ข่าว

3ผู้นำโลกเตือนอิหร่านยกเลิกนิวเคลียร์

3ผู้นำโลกเตือนอิหร่านยกเลิกนิวเคลียร์

24 ม.ค. 2555

'3 ผู้นำโลก' เตือน 'อิหร่าน' ยกเลิกนิวเคลียร์ หวั่นอาจเกิดปัญหาใหญ่ถ้าไม่ละทิ้งโครงการ

                   24 ม.ค.55 นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ได้เตือนในระหว่างการออกแถลงการณ์ร่วมกับนายกรัฐมนตรีแองเกล่า แมร์เคิล ของเยอรมนีและประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โคซี่ ของฝรั่งเศส เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า อังกฤษจะไม่ยอมรับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน และอิหร่านอาจจะเผชิญการถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ เว้นแต่ว่า อิหร่านจะยอมละทิ้งความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์โดยทันที ขณะที่ความตึงเครียดทางทหารระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

                   ผู้นำทั้งสาม ระบุว่า ไม่ได้ต้องการมีปัญหาขัดแย้งกับประชาชนชาวอิหร่าน แต่ผู้นำของอิหร่าน ล้มเหลวในการฟื้นฟูความเชื่อถือจากนานาชาติ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งพวกเขาไม่อาจยอมรับอิหร่านในเรื่องการมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองได้

                   การออกแถลงการณ์ร่วมครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากแพ็คเกจคว่ำบาตรอย่างไม่คาดฝันของสหภาพยุโรป หรือ อียู ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเล่นงานเศรษฐกิจอิหร่าน ที่รวมทั้ง การห้ามนำเข้าน้ำมันอิหร่านไปยังยุโรป ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยคำเตือนเช่นกัน โดยเฉพาะการประกาศว่าจะปิดทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่มีกำหนด โดยอ้างว่าเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของอิหร่าน ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย และทำให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้น

                   สหรัฐได้เตือนอิหร่านว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ โดยเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมัน โดยเป็น 1 ใน 5 ของเส้นทางออกน้ำมันของโลก อาจจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้ทางทหารที่รุนแรงจากชาติตะวันตก และสิ่งที่ตอกย้ำคำเตือนของสหรัฐ คือการที่เรือรบของอังกฤษ สหรัฐและฝรั่งเศส จำนวน 6 ลำ ได้เดินทางสู่ช่องแคบฮอร์มุซ

                   ความตึงเครียดได้มีขึ้นท่ามกลางความวิตกว่า อิหร่านใกล้จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้แล้ว โดยหลังจากเจรจาเพื่อหาข้อตกลงเรื่องมาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของอียู นายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุว่า ไม่มีการอธิบายที่เหมาะสมในด้านพลเรือน สำหรับโครงการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน

                   สมาชิกอียู ได้นำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านวันละเกือบ 6 แสนบาร์เรล ซึ่งมากกว่า 1 ใน 5 ถูกส่งไปอังกฤษ แต่ขณะเดียวกัน อิหร่านก็ถูกคว่ำบาตรเศรษฐกิจที่รวมถึงการห้ามส่งออกทองคำ , เหล็ก , เพชรพลอย และห้ามการเดินทางของเข้าหน้าที่ในรัฐบาล

                   แหล่งข่าวในอังกฤษ เชื่อว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจไม่เกิดขึ้น เนื่องจากรังแต่จะส่งผลในทางลบที่ร้ายแรงต่ออิหร่าน แต่ก็เกรงว่า อิหร่านจะข่มขู่ต่อไปอีกหลายเดือน ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้น ปัจจุบันเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แอดไมรัล ลินคอล์น พร้อมกองบินที่ประกอบด้วยเครื่องบิน 90 ลำ ได้มุ่งหน้าสู่พื้นที่พิพาท เพื่อไปสมทบกับเรือฟรีเกตเนวี่ ไทพ์ 23 , เรือหลวงเอชเอ็มเอส อาร์กิลล์ ของอังกฤษ ที่ติดขีปนาวุธนำวิถี และเรือพิฆาตของสหรัฐและฝรั่งเศส

                   คนวงในมองว่า การไปชุมนุมกันของเรือรบทั้ง 3 ชาติ เป็นเรื่องที่ปกติ ส่วนแหล่งข่าวทางทหารระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การยั่วยุ แต่เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน