ข่าว

'ปชป.'ถกรับสถานการณ์การเมือง

'ปชป.'ถกรับสถานการณ์การเมือง

24 ม.ค. 2555

'ปชป.' ถกเครียด รับสถานการณ์การเมือง มองมีปัจจัย 'ล่อแหลม-ขัดแย้ง' หลัง 'รัฐ' ทำทุกอย่างเพื่อ 'ทักษิณ' เหน็บ ไม่คิดแก้ ม.112 แต่ปล่อยเคลื่อนไหวสร้างกระแสสังคม ด้าน 'อภิสิทธิ์' อัดขบวนการดึงสถาบันเปื้อนการเมือง

                    24 ม.ค.55 ที่พรรคประชาธิปัตย์มีการประชุมส.ส.พรรค โดยมีการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง ตลอดจนเปิดโอกาสให้ส.ส.พรรคแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ใช้เวลาตั้งแต่แต่เช้าถึงบ่าย รวม 8 ชั่วโมง โดยมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป.เปิดเผยหลังประชุมว่า จากการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ ปชป.มองถึงความล่อแหลมมากขึ้นจากความเคลื่อนไหวต่างๆ ดังนั้นสมาชิกพรรคทุกคนจึงต้องทำหน้าที่ประคับประคองให้บ้านเมืองเดินหน้า โดยพรรคเห็นว่ารัฐบาลกำลังเคลื่อนหลายทาง โดยมีการวางแผนไว้หลายลักษณะซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคต้องเตรียมรับมือ ทั้งนี้ปัจจุบันมีกระบวนการทำให้เกิดความสับสน แตกประเด็น ออกจากหน้าที่ที่รัฐบาลต้องบริหารแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง แต่กลับสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งแตกแยกให้คนเข้าใจผิดถึงสาเหตุ

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมส.ส.พรรคในวันนี้ที่ประชุมได้พูดถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองของรัฐบาลที่ทำไปทุกอย่างนั้นก็เพื่อพ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว โดยมองข้ามการแก้ปัญหาเพื่อประชาชน และมีส.ส.หลายคนของพรรคได้แสดงความเห็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษา และสมาชิกส่วนใหญ่ของพรรคที่ต่างวิเคราะห์ตรงกันว่ารัฐบาลพยายามที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งในหลายเรื่อง ทั้งที่ไม่มีเจตนาที่จะดำเนินการในเรื่องนั้น เช่น กรณีการแก้ไข มาตรา112 ซึ่งรัฐบาลไม่กล้าที่จะแก้ไข แต่กลับปล่อยให้มีการเคลื่อนไหว เพื่อให้เป็นประเด็นทางสังคม จึงมีการเตือนสมาชิกพรรค ว่าไม่ควรหลงประเด็น ไปกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามสร้างขึ้น โดยเห็นว่ามาตรา 112 พรรคได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่าไม่แก้ไข

                    ดังนั้นจากนี้ไปก็เป็นเรื่องที่ ร.ต.อ.เฉลิม กับคนเสื้อแดงต้องไปทะเลาะกันเอง ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีการเสนอแนวทางแก้ไข ต่อสังคมหลายรูปแบบก็เป็นเพียงการสับขาหลอกของรัฐบาลที่ต้องการให้เกิดความสับสนเพราะเจตนาของรัฐบาลก็คือต้องการทำทุกอย่างเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ เสี่ยงกับการเกิดการปฏิวัติ ที่อาจกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

 

'มาร์ค'อัดขบวนการดึงสถาบันเปื้อนการเมือง

                    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง อ้างหนังสือชื่อเรื่อง "Conversation of Thaksin" ระบุคำสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เสนอให้นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสร้างความปรองดอง ว่า ตนยังไม่เห็นหนังสือ แต่ถ้ามีเรื่องเหล่านี้จริงคงเป็นการสร้างความไขว้เขว เพราะสถาบันไม่ได้เป็นศูนย์กลางความขัดแย้ง แต่เป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีต่างหาก ที่เป็นศูนย์กลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทั้งที่ฝ่ายตัวเองได้อำนาจรัฐแล้วไม่มีเหตุผลอะไรที่จะสร้างความขัดแย้งอีกและพ.ต.ท.ทักษิณ เองก็สามารถคลายปมขัดแย้งของประเทศได้อยู่แล้ว

                    ส่วนกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณออกมาปฏิเสธบทสัมภาษณ์ดังกล่าวนั้น หากเป็นเช่นที่นายนพดลอ้างจริงก็ควรไปตำหนิสื่อที่สัมภาษณ์แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งมีกระบวนการที่พยายามดึงสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งนี้ยืนยันว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และตัวสถาบันฯไม่ใช่และไม่เคยเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง แต่มีความเคลื่อนไหวพยายามทำให้เข้าใจผิดว่าสถาบันฯเกี่ยวข้องจนสถานการณ์ขณะนี้อาจนำไปสู่คำถามว่าจะมีปฏิวัติหรือไม่ทั้งที่ไม่ควรมี

                    “ผมย้ำอีกครั้งว่าความขัดแย้งในสังคมปัจจุบันศูนย์กลางอยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นความพยายามที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ เป็นความพยายามที่จะสร้างความสับสนในสังคม รัฐบาลจึงต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่มีการกล่าวหา เพราะทุกพรรคเห็นตรงกันก็ควรจะดำเนินการตามนี้ โดยมาตรา 112 ซึ่งไปเกี่ยวพันกับรัฐธรรมนูญหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์นั้น รัฐบาลควรประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ เพราะรัฐบาลเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องบอกว่าอะไรคือเป้าหมายของรัฐบาล และหากจะปรองดองต้องหยุดขยายวงความขัดแย้ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                    รัฐบาลควรมีความชัดเจนในเรื่องขอบเขตการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นห่วงว่าความขัดแย้งในเรื่องเหล่านี้กำลังไปบดบังการบริหารของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้มีปัญหามากในเรื่องความเป็นอยู่ค่าครองชีพ และการไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่เคยหาเสียง รัฐบาลควรพาบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยการมุ่งบริหารแก้ปัญหาให้ประชาชน วันนี้รัฐบาลต้องตั้งหลักให้ชัดไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะเดินยาก และพรรคเห็นว่าสถานการณ์มีความล่อแหลมมากขึ้นจากการเคลื่อนไหวในขณะนี้ พรรคจึงมีการระดมความเห็น เพื่อกำหนดมาตรการรับมือในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพื่อประคับประคองบ้านเมืองให้เดินไปข้างหน้า ซึ่งจุดยืนของพรรคเห็นตรงกันหมด แต่สิ่งที่เราไม่รู้คือรัฐบาลเคลื่อนทางใดบ้าง เพราะเคลื่อนหลายทาง เผื่อไว้หลายทาง เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านต้องทำความเข้าใจว่า มีการวางแผนในหลายลักษณะเพื่อที่จะได้รับมือ