
'เฉลิม'เล็งไปจีนวอนช่วยปราบยาบ้า
"เฉลิม" เตรียมบินไปจีนขอความร่วมมือปราบยาบ้า ลั่นยกเครื่องคุกใหม่ ตำรวจภาค 5 เข้าพม่าบุกท่าขี้เหล็ก ประชุมร่วมคณะกรรมการชายแดนล่าแก๊งยาบ้ายิงถล่มตำรวจแม่จัน ผบช.ภาค 5 คาดมีการลำเลียงยาในพื้นที่แต่พบชุดตำรวจโดยบังเอิญเลยเปิดฉากยิงถล่ม
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 24 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายนิพนธ์ กันชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับยาเสพติดที่เกี่ยวข้องเครือข่ายค้ายาเสพติดที่อาจมีการเกี่ยวข้องกับขุนส่าราชาพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ว่า แหล่งข่าวบอกอย่างนั้น เรื่องนี้ตำรวจได้ติดตามมาสักพักแล้ว ก่อนติดตามผลการจับกุมมาพบของกลางรายใหญ่ ภายหลังได้รวบรวมพยานแวดล้อมในจุดที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ซึ่งพบว่าเป็นเครือข่ายของขุนส่า ผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีสมุน 1 คน เป็นคนจีน และกลับมาเปลี่ยนชื่อเป็นคนไทย ดังนั้นต้องแสดงให้ต่างชาติเห็นว่าเรื่องยาเสพติดไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เกิดนอกประเทศ
"ผมจะเดินทางไปประเทศจีนอีกครั้ง เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เนื่องจากเส้นทางหลายเส้นทางจากท่าเรือกวนเหว่ย มาตามลำน้ำโขง ผ่านเมืองคง เข้าสามเหลี่ยมทองคำ ประเทศจีนมีอิทธิพลต่อพม่า หากจีนให้การช่วยเหลือการแก้ไขปัญหาก็จะง่ายขึ้น ถ้ามาแก้บ้านเราไม่จบ บางคนถามว่า เมื่อไหร่จะลงไปแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ภาคใต้ แต่ภาคใต้ไม่มียาเสพติด ยาเสพติดมาจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ผ่านกรุงเทพฯ ผ่านภาคกลางแล้วไปภาคใต้ ยาไอซ์ ที่มาจากเมืองนอกจับได้ตามสนามบินก็เป็นเพียงเล็กๆ น้อยๆ คนร้ายได้เปลี่ยนวิธีการลำเลียงด้วยรถไฟ ขึ้นเครื่องบินมากรุงเทพฯ มารถทัวร์ จากการขนรถบรรทุกหรือรถเก่ง อย่างไรก็ตามจะต้องยึดทรัพย์ให้หมด" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ตนและสำนักงานคณะการกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เตรียมเชิญผู้ประกอบการสถานบริการมาพูดคุยเร็วๆ นี้ ปิดดึกก็ยังไม่เท่าไร่ แต่ถ้ามีการตั้งโต๊ะขายยาไอซ์ ยาบ้าไม่ได้ ทั้งในพื้นที่รัชดาฯ และสุขุมวิท อย่างไรก็ตาม ได้คิดไว้ 2 มุม คือเรื่องนี้ทางผู้ประกอบการอาจจะไม่ทราบว่ามีการตั้งโต๊ะขายยาเสพติดตามสถานบริการ ส่วนอีกมุมหนึ่งทราบแต่ปล่อยปละละเลย และ สน.ในพื้นที่ไม่ทราบ เพราะกลุ่มพวกนี้ไม่ได้ทำกันประจำ
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาบ้าลอตใหญ่ที่จับได้ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่ชัด บางครั้งเรื่องการสืบสวนก็คือส่วนหนึ่ง มีหลักฐานจะสอบสวนอีกส่วนหนึ่ง ถ้าไปกล่าวอ้างว่าเป็นคนนั้นคนนี้ก็จะเสียหาย
ส่วนแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติดระดับนโยบายนั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ปัญหาที่แก้ไม่ได้ เพราะสั่งได้จากเรือนจำ ปัญหาคือผู้คุมมันหลากหลาย ถ้าจะแก้ไขจะต้องทำทั้งระบบ ต้องแสดงความวิตกกังวลให้ทั่วโลกรู้ว่าเมืองไทยไม่ใช่แหล่งผลิตยาเสพติด เเต่มาจากที่อื่น หลังจากนี้จะเดินทางไปประเทศลาว กัมพูชา และพม่า
