
'เต้น'บอกนายกฯให้กำลังใทำงานให้เต็มที่
"ณัฐวุฒิ" เผยได้ดู 4 กรม- 3 รสก. แทน "พรศักดิ์" ยินดี "อารีย์ ไกรนรา" เลขาฯเพราะเป็นพี่น้องร่วมต่อสู้ทางการเมืองด้วยกัน พร้อมพิสูจน์ผลงาน-ให้ "ปชช." ตรวจสอบ เผย "ยิ่งลักษณ์" ให้กำลังใจ
วันที่ 24 ม.ค.55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในการประชุมครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต้อนรับครม.ใหม่ และหวังให้การทำงานของครม.ทั้งคนเก่าและคนใหม่เป็นไปได้ด้วยดี เพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งไม่ได้เน้นย้ำอะไรตนเป็นพิเศษ
เมื่อถามถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในฐานะรมช.เกษตรฯ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เบื้องต้นนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายในที่ประชุมให้ตนดูแลหน่วยงานเดิม แทนนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ใน 4 กรม กับ 3 รัฐวิสาหกิจ เช่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ และองค์การสะพานปลา องค์การสวนยาง องค์การสงเคราะห์การทำสวนยาง
ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรที่จะได้ นายอารีย์ ไกรนรา มาเป็นเลขานุการฯ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ถือเป็นพี่น้องที่ร่วมต่อสู้ทางการเมืองด้วยกันมา เป็นหน้าที่ที่พวกตนจะต้องทำหน้าที่ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อไป และตนยืนยันว่าสามารถทำหน้าที่นี้ไหว และจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเทกับภาระกิจเต็มที่ และยินดีให้สื่อมวลชนและประชาชนตรวจสอบเมื่อลงมือปฎิบัติงาน อย่างไรก็ตาม คิดว่าจะไปนั่งดูองค์ประกอบภาระกิจของหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง และอาจจะไม่ยังไม่ได้บอกว่าจะทำอะไรก่อนเป็นเรื่องแรก เพราะบางทีบางเรื่องต้องขยับไปพร้อมๆกัน และต้องมีการคิดในเชิงบูรณาการที่จะทำงาน ร่วมกับรมว.ในกระทรวงอื่น เช่น กระทรวงพาณิชย์ รมว.ที่กำกับดูแล ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ซึ่งกระทรวงเกษตรดูแลภาคการผลิดและธกส.ก็ดูแลแหล่งทุน ส่วนพาณิชย์ดูแลการจัดจำหน่าย เพราะฉะนั้นถ้าคิดในเชิงบูรณาการและจับมือกันทำงานได้ ตนคิดว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นแก่เกษตรกรและวงจรเศรษฐกิจของประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามถึง ปัญหาราคายางที่ตกต่ำในฐานะคนในพื้นที่ จะเสนอแนวทางเรื่องนี้อย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากครม.เพิ่งอนุมัติมาตรการเกี่ยวกับเรื่องยาง
เมื่อถามว่า ปัญหาเรื่องน้ำท่วมจะช่วยชี้แนะอะไรหรือไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อห่วงใยของคนทั้งประเทศ และรมว.เกษตรฯซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้มา ก็ย่อมทราบดี คงจะได้หารือแลกเปลี่ยนแนวคิดมุมมองของกันและกัน ส่วนที่ประชาชนมีความห่วงใย ซึ่งตนได้สัมผัสมาค่อนข้างหลากหลาย แต่ก็มั่นใจว่าแนวทางของรมว.เกษตรฯ และภายใต้นโยบายของนายกฯที่ได้วางไว้ น่าจะทำให้เราผ่านภาวะวิกฤตได้ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายหน่วยงานเป็นห่วงเรื่องประตูระบายน้ำ เรื่องคลองส่งน้ำว่าควรจะมีการปรับปรุง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ใช่ ครม.ก็มีมติที่จะขุดลอกคูคลองต่างๆ ซ่อมปรับปรุงประตูระบายน้ำ คลองส่งน้ำ
เมื่อถามว่า นายกฯได้มอบหมายเป็นการส่วนตัวให้ดูแลเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือๆไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า นายกฯให้กำลังใจขอให้ปฎิบัติงานอย่างเต็มที่ อยากเห็นผลงานจากการทำงาน ส่วนเรื่องรายละเอียดที่เป็นเรื่องเฉพาะกิจก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ได้ให้กำลังใจตั้งแต่วันแรกที่มอบหมายให้เป็นรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 25 ม.ค.55 ตนจะเดินทางเข้าทำงานวันแรกที่กระทรวง ในเวลา 06.00 น.
