ข่าว

ตะลึง!พระธุดงค์ขับรถขนสัตว์เต็มคัน

ตะลึง!พระธุดงค์ขับรถขนสัตว์เต็มคัน

24 ม.ค. 2555

พบ "พระพเนจร” ขับกระบะพร้อมสัตว์เลี้ยงอื้อตระเวนค้างแรมตามที่ต่าง ๆ ล่าสุดพบที่ลานจอดรถตลาดไนท์บาร์ซ่าพิษณุโลก สำนักพุทธฯขอร้องให้หาที่จำวัดเป็นหลักแหล่ง สุดท้ายก็เร่ร่อนไปที่อื่น

             เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ม.ค. 2555 นายปรเมศ มุสิกรักษ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลก ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบพระขับรถยนต์กระบะบรรทุกสิ่งของมาเต็มคัน พร้อมกรงสัตว์เลี้ยงนานาชนิดหลายกรง จอดพักที่บริเวณลานจอดรถตลาดไนท์บาร์ซ่าพิษณุโลก ริมแม่น้ำน่านหลังวัดท่ามะปราง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยวางสิ่งของเต็มพื้นที่ไปหมด ตลอดทั้งตากผ้าเหลืองเอาไว้ โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา ผู้คนจำนวนมากต่างสงสัยว่าเป็นพระจริงหรือไม่ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนามาตรวจสอบ

              หลังจากเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงตอนแรกไม่พบพระรูปดังกล่าว พบเพียงรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว หมายเลขทะเบียน น-8162 พิษณุโลกจอดอยู่ โดยรถยนต์บรรทุกสิ่งของและสัตว์เลี้ยงหลายชนิดอยู่ในกรง ทั้งลิง นก ไก่ หมา เต่า ปลา ปู  โดยปล่อยให้หมาและไก่เตี้ยเดินอยู่ใกล้กับรถยนต์ นอกจากนั้นยังมีกระถางไม้ดอกไม้ประดับ ข้าวของเครื่องใช้ที่ขนาดใหญ่ที่สุดเป็นตู้เย็นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในกระบะรถยนต์ และยังมีการตากจีวรเอาไว้ และวางข้าวของกระจายกระจายเอาไว้อีกด้วย

              กระทั่งเวลาผ่านไปพระรูปดังกล่าวได้เดินทางกลับมาที่รถยนต์ ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบใบสุทธิ ทราบชื่อพระละม่อม ฐิตปุญโญ อายุ 69 ปี เดิมชื่อนายละม่อม เชยเดช อยู่บ้านเลขที่ 130 ม.11 ต.วังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก บอกว่าได้ไปหาซื้ออาหารสัตว์และตาข่ายเหล็กมาทำกรงขังสัตว์
 
              พระละม่อม กล่าวว่า ภูมิลำเนาอาตมาเกิดที่บ้านปากพิงตะวันตก เป็นผู้นำชุมชนมา 17 ปี และบวชครั้งแรกเมื่ออายุ 20 ปี บวชอยู่ได้พรรษาเดียวก็สึกออกมา หลังจากมีครอบครัวมีลูก 3 คน ตอนนี้จบปริญญามีงานทำหมดแล้ว และได้บวชอีกครั้งเมื่อช่วงปี 2542 ขณะนี้พรรษาที่ 13 ที่ผ่านมาอาตมาอยู่ตามวัดต่างๆมาแล้วกว่า 30 วัด แต่ว่าอยู่ไม่ได้เพราะคนเราเห็นแก่ตัวกันมากเอารัดเอาเปรียบ แม้แต่ครอบครัวของตัวเองยังไม่ให้เข้าบ้าน หาว่าอาตมาบ้า จึงต้องเร่ร่อนไปตามสถานที่ต่างๆ โดยมีรถยนต์ของอาตมาเองซื้อเอาไว้หลายสิบปีแล้ว ราคาเงินสดตอนนั้น 160,000 บาท ตอนนี้เก่ามากแล้ว ขับถอยหลังไม่ได้เพราะเกียร์ถอยหลังพังเดินหน้าได้อย่างเดียว ซึ่งเป็นทรัพย์ของตัวเองที่มีอยู่ขณะ เมื่อไม่มีวัดอยู่ได้เก็บข้าวของส่วนตัวทุกอย่างใส่รถยนต์ขับตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น โดยวัดสุดท้ายอาตมาจำพรรษาอยู่คือวัดท่าหลวง จ.พิจิตร แต่ก็อยู่ที่วัดนั้นไม่ได้จึงขับรถยนต์ตระเวนไปเรื่อยๆ

              พระละม่อม กล่าวด้วยว่า สำหรับสัตว์เลี้ยงนั้นมีญาติโยมนำมาถวายให้ จึงต้องเลี้ยงเอาไว้อย่างลิงตั้งชื่อลำยอง โยมจาก จ.ชัยนาทให้มา นอกจากนั้นยังมีญาติโยมจากที่อื่นให้สัตว์มาเลี้ยงอีก มีไก่เตี้ย ไก่บ้านรวม 9 ตัว หมา 5 ตัว นก 30 ตัว และยังมีเต่า ปลา ปู อีกจำนวนหนึ่ง อาตมาใส่กรงพาไปด้วยตลอดเวลา เพราะเลี้ยงสัตว์ดีกว่าเลี้ยงคนและยังหาว่าอาตมาบ้าอีก อยู่แบบนี้สบายใจไม่ได้ทำผิดอะไรและไม่มีของผิดกฏหมาย อยากจะมีที่ดินอยู่เฉพาะ เพื่อสร้างวัดทำสิ่งที่อาตมาต้องการ ทุกวันนี้มีแต่คนมามุงดู ไม่เห็นมีใครมาช่วย แถบตำรวจเจ้าหน้าที่กลับมาไล่อีก คนเราก็เป็นเสียอย่างนี้

              ต่อมาพระครูสังฆรักษ์ศักดิ์นรินทร์ ผู้ช่วยเลขารองเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนครพิษณุโลก ได้เดินทางมาตรวจสอบ โดยขอดูใบสุทธิและสอบถามถึงวัดต้นสังกัดและที่มาที่ไปในการตระเวนออกพักแรมตามที่ต่าง ๆ หลังจากตรวจสอบใยสุทธิแล้ว ก็พบว่าเป็นของจริง ผู้ช่วยเลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลกได้พยายามบอกให้พระละม่อมหาวัดสังกัดอยู่ การตระเวนไปเช่นนี้เป็นพระทำไม่ได้ ยิ่งพระขับรถเองในจังหวัดพิษณุโลกคณะสงฆ์ก็ห้ามกันอยู่แล้ว แถมยังขนสัตว์อยู่ในสภาพกรงขังไปด้วยอีกยิ่งดูไม่เหมาะสมกับความเป็นพระ จึงอยากจะให้พระละม่อมหาวัดอยู่เป็นที่
 
              หลังมีการพูดคุยเจรจากันอยู่นาน สุดท้ายพระละม่อมไม่ขอยอมไปอยู่วัดใด บอกเพียงว่าจะไม่อยู่บริเวณนี้ และได้เก็บสิ่งของและอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ขึ้นรถขับออกไปจากบริเวณดังกล่าว พร้อมกับบอกว่าหากมีใครจะถวายที่ดินสร้างเป็นวัด อาตมาก็ยินดีที่จะไปอยู่ โดยยกที่ดินเป็นของวัดไปเลย ตอนนี้ยังไม่มีที่อยู่ก็จะเดินทางขับเองไปเรื่อยๆ