สาเหตุการระเบิดยังไม่ทราบ แต่เกิดได้หลายปัจจัย ต้องดูว่าสภาพอากาศเป็นอย่างไร ถ้ามีความชื้นดินขับจะด้อยประสิทธิภาพ ปกติดินขับจะส่งพลุให้ขึ้นไปสูงประมาณ 200 เมตร ก่อนลูกพลุจะระเบิด แต่ครั้งนี้พลุขึ้นก็ระเบิดทันที
นพ.ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช กล่าวผ่านสปริงนิวส์ ระบุว่า ข้อมูลล่าสุด มีผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลรวม 57 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บทยอยมารักษาตัวเพิ่มเติม ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อย เช่น หูดับ มีแผลจากเศษกระจก ไม่มีอาการหนัก ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสที่มาก่อนนี้ รายหนึ่งถูกเหล็กทิ่มที่หลัง ได้ผ่าตัดเสร็จแล้ว อีกคนบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า ก็ได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกรายเป็นเด็กได้รับบาดเจ็บที่ท้อง จากการถูกแรงกระแทก คงต้องรอดูอาการ ถ้าไม่ดีขึ้นก็อาจต้องผ่าตัด สรุปจำนวนผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย มีผู้บาดเจ็บต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 15 ราย
น.ส.สมเจตน์ พรหมสุนทร หัวหน้า ปภ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. สถานการณ์สงบลงแล้ว มีการเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว และมีชาวบ้านมาลงทะเบียนแล้วกว่า 200 ราย ส่วนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ราว 20 หลังคาเรือน นอกจากนี้มีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากแรงอัด เช่น กระจกแตก หลังคาแตกกว่า 100 หลังคาเรือน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 75 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย
พ.ต.ทรงพล เอี่ยมบุญฤทธิ์ อดีตนายทหารสรรพาวุธ ชี้ว่า พลุเป็นวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ สามารถระเบิดได้ง่าย ลักษณะของพลุเป็นกระบอก มีดินระเบิดที่ต้องจุดเพื่อให้ดันลูกพลุพุ่งขึ้นไปในอากาศโดยมีชนวนถูกจุดติดและขึ้นไประเบิดในอากาศ ส่วนอันตรายจากการระเบิดในที่จุด ถ้ากระบอกเป็นเหล็กก็จะป้องกันแรงได้ระดับหนึ่ง แต่หากกระบอกเป็นไฟเบอร์กลาสอาจจะแตกได้ ส่วนมุมที่ตั้งกระบอกแม้ตั้งเอียงแต่ลูกพลุพุ่งขึ้นไปได้ก็ไม่มีปัญหา เปรียบเหมือนลังใส่ขวดน้ำอัดลม โดยกระบอกพลุเปรียบเหมือนขวดน้ำอัดลม แต่หากกระบอกพลุล้มลงก็จะเหมือนกับกระบอกปืนใหญ่ และจะระเบิดลุกลามกันไป ยิงออกไปในทุกทิศทาง ก็จะเป็นอันตรายกรณีที่กระบอกพลุล้มลง ส่วนการแก้ปัญหาใช้น้ำฉีดเข้าไปก็แก้ไขปัญหาได้ ทำให้พลุจุดไม่ติด
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พบว่ายังมีพลุเหลือยังไม่ได้จุดอีกหลายร้อยชุด ทางจังหวัดได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารให้มาเก็บกู้ไปไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนสาเหตุที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายมาก เนื่องจากเป็นชุมชนแออัดบนพื้นที่ 35 ไร่ อยู่ด้านหลังบริเวณที่จัดงาน ซึ่งในปีก่อนหน้านี้ก็เคยได้รับความเสียหายจากแรงอัด จากการจุดพลุบ้าง แต่ไม่มีเหตุการณ์ระเบิดหรือไฟไหม้ ส่วนในปีนี้แม้มีการเตรียมรถดับเพลิงมา แต่รถดับเพลิงก็ถูกพลุพุ่งใส่จนไฟไหม้ไปหนึ่งคัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงระเบิดส่งผลให้กระจกสถานที่ราชการ บ้านเรือนประชาชน แตกเสียหายกระจายเป็นวงกว้างระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า พลุที่ระเบิดนั้นมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ซึ่งมีขนาดกว้างประมาณ 1 ฟุต