"ณัฐวุฒิ"ไม่สนชนักก่อการร้ายพร้อมพิสูจน์การทำงาน
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงการเปลี่ยนบทบาทจากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ตนเป็นประชาชนเต็มขั้น ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหน้าที่หรือเก้าอี้ตัวไหนที่จะนั่งและจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยยังคงเดิมถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ เพียงแต่ภาระหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายต้องเร่งทำให้ปรากฏชัดเสียก่อน แม้แต่กลุ่มคนเสื้อแดงก็อยากเห็นตนในฐานะรมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่าทำอะไรให้กับบ้านเมืองได้บ้าง ซึ่งตนมีเป้าหมายเพื่อคนทั้งประเทศไม่ว่าจะสีไหนตนเป็นรัฐมนตรีของคนทุกสีและคนไม่มีสี
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่ได้รับเกินคาดหมายหรือไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ไม่ได้คาดหมายอะไรไว้ เมื่อผู้รับผิดชอบหรือผู้บริหารสั่งให้ลงเล่น ก็ต้องลงเล่นและทำหน้าที่นั้นให้เต็มที่
เมื่อถามว่า แรงเสียดทานที่ยังต้องคดีก่อการร้าย และเคยวิจารณ์คนรัฐบาลที่แล้วว่ามีคดีก่อการร้าย จะอธิบายอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ชีวิตตนเต็มไปด้วยแรงเสียดทานทางการเมืองอยู่แล้ว ผ่านมาได้ก็ด้วยความมุ่งมั่น เพราะฉะนั้นก็จะทำงานด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อพิสูจน์การทำงาน ถ้าจะให้ย้อนไปดูท่าทีที่ตนเคยกล่าวถึงนายกษิต ภรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ นั้นเป็นการแสดงท่าทีในฐานะรมว.ต่างประเทศที่ไปวิพากษ์วิจารณ์ สมเด็จฮุนเซ็น ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอย่างรุนแรง ทำให้ความสัมพันธ์ไม่สู้ดี เพราะฉะนั้นคนที่เป็นรมว.ต่างประเทศมีท่าทีต่อประเทศเพื่อบ้านเช่นนี้ จะมีปัญหาหรือไม่ ยืนยันว่าตนไม่ได้วิจารณ์ถึงเรื่องคดีความ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่เป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงทางการเมือง เหมาะสมในเชิงจริยธรรมคุณธรรมหรือไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า คดีของตนยังไม่ถึงที่สิ้นสุด และบทบาทการต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมา นักการเมืองน้อยคนที่มีบทบาทบนเวทีการเมืองแล้วไม่มีคดีติดตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็มีคดีที่อัตราโทษสูงสุดต้องประหารชีวิตเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังกล่าวหากันอยู่ เมื่อมันเป็นสถานการณ์ของการต่อสู้ คนทื่อยู่ในสถานการณ์ย่อมมีบาดแผลเป็นเรื่องธรรมดา ต้องเข้าใจว่าบาดแผลเกิดจากอะไร และท้ายที่สุดเราเป็นผู้ที่ถูกตัดสินจากกระบวนยุติธรรมว่าผิดหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนเสื้อแดงจะรับได้หรือไม่ ที่แต่ก่อนพูดว่าเป็นไพร่ แต่วันนี้เป็นอำมาตย์ที่ตัวเองเคยโจมตี นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ความเป็นประชาชนหรือจุดยืนที่เป็นไพร่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง และตนเสนอตัวเป็นส.ส.ซึ่งประชาชนเป็นคนเลือก และพรรคต้นสังกัดก็ระบุว่าตนต้องเป็นรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่คนเสื้อแดงเข้าใจได้
"จริง ๆ ผมไม่เคยพูดระหว่างหาเสียงเลยว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่เป็นรัฐมนตรี แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นคนพูดเองว่าถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ผมต้องเป็นรัฐมนตรีแน่ๆ ปรากฏว่าประชาชนเลือกมา 265ที่นั่ง แล้ววันนี้ผมก็ทำหน้าที่รัฐมนตรี" นายณัฐวุฒิกล่าว
เมื่อถามว่า เป็นการเล่นตามบทของนักการเมืองที่ครั้งหนึ่งเคลื่อนไหวบนเวที แต่วันนี้ก็มาเป็นนักการเมืองหรือไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ตนว่าจุดยืนทางการเมืองของตนที่ปรากฏชัดมาตลอด สังคมเข้าใจจิตวิญญานทางการเมืองของตนว่าเป็นอย่างไร แต่เมื่อเข้าสู่การเมืองที่เป็นระบบ เป็นส.ส.ของพรรค และเป็นรัฐบาล เมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่ก็ทำ เพราะนี่คือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นรูปแบบที่ตนเรียกร้องมาตลอด ตรงกันข้ามถ้าไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ให้ตำแหน่งอะไรตนก็ไม่ทำ



