
DSIขู่ไม่แจงผังล้มเจ้าสั่งไม่ฟ้องคดี
หน.พนักงานสอบสวนคดีล้มเจ้าดีเอสไอ ขู่หาก "ถวิล เปลี่ยนศรี" ไม่แจงที่มาผังล้มเจ้า อาจจำเป็นต้องสั่งไม่ฟ้องคดี เตรียมหารืออัยการอีกรอบ ลุ้นบินสอบพยานต่างประเทศ กลุ่มแพทย์ ม.ขอนแก่น ออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไข ม.112 และรธน. หมวดที่เกี่ยวกับสถาบันฯ
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555 พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐหรือคดีล้มเจ้าตามผังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนว่า จะทำหนังสือถึงนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อให้ชี้แจงที่มาและโครงสร้างของหน่วยข่าวที่ร่วมกันจัดทำแผนผังล้มเจ้า เนื่องจากนายถวิลยังไม่แจ้งกลับมายังพนักงานสอบสวนว่าจะให้สอบปากคำบุคคลใดบ้าง
ทั้งนี้หากนายถวิลในฐานะเลขาศอฉ.ไม่สามารถชี้แจงที่มาของแผนผังล้มเจ้าได้ ดีเอสไอจำเป็นต้องเชิญนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ.เข้าชี้แจงว่าแผนผังดังกล่าวจัดทำขึ้นจากหลักฐานใดบ้าง การเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลในผังมีหลักฐานความผิดอย่างไร และกระทำผิดในเหตุการณ์ใด เนื่องจากบางรายชื่อในผังยังไม่มีการกระทำความผิด ทั้งนี้หากนายสุเทพและนายถวิลยังไม่สามารถชี้แจงได้พนักงานสอบสวนอาจพิจารณายกฟ้องคดีดังกล่าว เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานระบุความผิดของบุคคลที่มีรายชื่อตามแผนผังทั้ง 39 คนได้
“การที่นายถวิลระบุว่าผังล้มเจ้าทั้ง 39 รายชื่อ มีบางคนไม่ได้กระทำความผิด ถือว่าขัดแย้งกับคดี เพราะศอฉ.กล่าวโทษทั้งหมดในผัง แต่ที่ผ่านมาพยานฝ่ายทหารที่เข้าให้การระบุตรงกันว่ามีบางคนไม่ได้กระทำความผิด ดังนั้นจึงต้องนำหลักฐานมาพิสูจน์ให้ชัดเจน คดีนี้ยืดเยื้อมาเกือบ 2 ปี ถือว่านานพอสมควรจึงต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น”พ.ต.อ.ประเวศน์กล่าว
พ.ต.อ.ประเวศ ยังกล่าวว่า ในวันที่ 25 ม.ค.นี้จะมีการประชุมกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศและเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุลเพื่อขออนุมัติวีซ่าเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อไปสอบปากคำพยานคดีความผิดในมาตรา 112 ในส่วนที่มีการกระทำความผิดในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้คดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีล้มเจ้าจำนวนกว่า 30 คดี ได้ทยอยสั่งฟ้องอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้สั่งฟ้องนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน ไปอีก 1 คดี และสั่งไม่ฟ้องคดีวิทยุชุมชน 10 สำนวน ส่วนที่ยังค้างการพิจารณาส่วนใหญ่เป็นคดีความผิดในต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้รับความร่วมมือในการสอบสอน เนื่องจากไม่มีฐานความผิดดังกล่าวในกฎหมายต่างประเทศ
กลุ่มแพทย์ม.ขอนแก่นค้านการแก้ไข"ม.112"
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม สมาคมศิษย์เก่าคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น “กลุ่มชาวขอนแก่นรักในหลวง" นำโดยองค์กรแพทย์ ม.ขอนแก่น กลุ่มทนายความขอนแก่นรักในหลวง นักวิชาการ พ่อค้า ประชาชน นักศึกษา และกลุ่มองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงการณ์ เสนอให้มีการยกเลิกการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่เกี่ยวกับสถาบันฯ
รศ.นพ.ชวลิต ไพโรจน์กุล อาจารย์ประจำคณะแพทย์ ม.ขอนแก่น แกนนำ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก กลุ่มนิติราษฎร์ นำโดย นักวิชาการ ได้มีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา และแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 ในหมวดที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเกินขอบเขต และมีเป้าหมายในการที่จะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีประมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
รศ.นพ.ชวลิต กล่าวอีกว่า แถลงการณ์ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อร่วมคัดค้านการกระทำของกลุ่มบุคคลต่างๆ ซึ่งมีจุดประสงค์จะแก้ไขรัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นการทำลายสถาบันฯ
พท.แฉอำนาจเก่าจ้างปชช.ร่วมค้านแก้ม.112
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมพรรคเพื่อไทยได้หารือถึงกรณีที่มีการไปยุยงประชาชนตามบริเวณโรงงานชานเมือง และปริมณฑลให้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อมุ่งหวังผลทางการเมืองในการล้มรัฐบาล จึงอยากให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เข้าไปตรวจสอบเพื่อเอาผิดแก่ผู้ยุยงด้วย ทราบว่ามีการใช้เงินว่าจ้างประชาชนมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล 500 บาทต่อหัว อาจทำให้เกิดความวุ่นวาย สับสนได้ ในเรื่องนี้
ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดและมีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แน่นอน ส่วนกรณีกลุ่มนิติราษฎร์ที่มีการเคลื่อนไหวให้มีการแก้มาตรา 112 นั้น ถือเป็นการเคลื่อนไหวภาคประชาชนและนักวิชาการ เป็นสิทธิที่ดำเนินการได้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย ไม่อยากให้กลุ่มที่สูญเสียอำนาจ และกลุ่มโค่นล้มรัฐบาลจะนำประเด็นนี้ ไปปลุกปั่น ยุยงประชาชนในชานเมืองและตามโรงงานต่างๆออกมาเคลื่อนไหว