"เสร็จจากการเดินทาง แล้วจะมาดูในประเทศว่าในเรือนจำทำไมค้นเมื่อไหร่เจอโทรศัพท์ทุกที เเละแก้ไม่ได้ เพราะผู้ค้ายาเสพติดมันรวย เราต้องสร้างเรือนจำพิเศษขังเฉพาะคนติดยาเสพติด แล้วผู้คุมเราพัฒนาเอาคนมีความรู้สูง จ้างแพงขึ้น เอาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ให้มาดูเฉพาะตรงนี้แล้วเงินเดือนถึง ซึ่งผมเขียนแบบไว้แล้ว" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ตำรวจภาค5เข้าพม่าล่าแก๊งยิงถล่มตำรวจแม่จัน
ขณะที่ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 กล่าวถึงคดีกลุ่มชายฉกรรจ์ยิงถล่มตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ทำให้ ร.ต.ต.ศิราวุฒิ ทูลกำลัง เสียชีวิต และ ด.ต.โยธิน แก้วคำอ้าย ว่า จากการตรวจจุดเกิดเหตุล่าสุดยืนยันได้ว่ากลุ่มคนร้ายมาจากบ้านผ้าขาวฝั่งพม่า ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุแค่ข้ามถนน ส่วนจะเป็นกลุ่มใดกำลังตรวจสอบ หากได้หลักฐานเพียงพอจะขออนุมัติออกหมายจับทันที
"รถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุพบว่าเป็นรถที่จดทะเบียนครั้งแรกในประเทศไทย ก่อนจะถูกไปขายในฝั่งพม่า และสวมทะเบียนของพม่าเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งวันที่24 ม.ค. ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ประสานงานชายแดนไทย-พม่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย จะร่วมกับฝ่ายทหารไปประสานข้อมูลว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใครเพื่อติดตามจับกุม มั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือจากทางการพม่าเป็นอย่างดี" พล.ต.ท.สุเทพกล่าว
เร่งวางแนวลวดหนามปิดชายแดนเหนือตอนบน
พล.ต.ท.สุเทพ กล่าวด้วยว่ารัฐบาลมีนดยบายปราบปรามยาเสพติดให้หมดจากประเทศไทยในปีนี้ แต่ปัญหาคือโรงงานผลิตที่อยู่ในเขตของประเทศเพื่อนบ้านทำให้เราไม่สามารถควบคุมได้ ที่ทำได้ก็คือการสกัดกั้นไม่ให้ยาสเพติดหลุดจากชายแดนเข้าพื้นที่ชั้นใน และเพื่อให้การสกัดกั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ล่าสุดกองทัพภาคที่ 3 ได้เดินหน้าวางแนวลวดหนาวในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่เพื่อปิดช่องทางการลักลอบนำเข้ายาเสพติด
สำหรับกำแพงลวดหนามเน้นปิดช่องทางธรรมชาติที่เสี่ยงต่อการขนลำเลียงยาเสพติด โดยขณะที่ได้วางแนวลวดหนาวไปแล้ว 23 จุด ใน อ.แม่ฟ้าหลวง และอีก 13 จุด ใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งแนวลวดหนาวจะถูกปิดกั้นช่องทางตามแนวชายแดนไปจนถึง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ รวมถึงอีกหลายจุดใน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งแนวลวดหนาวจะทำให้ช่องทางขนยาเสพติดน้อยลงและทำให้เจ้าหน้าที่ทำการควบคุมได้ดีขึ้น
จับแก๊งปวส.รับงานจากเรือนจำแม่สายส่งกรุง
เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ท.สุเทพ แถลงผลการจับกุมแก๊งนักศึกษาขนยาบ้าประกอบด้วยนายพัฒน์พล วงษ์อุ่น อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/178 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร , นายชยทัต สุดมี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 622/283 หมู่ 5 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร , นายพงษ์ศักดิ์ พจน์ไพโรจน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 510/4 หมู่ 5 ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา และ นางสาวมาลีรัตน์ เทพสมุทร อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 10 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมของกลางยาบ้า 100,000 เม็ด รถยนต์เก๋งยี่ห้อวอลโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน ญณ 1104 กรุงเทพมหานคร พร้อมโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง
การจับกุมครั้งนี้ พล.ต.ท.สุเทพ เปิดเผยว่า ตำรวจได้รับรายงานว่าจะมีการขนลำเลียงยาบ้าล็อตใหญ่จากชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อส่งให้กับลกค้าในภาคกลาง จึงออกติดตามหาข่าว กระทั่งเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. พบรถยนต์เก๋งวอลโว่ต้องสงสัยใน อ.แม่สาย จึงขับรถติดตามไปจนถึง อ.เชียงแสน ก่อนอาศัยจังหวัดเข้าขอตรวจค้นทำให้พบของกลางยาบ้ารวมกว่า 100,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในลำโพงด้านหลังเบาะหลังจึงทำการจับกุมนายพงษ์ศักดิ์และนายมาลีรัตน์ที่อยู่ในรถคันดังกล่าว
ต่อมาทั้งสองรับว่าได้รับจ้างนำยาบ้าไปส่งให้กับนายชยทัตและนายพัฒน์พลในกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงขายาผลติกตามจับกุมนายชยทัตและนายพัฒน์พลได้บริเวณข้างห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต จ.ปทุมธานี
จากการสอบสวนนายพัฒน์พลรับว่าเป็นนักศึกษาภาพระดับ ปวส. ในสถานศึกษาแห่งหนึ่ง โดยได้รับการติดต่อจากคนรู้จักในเรือนจำแห่งหนึ่งให้เป็นผู้ประสานงานรับยาบ้าจากชายแดน อ.แม่สาย เพื่อนำส่งให้กับลูกค้าในกรุงเทพมหานคร จึงได้ว่าจ้างให้นายพงษ์ศักดิ์และนางสาวมาลีรัตน์เป็นคนไปรับยาบ้าแต่ก็ถูกจับกุมเสียก่อน
เชียงใหม่จับโชเฟอร์ฉกทรัพย์หาเงินเสพยาบ้า
เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ดุลเดชา อาชวะสมิตตระกูล ผกก.สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ แถลงผลการจับกุมนายบุญเริ่ม วงค์ชัย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/108 หมู่ที่ 3 ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โชเฟอร์รถบรรทุกหกล้อ ผู้ต้องหาที่ตระเวนก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ขโมยทรัพย์สินหลายคดี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ตคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คพร้อมกระเป๋าและอุปกรณ์จำนวน 1 เครื่อง กล้องถ่ายรูปยี่ห้อแคนนอน 1 เครื่อง พร้อมไขควงและไฟฉายที่ใช้ในการก่อเหตุอีก 1 ชุด
การจับกุมครั้งนี้ พ.ต.อ.ดุลเดชา เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายว่าถูกคนร้ายงัดและทุบกระจกรถยนต์ขโทยทรัพย์สินไปหลายรายจึงส่งชุดสืบสวนออกติดตามจับกุม กระทั่งพบตัวนายบุญเริ่ม กำลังงัดแงะรถยนต์เก๋งคันหนึ่งบริเวณถนนบำรุงราษฏร์ ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงเข้าจับกุม จากนั้นได้จึงเข้าตรวจบ้านพักของนายบุญเริ่มทำให้พบของกลางจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและกล่องถ่ายรูป
จากการสอบสวนนายบุญเริ่ม รับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุตระเวนทุบกระจกรถยนต์ของผู้เสียหายตามที่ต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่มานานกว่า 1 เดือน โดยเลือกรถที่จอดไว้ในซอยเปลี่ยวซึ่งในเขต สภ.แม่ปิง ได้ก่อเหตุมาแล้วถึง 8 ครั้ง เมื่อได้ทรัพย์สินมาจะนำไปขายหาเงินเที่ยวและเสพยาบ้า กระทั่งมาถูกจับกุมได้ในที่สุด ทั้งนี้ตำรวจจะมีการประสานงานไปยังท้องที่ต่าง ๆ ที่มีการแจ้งความไว้เพื่ออายัพตัวดำเนินคดีต่อไป
สั่งตรวจหาสารเสพติดตร.แพร่กว่า300นาย
พ.ต.อ.วันชัย เจริญผล ผกก.สภ.เมืองแพร่ ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด จำนวน 300 นาย เข้าตรวจสารเสพติด ที่สภ.เมืองแพร่ ตามคำสั่งของ บก.ปส. โดยการตรวจปัสสาวะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้กล่าวว่า การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดถือเป็นเป็นวาระแห่งชาติซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดป้องกันปราบปรามผู้จำหน่ายและผู้เสพเสพติดในพื้นที่ ตามแนวพระราชดำริแก้ไขปัญหายาเสพติด และได้ดำเนินการ โครงการตำรวจสีขาวเทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษา เพื่อตรวจสารเสพติดใน ข้าราชการตำรวจระดับ บก.ภจว. สภ. และ สน.
ทาง สภ.เมืองแพร่ จึงได้ดำเนินการตรวจหาสารเสพติดใน ปัสสาวะของเจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.เมืองแพร่ ทั้งหมด หลังจากที่ได้รับคำสั่งเมื่อวันที่ 23 ม.ค.54 และในวันที่ 25 ม.ค.54 ก็จะสรุปผลการตรวจสารเสพติดว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแพร่ รายใดมีสารเสพติดอยู่ในปัสสาวะ หากพบก็จะถูกนำตัวส่งดำเนินคดีและเข้าฟื้นฟูบำบัดรักษาเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป
สงขลารวบ2ผู้ต้องหาพบยาเสพติดเพียบ
เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.ต.ธวัชชัย ซุ้มเจริญ หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด นำกำลังตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 497/1 บ้านบางแฟบ หมู่ 2 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบนายจีระ ปราบร้าย หรือ แดน อายุ 33 ปี และนายนิกร ไชยวงศ์ หรือกร อายุ 34 ปี จากการตรวจค้นภายในบ้านพบยาไอซ์บรรจุถุงพลาสติกใสน้ำหนัก 0.46 กรัม กัญชาแห้ง 2.4 กรัม อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด พร้อมซองปืนพกสั้นสีดำ 1 ซอง อาวุธปืนกลมือเอ็ม 3 เอ (อูซี่) สีดำ หมายเลขประจำปืน us.no 966717483 ไม่มีหมายเลขทะเบียนปืน 1 กระบอก ซองบรรจุเครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม. 1 ซอง ลูกระเบิดขว้างแบบสังหาร 1 ลูก อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ 1 ชุด บ้องกัญชาทำด้วยไม้ไผ่ 1 อัน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อเวลคัม สีดำ 1 เครื่อง เครื่องชั่งดิจิทัลยี่ห้อแคมรี 1 เครื่อง ถุงพลาสติกใส 1 ห่อใหญ่
จากการสอบสวนทั้งสองให้การปฏิเสธ ข้อหาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน รวมทั้งข้อหาระเบิด แต่รับว่าเสพยาเสพติดและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง
กาฬสินธุ์บุกรวบ “น.ศ.หนุ่ม” ค้ายาคาห้องพัก
เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.รณภพ หริ่มสืบ ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ต.ภูมิรินทร์ ขามชู สว.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ นำกำลังบุกเข้าจับกุมตรวจค้นหอพักนักศึกษาไม่มีชื่อ เลขที่ 360 ม.5 บ้านหนองบัวน้อย ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หลังจากขยายผลและสืบทราบว่า มีเครือข่ายค้ายาเสพติดพักอาศัยอยู่ และมีกลุ่มวัยรุ่นกำลังมั่วสุมเสพยาติดกันอยู่ภายในหอพักดังกล่าว
ที่เกิดเหตุเป็นหอพักชั้นเดียว ภายในห้องเบอร์ 5 พบกลุ่มวัยรุ่นแต่งตัวชุดนักศึกษาหญิง 2 คน และชายอีก 4 คน กำลังล้อมวงนั่งดื่มสุราและเสพยาเสพติดกันอยู่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที
จากการตรวจค้นกระเป๋าสะพายข้างของ นายอ้วน (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ชาว ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งมั่วสุม พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 105 เม็ด กัญชาอัดแท่ง 1 ห่อเล็ก อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 12 นัด และพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดจำนวนมาก กระจัดกระจายอยู่กับพื้น โดยนายอ้วนยอมรับเป็นเจ้าของยาบ้า กัญชา และปืนคนเดียว
ทั้งนี้ผู้ต้องหาสารภาพว่า นำยาบ้าทั้งหมดมาจากเอเย่นต์คนหนึ่งใน อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับวัยรุ่น และกลุ่มนักศึกษาด้วยกันทั้งใน จ.มหาสารคาม และ จ.กาฬสินธุ์ โดยก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ได้กลับมาจากเรียนหนังสือที่ จ.มหาสารคาม และเข้ามาพักนั่งดื่มสุรากับเพื่อนๆภายในห้องพักดังกล่าว เพื่อรอจำหน่ายยาบ้าให้กับลูกค้าในช่วงเย็น กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมได้เสียก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัว นายอ้วน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มนักศึกษาที่เหลืออีก 5 คน จะทำการตรวจปัสวะเพื่อหาสิ่งเสพติด ซึ่งหากพบจะถูกดำเนินคดีและแจ้งผู้ปกครองให้ทราบต่อไป
น่านจับ ส.อบต.สะเนียนเสพยาบ้า
เมื่อเวลา 10.00 น.พ.ต.อ.วีระชัย บั้งเงิน รอง.ผบก.ภ.จ.น่าน พ.ต.อ.สิทธิชัย ทนันไชย ผกก.สภ.เมืองน่าน ,พ.ต.ท.สมศักดิ์ ธิคำ สว.สส.ฯ,ร.ต.อ.พิชัย บังเมฆ รอง.สว.สส.ฯพร้อมด้วย ด.ต.มนัด หมั้นขันธ์ ส.ต.อ.สง่า หายทุกข์ ส.ต.อ.ศราวุธ ใจทา จนท.ตร.ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ร่วมกันออกตรวจและ ติดตามกลุ่มผู้ที่ยังลักลอบเสพยาเสพติดในเขตรับผิดชอบ ตามนโยบายของ ผบช.ภ.5 และของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นกลุ่มบุคคล ต้องสงสัย หรือมีพิรุธ
ขณะที่จนท.ตร.ชุดจับกุม ออกตรวจบนถนนสาย น่าน - ทุ่งช้าง ระหว่าง กม.ที่ 1 - กม.ที่ 2 บริเวณศาลาที่พักผู้โดยสาร ในเขตบ้านทุ่งเศรษฐี หมู่ 5 ต.ผาสิงห์ องเมือง จ.น่าน พบชายผู้หนึ่งมีอาการกระสับกระส่าย นั่งอยู่ในศาลาพร้อมด้วย รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน บรอนซ์ ทะเบียน กบว 317 น่าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้าไปหา โดยชายคนดังกล่าวซึ่งนั่งอยู่ได้ แจ้งว่าชื่อ นายเน้งท้ง แซ่เฮ้อ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 159 ม.6 ต.สะเนียน อ.เมือง จ.น่าน และยังมีตำแหน่งเป็น ส.อบต.บ้านปางเป๋ย หมู่ 6 ต.สะเนียน อ.เมืองน่าน อีกด้วย
เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถาม นายเน้งท้ง ได้ให้การวกวนและออกอาการกระสับกระส่าย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นตามร่างกาย และรถจักรยานยนต์ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงได้ขอทำการตรวจปัสสาวะหารสารเสพติด นายเน้งท้ง ก็ยอมให้ตรวจ และสารภาพว่า ตนเสพยาบ้ามาจริง โดยเสพเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2555 จำนวน 2 เม็ด ในงานเทศกาลตรุษจีนในหมู่บ้านเนื่องจากหมู่บ้านตนเองเป็นชาวไทยภูเขา แล้วขึ้นไปทำงานบนไร่ข้าวโพด และที่ลงมาในเมือง
เนื่องจากนั่งรอญาติมารับไปที่ อ.ท่าวังผา ตนจึงได้จอดรถจักรยานยนต์แล้วนั่งรอตรงศาลา คิดว่าเมื่อญาติมารักจะฝากรถไว้ที่ปั้มน้ำมัน แต่ตำรวจมาพบเสียก่อน และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวอย่างปัสสาวะของนายเน้งท้งฯ ไปตรวจ เบื้องต้นพบว่า มีผลเป็นบวก จึงได้ควบคุมตัว ส่ง ร.ต.ต.สราวุธ คะไฮ ร้อยเวร สภ.เมืองน่าน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โดยผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ตร.เชื่อจับยาบ้าย่านปทุมฯเป็นเครือข่ายใหญ่
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีจับกุมยาบ้า 3.8 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 71 กิโลกรัม ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีว่า ได้กำชับให้รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เร่งติดตามตัว นายนิพนธ์ กันชาติ ผู้ต้องหาที่เช่าบ้านไว้เป็นที่พักยาเสพติด เพราะทราบว่าผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บและคาดว่าจะหลบหนีไปไม่ไกล การจับกุมครั้งนี้เชื่อว่าเป็นเครือข่ายใหญ่ มีธุรกิจหลายรูปแบบ เช่น เต๊นท์รถ ที่มีความร่ำรวยผิดปกติ หลังจากนี้ต้องจับตากลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตผิดปกติอย่างรวดเร็วว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งหากตำรวจมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงก็จะใช้มาตรการยึดทรัพย์
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวต่อว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดของขุนส่าหรือไม่ แต่เชื่อว่าของกลางที่ยึดได้มีเป้าหมายจะนำมาปล่อยในพื้นที่ภาคกลาง ส่วนตัวเจ้าของบ้านเชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แน่นอน
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ในช่วงบ่ายวันนี้ว่า จำเป็นต้องพิจารณาขยายเวลาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี 2554 ตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการถึงระดับสารวัตร ซึ่งเป็นวาระประจำปีออกไปและมีกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม เนื่องจากการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จและการแต่งตั้งครั้งนี้ก็อยากได้คนบริหารงาน
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า เชื่อว่าการเลื่อนพิจารณาในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในช่วงกลางปี ส่วนกรณีที่พลตำรวจตรีศรีวราห์ รังสิพราหมณ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ถูกร้องเรียนเรื่องการนับวันทวีคูณเพื่อให้ครบหลักเกณฑ์พิจารณาเลื่อนขั้น คาดว่าจะมีการนำเข้าที่ประชุมในครั้งนี้ด้วย



